สมุนไพร
หม่อน
พันธุ์หม่อนที่เหมาะสำหรับการทำใบชา
18 เมษายน 2555
3,542
พันธุ์หม่อนที่เหมาะสำหรับการผลิตใบชา คือ พันธุ์บุรีรัมย์ 60 หรือพันธุ์นครราชสีมา 60 ซึ่งเป็นพันธุ์ส่งเสริมของทางราชการและทั้งสองพันธุ์เป็นพันธุ์ที่ให้้ผลผลิตสูง ใบขนาดใหญ่ หนา ไม่เหี่ยวง่าย เหมาะสมกับการผลิตเป็นชา
++ หม่อนพันธุ์นครราชสีมา 60 ++

เมื่อปี พ.ศ. 2518 มร.คาซูชิโร่ ยามากาว่า (Kazushiro Yamakawa) นำพันธุ์หม่อนจากญี่ปุ่นมาปลูก เพื่อศึกษาการปรับตัวจำนวน 6 พันธุ์ คือ เคนโมจิ(Kenmochi) ชูจากุยจิ(Shujakuichi) อิชิโนเซ่(Ichinose) เนซูมิไกซิ(Nezumigeishi) ไคเรียว(Kairyo) และ โอชิมาโซ(Oshimaso) ที่ศูนย์วิจัยหม่อนไหมนครราชสีมา ปี พ.ศ. 2520 - 2523 นายพินัย ห้างทองแดง และคณะ นำเมล็ดพันธุ์หม่อนที่ได้จากการผสมข้ามพันธุ์โดยธรรมชาติของหม่อนทั้ง 6 พันธุ์ ปลูกศึกษาพันธุ์ที่ศูนย์วิจัยหม่อนไหมนครราชสีมา จำนวน 480 สายพันธุ์ และคัดเลือสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงได้ 28 สายพันธุ์ แต่หม่อนดังกล่าว มีการพักตัวหลังตัดแต่งในฤดูหนาว ในปี พ.ศ. 2524 ทำการผสมพันธุ์หม่อนสายพันธุ์ ซูจากุยจิ เบอร์ 18(เพศเมีย) ที่ให้ผลผลิตใบสูงกับหม่อนแก้วชนบท(เพศผู้) ที่มีการเจริญเติบโตดีหลังการแต่งกิ่ง จนได้หม่อนลูกผสมที่ผ่านการคัดเลือกช่วงแรก 300 สายพันธุ์ ปี พ.ศ. 2525 - 2526 คัดเลือกพันธุ์หม่อนลูกผสมที่ให้ผลผลิตสูงและคุณภาพใบดีเหมาะสำหรับการเลี้ยงไหม จำนวน 13 สายพันธุ์ และปี พ.ศ.2527 - 2530 ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตเบื้องต้นในท้องถิ่นเกษตรกร ที่ศูนย์วิจัยหม่อนไหมนครราชสีมา สถานีทดลองเกษตรที่สูงขุนวาง สถานีทดลองหม่อนไหมสกลนคร สถานีทดลองหม่อนไหมเลย และไร่เกษตรกร จังหวัดนครราชสีมา โดยใช้หม่อนน้อยเป็นพันธุ์เปรียบเทียบมาตรฐาน ในที่สุดได้หม่อนสายพันธุ์ดีเด่น 1 สายพันธุ์ คือ เคบี 20 หรือ พันธุ์ นครราชสีมา 60 ที่มีการเจริยเติบโตดี ให้ผลผลิตใบและลักษณะทางการเกษตรอื่น ๆ ดีกว่าหม่อนทุกสายพันธุ์ในทุกสถานที่

ลักษณะเด่น : คือ เป็นหม่อนเพศเมีย ให้ผลผลิตใบเฉลี่ย 3,600 กิโลกรรมต่อไร่ต่อปี เจริญเติบโตได้ดีในสภาพที่ราบจนถึงพื้นที่สูงจากระดับน้พทะเลปานกลาง 1,000 เมตร เจริญเติบโตได้ดีทั้งในเขตเกษตรอาศัยน้ำฝนและเขตชลประทาน มีความสามารถในการแตกกิ่งหลักตัดแต่งดี ใบหนาปานกลาง เหี่ยวช้า ใบมีคุณค่าทางอาหารสูงใกล้เคียงกับพันธุ์หม่อนน้อย ต้นตั้งตรง ง่ายต่อการเขตกรรมและการดูแลรักษา ต้านทานต่อโรคราแป้ง และเพลี้ยไฟได้ระดับปานกลาง ข้อจำกัดคือ ท่อนพันธุ์ออกรากยาก การขยายพันธุ์หม่อนจำเป็นต้องใช้สารกระตุ้นการออกราก และอ่อนแอต่อโรคใบด่าง

** กรมวิชาการเกษตรมีมติรับรองเป็นพันธุ์รับรอง เมื่อ ธันวาคม พ.ศ. 2530++ หม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60 ++

เมื่อปี พ.ศ. 2525 มีการนำพันธุ์หม่อนหมายเลข 44 (Luin Jio 44) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน มีลักษณะเด่นคือ มีการเจริญเติบโตดี ใบใหญ่ หนา ข้อปล้องค่อนข้างถี่ ให้ผลผลิตใบต่อไร่สูง แต่ท่อนพันธุ์ออกรากยาก ต้องขยายพันธุ์โดยการติดตาหรือเสียบกิ่ง ปี พ.ศ. 2526 นายเธียรศักดิ์ อริยะ และคณะ ได้ผสมพันธุ์หม่อนหมายเลข 44(เพศเมีย) กับหม่อนพันธุ์น้อย(เพศผู้) ได้ต้นกล้าปลูกลงแปลง 140 สายพันธุ์ และคัดเลือกต้นที่มีลักษณะดีไว้ 58 สายพันธุ์ ในปี พ.ศ. 2527 - 2528 คัดเลือกสายพันธุ์ที่ท่อนพันธุ์ออกรากง่าย ต้าน ทานโรคใบด่าง ทรงพุ่มดี ใบใหญ่และหนาไว้ 12 สายพันธุ์ ในปี พ.ศ. 2529 - 2530 ทำการเปรียบเทียบผลผลิตใบหม่อน โดยใช้หม่อน 5 สาย พันธุ์ คือ บร.4,บร.5,บร.9,บร.10 และ บร.36 โดยใช้หม่อนน้อยเป็นพันธุ์เปรียบเทียบมาตรฐาน และนำไปทดสอบพันธุ์ในไร่เกษตรกรที่นิคมสร้างตนเอง เขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา พบว่า หม่อนสายพันธุ์ บร.9(พันธุ์บุรีรัมย์ 60) ให้ผลผลิตใบสูงสุดในทุกสถานที่ เป็นหม่อนเพศเมีย ให้ผลผลิตใบร่วมเฉลี่ย 4,300 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี มีการเจริญเติบโตและตอบสนองต่อปุ๋ยดี แตกกิ่งเร็วหลังตัดแต่ง ใบใหญ่ หนา อ่อนนุ่ม ไม่เหี่ยวง่าย ใบมีคุณค่าทางอาหารสูงใกล้เคียงพันธุ์หม่อนน้อย ทรงต้นตั้งตรง สะดวกในการเขตกรรม และดูแลรักษา ต้านทานโรคใบด่าง ต้านทานโรคราแป้งปานกลาง ท่อนพันธุ์ออกรากได้ดี ข้อจำกัดคือ ไม่เหมาะกับการปลูกในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ไม่เหมาะกับเขตเกษตรน้ำฝน และอ่อนแอต่อโรคราสนิม


แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
24-31°C
เชียงใหม่
22-30°C
นครราชสีมา
24-31°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
26-35°C
ภูเก็ต
25-29°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×