สัตว์เศรษฐกิจ
กบ
เทคนิคการเลี้ยงกบให้ได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการ
20 กันยายน 2555
1,558
กบเป็นสัตว์ที่ตลาดมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ราคาซื้อขายไม่ผันผวนมากนัก อาชีพการเลี้ยงกบนับเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ดี อีกทั้งยังสามารถเลี้ยงเพื่อจำหน่ายได้หลายรุ่นอายุตั้งแต่ ลูกอ๊อด ลูกกบ กบรุ่น กบขุน และกบพันธุ์
คุณถาวร วงขันธ์ เจ้าของ ถาวรฟาร์มกบ ต.ดอนจิก อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ได้ให้สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ Farmer Info สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี FM 102.75 MHz. ว่า การเลี้ยงกบให้ได้ขนาดเพื่อจำหน่ายให้ตรงตามความต้องการของตลาดนั้นต้องเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกสายพันธุ์ เพื่อนำมาผสมพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นบ่อดินหรือบ่อซีเมนต์ก็ได้ ลำดับต่อมาคือการอนุบาลลูกกบ และการให้อาหารลูกอ๊อด ลูกกบ กบรุ่น จนได้ขนาดจับจำหน่ายตามขนาดที่ตลาดต้องการ

การคัดเลือกพ่อแม่พันธ์และการผสมพันธุ์กบ
การคัดเลือกสายพันธุ์กบถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการเลี้ยงกบ ควรเลือกพันธุ์ที่ตลาดในชุมชนต้องการบริโภค การคัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์ ต้องมีสภาพที่สมบูรณ์ในระบบการผสมพันธุ์ มีรูปร่างสมส่วนตามสายพันธุ์ ไม่มีบาดแผลตามลำตัว ขนาดที่เหมาะสมจะต้องมีขนาดน้ำหนัก 300-700 กรัม อายุ 12-16 เดือนขึ้นไป โดยกบขนาดนี้จะมีไข่แก่และน้ำเชื้อคุณภาพดี ส่วนในการผสมพันธ์นั้นจะเป็นการผสมพันธุ์กันเองตามธรรมชาติ คือเมื่อคัดพ่อ-แม่พันธุ์กบที่พร้อมจะผสมพันธุ์ได้แล้ว ให้นำไปใส่ในบ่อเพาะที่เตรียมไว้ในตอนเย็น กบจะผสมพันธุ์และวางไข่ในช่วงก่อนสว่างประมาณ ตี 4-6 โมงเช้า และเมื่อถึงตอนเช้าก็ให้จับพ่อ-แม่พันธุ์กบแยกออกจากบ่อ เพื่อป้องกันการรบกวนไข่และลูกกบที่จะฟักเป็นตัว หลังจากนั้นประมาณ 3-4โมงเช้า ไข่กบก็จะฟักออกเป็นตัว

การอนุบาลลูกกบ
ในระยะแรกหลังจากที่ไข่กบฟักออกมาเป็นตัว ให้นำเอาตัวลูกกบไปเลี้ยงในบ่ออนุบาลลูกกบ โดยบ่ออนุบาลลูกกบควรใช้บ่อดินที่ทำกระชังเตรียมไว้แล้ว เพราะว่าจะทำให้การดูแลรักษาลูกกบได้ง่ายกว่าการใช้บ่อซีเมนต์ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำ น้ำไม่ค่อยเน่าเสียทำให้อัตราการรอดของลูกกบนั้นมีสูง ในช่วง 2 วันแรกยังไม่ต้องให้อาหารลูกกบ เพราะลูกกบจะมีถุงไข่แดงที่ติดมากับตัวตั้งแต่เป็นไข่ หลังจากที่ถุงไข่แดงยุบลูกกบก็จะสามารถกินอาหารได้
การให้อาหาร
1.หลังจากที่ถุงไข่แดงที่ติดมากับตัวตั้งแต่เป็นไข่ ยุบลงลูกกบก็จะสามารถกินอาหารได้ ในช่วงนี้กบจะเป็นลูกอ๊อด ในระยะเวลา 7 วันแรก จะให้อาหารเม็ด โดยการนำเอาอาหารเม็ดมาแช่น้ำให้เปื่อยยุ่ยเสียก่อนแล้วใช้มือบีบเม็ดอาหารให้แตกละเอียด แล้วค่อยนำไปให้ลูกกบกิน ให้อาหารเพียงแค่ 1 ครั้งในช่วงระยะเวลา 7 วันแรก
2.หลังจาก 7 วันแรก ก็ให้อาหารอีก 2 ครั้ง / 7 วัน (ประมาณ 3-4 วัน / 1 ครั้ง) โดยการนำเอาอาหารเม็ดมาแช่น้ำให้เปื่อยยุ่ยเสียก่อนแล้วใช้มือบีบเม็ดอาหารให้แตกละเอียด แล้วค่อยนำไปให้ลูกกบกิน
3.หลังจาก 14 วันแรก เปลี่ยนรูปแบบการให้อาหารใหม่เป็น 3 ครั้ง / 1 วัน โดยมีช่วงเวลาการให้อาหารกบดังนี้
- ครั้งที่ 1 ให้อาหารกบเวลา 7.00 น.
- ครั้งที่ 2 ให้อาหารกบเวลา 16.00 น.
- ครั้งที่ 3 ให้อาหารกบเวลา 20.00 น.
** กบจะกินอาหารมากเป็นพิเศษในช่วงตอนกลางคืน การให้อาหารกบในช่วงเวลา 20.00 น. จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้กบนั้นโตเร็ว **
4.ใช้เวลาเลี้ยงกบประมาณ 30-40 วัน ก็สามารถจับกบรุ่นจำหน่ายได้แล้ว ในช่วงนี้ขนาดของกบประมาณ 10-12 ตัว/กิโลกรัม หรือถ้าหากเลี้ยงต่อไปอีก 3 เดือน กบก็จะได้ขนาด 5-7 ตัว/กิโลกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดต้องการ จึงทำให้จำหน่ายกบได้ราคาดี
เรียบเรียงโดย : อานนท์ ขันติวงษ์ เจ้าหน้าที่สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ถาวร วงขันธ์. สัมภาษณ์, 6 กันยายน 2555.
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
27-32°C
เชียงใหม่
25-31°C
นครราชสีมา
25-30°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×