สัตว์น้ำเค็ม
กุ้งกุลาดำ
การใช้เครื่องให้อากาศ
10 ตุลาคม 2555
7,738
การเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนามีการปล่อยกุ้งอย่างหนาแน่นระหว่าง 30-60 ตัวต่อตารางเมตรหรือไร่ละ50,000-100,000 ตัว จำเป็นต้องมีการให้อากาศหรือให้ออกซิเจนโดยการใช้เครื่องให้อากาศ (aerator)
วัตถุประสงค์ของเครื่องให้อากาศ1. เพิ่มออกซิเจนหรือรักษาระดับของออกซิเจน ที่ละลายในน้ำให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกุ้ง ความสำคัญของการใช้เครื่องให้อากาศจะเห็นได้ชัดเจนในตอนกลางคืนหลังจากที่ระดับออกซิเจนเริ่มลดลงต่ำกว่าจุดอิ่มตัว ซึ่งถ้าเป็นบ่อที่มีสีน้ำหรือแพลงก์ตอนเหมาะสมในภาวะที่มีแสงแดดปกติทั้งวันออกซิเจนจะเริ่มลดต่ำลงกว่าจุดอิ่มตัวประมาณ 2-3 ทุ่ม

การเปิดเครื่องให้อากาศจึงมีความจำเป็นและมีประโยชน์มากหลังจากจุดนี้เป็นต้นไปจนถึงเช้ามืดที่มักเป็นเวลาที่ระดับออกซิเจนต่ำที่สุดในรอบวัน

ในวันที่อากาศมืดครึ้มไม่มีแสงแดด การสังเคราะห์แสงโดยแพลงก์ตอนพืชในบ่อเกิดขึ้นน้อยมากควรเปิดเครื่องให้อากาศเพื่อรักษาระดับออกซิเจนในบ่อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

2. ทำให้พื้นบ่อสะอาด เนื่องจากกุ้งกุลาดำใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บริเวณพื้นบ่อ ถ้าพื้นบ่อสะอาดกุ้งจะแข็งแรงโตเร็ว ไม่ค่อยมีปัญหาป่วยเป็นโรค จำนวนเครื่องให้อากาศในบ่อเลี้ยงกุ้งไม่มีกฎเกณฑ์แน่นอนว่าต้องมีกี่เครื่องต่อพื้นที่ 1 ไร่หรือกี่เครื่องต่อบ่อ แต่ต้องมีเพียงพอที่จะทำให้พื้นบ่อสะอาดสำหรับปริมาณกุ้งในบ่อ การใช้เครื่องให้อากาศน้อยเกินไป จะทำให้พื้นบ่อไม่สะอาด ถ้ามีกุ้งอย่างหนาแน่นมากพื้นที่สะอาดมีไม่เพียงพอ กุ้งจะโตช้า และในที่สุดจะเกิดปัญหาป่วยได้ง่ายส่วนการใช้เครื่องให้อากาศจำนวนมากเกินไป ถ้ามีกุ้งไม่หนาแน่นมากก็เป็นการสิ้นเปลืองทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ดังนั้นจึงต้องวางตำแหน่งเครื่องให้อากาศให้ถูกต้องเหมาะสมกับลักษณะรูปร่างของบ่อและมีจำนวนที่เพียงพอด้วย

ในปัจจุบันนี้มีการใช้เครื่องให้อากาศหลายชนิดในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย มีดังนี้คือ

1. เครื่องให้อากาศแบบใบพัดตีน้ำ
เครื่องให้อากาศแบบนี้นิยมเรียกกันทั่วไปว่า เครื่องตีน้ำ มีทั้งแบบมอเตอร์ใช้ไฟฟ้าและแบบเครื่องยนต์
1.1 แบบมอเตอร์ ที่มีขายทั่วไปมีกำลัง 2 แรงม้ามี 4 ใบพัด (4 วง) เป็นแบบที่มีในวงการเลี้ยงกุ้งมาตั้งแต่ยุคแรก ๆ และยังมีให้เห็นทั่วไปในปัจจุบันนี้หลายฟาร์ม มีการนำมาดัดแปลงให้เป็นแขนยาวโดยเพิ่มจำนวนใบพัดให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ทำความสะอาดพื้นบ่อ สำหรับเครื่องตีน้ำที่ชาวนากุ้งนำมาดัดแปลงในแต่ละฟาร์มจะแตกต่างกันออกไปทั้งในด้านจำนวนใบพัดตีน้ำและจำนวนแขน

ตัวอย่างมอเตอร์ 3 แรงม้า บางฟาร์มใช้เพียงแขนเดียว แต่บางฟาร์มติดตั้งได้ 3 แขนยาวแต่ละแขนจะมีใบพัด 16 ใบ รวมได้ 48 ใบ ความเร็วรอบ 60 รอบ/นาที

มอเตอร์ 5 แรงม้า บางฟาร์มดัดแปลงเป็น 4 แขน แต่ละแขนมีใบพัด 16 ใบรวมทั้งหมด 64 ใบ ความเร็ว60 รอบ/นาที หรืออาจจะประกอบเป็น 5 แขนจำนวนใบพัดแขนละ 13 ใบรวมทั้งหมด 65 ใบ

1.2 แบบเครื่องยนต์ ส่วนมากจะใช้เครื่องขนาด 11 แรงม้า สามารถติดตั้งได้เช่นเดียวกับมอเตอร์ขนาด 5 แรงม้าสำหรับเครื่องยนต์ 4 สูบ สามารถติดตั้งได้จำนวนถึง 8 แขนในแต่ละแขนจะมีใบพัด 16-20 ใบ รวมทั้งหมดได้ถึง 128-160 ใบ บ่อขนาด 3-4 ไร่ อาจจะใช้เครื่อง 4 สูบเพียง 1 เครื่องก็พอเพียง

ข้อควรระวัง การติดตั้งใบพัดจำนวนมากเกินไป เครื่องยนต์จะทำงานหนักโอกาสเสียและต้องซ่อมอาจจะพบบ่อยกว่าการติดตั้งใบพัดจำนวนพอเหมาะเช่นเครื่องยนต์ 4 สูบติดตั้งเพียง 128 ใบก็น่าจะเพียงพอ

เครื่องให้อากาศแบบใบพัดตีน้ำพบได้ทั่วไปและมีเกษตรกรใช้มากที่สุดเนื่องจากส่วนใหญ่ฟาร์มห่างไกลตัวเมืองไม่มีกระแสไฟฟ้าแรงสูงผ่าน ต้องใช้เครื่องยนต์จึงติดตั้งแบบแขนยาวเกือบทั้งหมด

ข้อจำกัดของเครื่องตีน้ำแขนยาวคือใบพัดตีน้ำในระดับผิวน้ำและลงไปไม่ลึกมาก ดังนั้นกระแสน้ำที่เคลื่อนตัวในระดับน้ำลึกพื้นบ่อจะไม่แรงมาก ถ้าระดับน้ำลึกมากการทำความสะอาดพื้นบ่อทำได้น้อยมาก ระดับความลึกของน้ำที่เหมาะสมถ้าเป็นเครื่องยนต์หรือมอเตอร์ที่ปรับความเร็ว 60 รอบ/นาที ความลึกควรอยู่ระหว่าง 1.2-1.4 เมตร ถ้าเป็นมอเตอร์ที่ความเร็วรอบ 80 รอบ/นาที ความลึก 1.4-1.6 เมตร

ข้อควรระวัง
ในการใช้เครื่องให้อากาศแบบแขนยาวคือรอยข้อต่อระหว่างแกนเครื่องตีน้ำขณะเครื่องยนต์ทำงานคือแกนหมุนอยู่ขณะเดินข้ามถ้าสวมกางเกงที่ค่อนข้างหลวมหรือรุ่มร่ามบางส่วนอาจติดเข้าไปตรงรอยข้อต่อทำให้หกล้มในขณะที่เครื่องก็ตีไปเรื่อย ๆ ทำให้ผู้ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัสอาจถึงชีวิตได้ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่พบมากที่สุดในฟาร์มกุ้ง

การป้องกัน ควรเอาผ้าหรือพลาสติกพันห่อหุ้มรอยต่อระหว่างแกนเครื่องตีน้ำ และผู้ปฏิบัติงานในฟาร์มต้องใส่เสื้อผ้าให้กระชับตัวและเดินข้ามแกนเครื่องตีน้ำด้วยความระมัดระวัง

2. เครื่องให้อากาศแบบแอร์เจ๊ต
เครื่องให้อากาศแบบนี้เหมาะกับบ่อที่มีระดับน้ำลึกและพื้นบ่อแข็งมีเฉพาะที่ใช้มอเตอร์สามารถปรับมุมของกระแสน้ำในการทำความสะอาดพื้นบ่อได้ทั่วไปขนาด 5-6 ไร่ บางฟาร์มจะใช้เครื่องให้อากาศแบบแอร์เจ็ตร่วมกับการใช้เครื่องตีน้ำแบบใบพัด โดยมากมักจะติดตั้งแอร์เจ็ตที่มุมบ่อเพื่อต้องการความแรงของกระแสน้ำหรืออาจติดตั้งวงในเพื่อทำให้รวมกันกลางบ่อ บ่อที่ระดับน้ำลึกเกิน 1.5 เมตร ควรใช้แอร์เจ๊ทแทนเครื่องตีน้ำ

3. เครื่องให้อากาศแบบเคล้าน้ำ
เครื่องให้อากาศแบบนี้จะมีใบพัดใต้น้ำ ส่วนใหญ่จะใช้มอเตอร์ใช้พลังงานน้อยกว่าเครื่องให้อากาศทั่วไป และสามารถทำให้พื้นบ่อสะอาดเป็นบริเวณกว้างได้ดี ควรใช้ร่วมกับเครื่องให้อากาศประเภทอื่น เช่น รวมกับแบบใบพัดตีน้ำโดยใช้เครื่องให้อากาศแบบเคล้าน้ำตรงมุมบ่อ

และในช่วงกลางวันที่แสงแดดจัดเปิดเฉพาะเครื่องเคล้าน้ำเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอเพื่อทำให้น้ำระดับบนและล่างเคล้ากัน อุณหภูมิและออกซิเจนระดับน้ำผิวบนและพื้นบ่อจะไม่แตกต่างกันมาก แต่เครื่องเคล้าน้ำไม่สามารถเพิ่มออกซิเจนได้เท่ากับใบพัดตีน้ำและแอร์เจ็ต ดังนั้นสีน้ำหรือแพลงก์ตอนจะไม่เข้มมาก

แต่ในช่วงกลางคืนหรือวันที่ฟ้าปิดควรเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อเพิ่มออกซิเจนและเปิดเครื่องเคล้าน้ำเพื่อรวมเลนด้วย เครื่องเคล้าน้ำเหมาะสมกับบ่อที่มีพื้นแข็งและมีความลึกไม่น้อยกว่า 1.4 เมตรบ่อที่ระดับน้ำตื้น และพื้นอ่อนนุ่มไม่เหมาะสมที่จะใช้เครื่องเคล้าน้ำ

บางฟาร์มมีการดัดแปลงเครื่องตีน้ำแบบ 2 แรงม้า 4 ใบพัดมาเป็นการติดใบพัดใต้น้ำ 2-3 ชุด ทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลงได้และสามารถทำความสะอาดพื้นบ่อได้ดีกว่าแบบ 4 ใบพัด โดยทั่วไปจะใช้เครื่องที่ดัดแปลงเป็นใบพัดใต้น้ำตรงตำแหน่งมุมบ่อ เมื่อปรับทิศทางให้เหมาะสมจะเพิ่มประสิทธิภาพในการรวมเลนได้ดีขึ้นบางฟาร์มมีการดัดแปลงแกนใบพัดใต้น้ำยาวมาก มีใบพัดเป็นช่วง ๆ เครื่องเคล้าน้ำแบบเครื่องยนต์ ที่ดัดแปลงมาเป็นใบพัดใต้น้ำแกนยาวตลอดความยาวของบ่อ ที่รู้จักกันดีในประมาณ 7 ปีที่ผ่านมาคือของเฮียบุก จากจังหวัดนครปฐม ทำให้น้ำมีการเคลื่อนตัวระดับล่างตลอดความยาวของบ่อ ทำให้พื้นบ่อสะอาด

จำนวนและตำแหน่งเครื่องให้อากาศ
โดยทั่วไปการวางตำแหน่งเครื่องให้อากาศเพื่อต้องการให้รวมเลนได้ดีที่สุด คือเมื่อเปิดเครื่องให้อากาศหมดทุกเครื่องแล้ว น้ำจะวนรอบบ่อและมีความแรงพอที่จะทำให้พื้นบ่อในแนวหว่านอาหารสะอาดมากเป็นบริเวณกว้างวิธีทดสอบว่าความแรงของน้ำพอหรือไม่ โดยวางยอในจุดที่ไกลที่สุดจากด้านหน้าของเครื่องให้อากาศหรืออยู่ด้านหลังของเครื่องให้อากาศอีกตัวหนึ่งไม่มาก

เมื่อเปิดเครื่องให้อากาศพร้อมกันทั้งบ่อลองยกยอดูว่ากระแสน้ำพัดพาไปได้หรือไม่ถ้ายอถูกน้ำพัดพาไปได้แสดงว่ากระแสน้ำแรงพอที่จะทำความสะอาดพื้นบ่อได้

จำนวนเครื่องให้อากาศ แต่ละบ่อจะแตกต่างกันไปตามลักษณะและขนาดของบ่อ
บ่อรูปกลมหรือใกล้เคียงเกือบกลม การวางเครื่องให้อากาศจะง่าย และไม่ต้องใช้จำนวนมากกระแสน้ำก็จะหมุนเวียนได้ทั่วบ่อ

บ่อรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือใกล้เคียงจัตุรัส คือมีด้านยาวและด้านกว้างไม่แตกต่างกันมากและลบเหลี่ยมมุมจะทำให้กระแสน้ำไหลเวียนได้สะดวกขึ้น การวางเครื่องให้อากาศทำได้ง่ายกว่าบ่อสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีด้านกว้างน้อยกว่าด้านยาวมาก

โดยทั่วไปถ้าใช้เครื่องให้อากาศแบบใช้ไฟฟ้า จำนวนแรงม้าของเครื่องให้อากาศ 4 แรงม้าต่อไร่ก็พอเพียง แต่ถ้ามีปริมาณกุ้งหนาแน่นมากอาจจะต้องเพิ่มเป็น 6 แรงม้าต่อไร่สำหรับฟาร์มที่มีการดัดแปลงต่อเป็นแขนยาวอาจจะลดจำนวนเครื่องได้คือบ่อขนาด 3-4 ไร่ใช้มอเตอร์ 5 แรง 2 ตัวก็เพียงพอ เพราะแต่ละตัวสามารถติดตั้งได้เป็นแขนยาว 4 แขน แต่ละแบบมีใบพัด 16 ใบรวม 2 เครื่อง 8 แขน มีใบพัดทั้งหมด 128 ใบ สามารถทำความสะอาดพื้นบ่อที่มีความลึกไม่เกิน 1.40 เมตร ได้เป็นอย่างดี

รูปแบบของตำแหน่งเครื่องให้อากาศ บ่อสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 3-4 ไร่
- แขนตีน้ำแบบกากบาท
- แขนตีน้ำแบบทะแยงมุม

บ่อสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือผืนผ้าขนาด 6 ไร่
+ มีเครื่องตีน้ำหรือแอร์เจ็ตรอบนอกรวม 8 เครื่องแต่ละด้านมี 3 เครื่อง เนื่องจากระยะระหว่างแต่ละมุมยาวมากประมาณเกือบ 100 เมตร จำเป็นต้องมีเครื่องให้อากาศอีกเครื่องหนึ่งตรงกลาง และควรจะมีอีก 4 เครื่อง ด้านในสำหรับรวมเลนและเพิ่มพื้นที่แนวหว่านอาหารให้มากขึ้นด้วย
+ มีเครื่องตีน้ำแขนยาววงนอกวงเดียวรอบบ่อ เนื่องจากมีใบพัดจำนวนมากพอที่จะทำให้พื้นบ่อสะอาด ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องวงในอีก

บ่อขนาดเล็กพื้นที่ 2-2.5 ไร่
บ่อขนาดเล็กวางเครื่องให้อากาศทำให้น้ำเคลื่อนตัวทั้งบ่อได้ง่าย ถ้าลบเหลี่ยมมุมทั้ง 4 มุม เพื่อให้น้ำเคลื่อนตัวได้สะดวก สามารถวางตำแหน่งเครื่องตีน้ำได้หลายรูปแบบตามภาพ

บ่อที่มีพื้นบ่อสะอาด คือพื้นที่ตั้งแต่ขอบบ่อลึกเข้าไปในบ่อสะอาดเป็นบริเวณกว้างและมีเลนรวมกันกลางบ่อไม่กว้างมากประมาณ 25-30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่บ่อทั้งหมด บ่อที่มีพื้นที่แนวหว่านอาหารสะอาดเป็นบริเวณกว้าง กุ้งจะมีการเจริญเติบโตดีกว่าบ่อที่พื้นบ่อมีเลนกระจายมากหรือไม่สะอาด และมีปัญหากุ้งป่วยน้อยกว่า บ่อที่มีพื้นบ่อไม่ดีซึ่งกุ้งจะเริ่มป่วยหลังจากเลี้ยงได้ระยะหนึ่งส่วนมากเมื่อกุ้งอายุประมาณ 3 เดือน หรืออาจจะเร็วกว่านี้ถ้ามีกุ้งอย่างหนาแน่น

บ่อที่มีเครื่องให้อากาศจำนวนจำกัด พอที่จะทำให้พื้นบ่อรอบนอกสะอาดได้แต่เลนมีบริเวณกว้างผลผลิตจะต่ำกว่าบ่อที่มีพื้นที่สะอาดเป็นบริเวณกว้างกว่า แต่ถ้าปริมาณกุ้งในบ่อมีไม่มากนักเช่นประมาณ 800-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มเครื่องให้อากาศวงในอีก

สำหรับบ่อที่ใช้เครื่องตีน้ำมอเตอร์แบบ 2 แรง 4 ใบพัด เรียงวงนอกวงเดียว ไม่ควรวางเครื่องตีน้ำลึกเข้าไปในบ่อมาก ควรจะห่างจากขอบประมาณไม่เกิน 5 เมตรในระยะ 2 เดือนแรก หลังจากนั้นค่อย ๆ เลื่อนห่างออกไปได้อีกเล็กน้อย ถ้าวางเครื่องตีน้ำห่างจากขอบบ่อไกลมากตั้งแต่แรก จะทำให้กระแสน้ำพัดพาเอาตะกอนในแนวหน้าเครื่องตีน้ำเข้ามาสะสมบริเวณขอบบ่อมากจนเกิดปัญหาได้

บ่อที่มีเครื่องให้อากาศเพียงพอแต่วางตำแหน่งไม่ถูกต้อง ก็เกิดปัญหาได้เช่นกันยกตัวอย่างบ่อขนาด 6 ไร่ มีการใช้เครื่องให้อากาศรอบนอก 8 เครื่องและวางในอีก 4 เครื่อง แต่ระยะระหว่างเครื่องให้อากาศทั้ง 2 วงอยู่ห่างกันมาก จึงเกิดช่องว่างระหว่างกระแสน้ำทั้ง 2 วงทำให้ตะกอนต่าง ๆ รวมกันในพื้นที่ระหว่างเครื่องให้อากาศทั้ง 2 วง

แนวทางการแก้ไขปัญหา นี้คือย้ายเครื่องให้อากาศวงในออกมาอีก จนกระทั่งกระแสน้ำจากวงนอกและวงในรวมกันเป็นอันเดียวกัน พื้นที่เลนวงในกลางบ่อจะกว้างขึ้น แต่พื้นที่จากขอบบ่อและแนวหว่านอาหารจะสะอาดเพิ่มขึ้นไม่มีเลนกระจายผลการเลี้ยงจะดีขึ้นด้วย

ฟาร์มที่มีเครื่องให้อากาศจำกัดไม่สามารถทำให้น้ำเคลื่อนตัวรอบบ่อได้ ต้องปล่อยกุ้งในอัตราความหนาแน่นที่ลดลงเช่นไร่ละไม่เกิน 50,000 ตัวและหวังผลผลิตเพียงไม่เกิน 500 กิโลกรัมต่อไร่ ถ้าปล่อยลูกกุ้งหนาแน่นมากตั้งแต่แรกและลูกกุ้งติดดีมีอัตรารอดสูง จะเกิดปัญหาในระหว่างการเลี้ยงเช่นช่วงประมาณ60-80 วันได้

สำหรับบ่อของเกษตรกรรายย่อย ซึ่งเป็นบ่อที่มีขนาดไม่ใหญ่มากประมาณ 2 ไร่ บางระบบมีเครื่องให้อากาศเพียงเครื่องเดียว ถ้ารูปทรงบ่อเป็นสี่เหลี่ยมไม่ยาวมากนัก กระแสน้ำจะมีความแรงพอ แต่จำเป็นต้องลบเหลี่ยมมุมออกทำให้น้ำไหลเวียนสะดวกขึ้น เลนจะไม่กระจายมาก การเลี้ยงก็จะอยู่ในระดับที่พอใช้ได้บ่อที่มักจะมีปัญหาเลี้ยงกุ้งไม่ได้ตามระยะที่ต้องการเช่นประมาณ 80-90 วันกุ้งเริ่มป่วยในที่สุดก็ต้องจับ บ่อประเภทนี้เลนจะไม่รวมกันกลางบ่อเนื่องจากลักษณะดินที่เมื่อเปียกน้ำแล้วจะบวมทำให้เครื่องให้อากาศไม่สามารถพัดพาตะกอนต่าง ๆ ไปรวมกลางบ่อได้

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"การใช้เครื่องให้อากาศ.". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.nicaonline.com/kungthai1.htm
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-31°C
เชียงใหม่
23-30°C
นครราชสีมา
23-29°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
23-31°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×