ความรู้ทั่วไปด้านสัตว์
อาหารสัตว์และพืชอาหารสัตว์
เทคนิคการทำอาหารหมักสูตรประหยัดสำหรับเลี้ยงสุกร
14 กันยายน 2555
21,292
การเลี้ยงสุกรขุนให้ประสบผลสำเร็จและได้ผลกำไรดีนั้น เกษตรกรผู้เลี้ยงจะต้องหาวิธีการลดต้นทุนค่าอาหารให้ได้มากที่สุด เพราะต้นทุนหลักในการเลี้ยงสุกรรูปแบบนี้ คือ ต้นทุนค่าอาหาร และช่องทางที่จะช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงลดต้นทุนค่าอาหารได้ คือ การทำอาหารหมักเลี้ยงสุกร โดยการใช้เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหรือพืชผักที่หาง่ายในท้องถิ่น เช่น เศษผักผลไม้ต่างๆ หยวกกล้วย เถามันเทศ เถาฟักทอง ผักตบชวา สาหร่าย มะละกอดิบ ฯลฯ ซึ่งอาหารหมักที่มีคุณภาพ จะมีปริมาณโปรตีน 17.87 % ไขมัน 1.78 % และ พลังงาน 3,500 กิโลแคลลอรี่ต่อกิโลกรัม การให้จะต้องนำไปผสมกับหอยเชอรี่ป่น รำละเอียด หรือข้าวโพดป่น ให้สุกรกินแทนการให้อาหารสำเร็จรูป การเลี้ยงสุกรรูปแบบนี้จะใช้ระยะเวลาในการเลี้ยง และน้ำหนักที่ได้ไม่แตกต่างจากการเลี้ยงโดยการใช้อาหารสำเร็จรูปทั่วไป แต่จะช่วยลดต้นทุนค่าอาหารได้เกินครึ่งเมื่อเทียบกับการเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูป
คุณบุญเพ็ง คำเลิศ ปราชญ์เกษตรแห่งบ้านนาทุ่ง ต.สำโรงตาเจ็น อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเกษตรผสมผสานโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ให้สัมภาษณ์กับทางเจ้าหน้าที่ Farmer Info สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี FM 102.75 MHz. ผ่านทางช่วงรายการร่วมด้วยช่วยเกษตรกร เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2555 เวลา 14.00-15.00 น. ถึงเคล็ดลับการเลี้ยงสัตว์แบบลดต้นทุน โดยใช้อาหารหมักที่ทำจากเศษพืชผักผลไม้ ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร หรือวัสดุที่หาง่ายในท้องถิ่น นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แถมยังช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ได้อีกด้วย ซึ่งเกษตรกรสามารถทำได้ง่ายๆ ดังต่อไปนี้

วิธีการทำอาหารหมักสำหรับใช้เลี้ยงสุกร ส่วนผสม
1. ผักตบชวา เถามันเทศ เถาฝักทอง หยวกกล้วย มะละกอดิบ (ใช้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวบรวมกันให้ได้) จำนวน 20 กิโลกรัม
2. เกลือเม็ด หรือเกลือแกง จำนวน 250 กรัม
3. กากน้ำตาล จำนวน 1 กิโลกรัม
4. ถังพลาสติก
5. รำอ่อน

การเตรียมส่วนผสม
1. ใช้เศษพืชผักและผลไม้ต่างๆ ที่ยังไม่เน่าเสีย นำมาสับพอหยาบ ขนาด 2-3 ซม.
2. หยวกกล้วยที่นำมาทำอาหารหมัก ควรเป็นหยวกกล้วยจากต้นกล้วยที่ยังไม่เคยออกปลี เพราะจะมีปริมาณสารอาหารมาก นำมาหันแบบเฉียงขนาด 0.5 ซม.

วิธีทำ
1. นำเศษพืชผักและผลไม้ต่างๆ ที่หั่นเรียบร้อยมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันกับกากน้ำตาลและเกลือเม็ดในกะละมัง
2. นำส่วนผสมที่คลุกเคล้าให้เข้ากันดีแล้วใส่ในถังพลาสติกที่เตรียมไว้
3. ใช้มือกดให้แน่น
4. ปิดปากถังด้วยพลาสติกและปิดด้วยฝาถังอีกครั้ง จากนั้นหมักทิ้งไว้เป็นเวลา 7 วัน ก็สามารถนำไปให้สุกรกินได้

การนำอาหารหมักมาใช้เลี้ยงสุกร โดยธรรมชาติสุกรจะย่อยพืชผักซึ่งเป็นอาหารประเภทเยื่อใยได้น้อย การนำมาหมักจะทำให้สุกรได้ประโยชน์จากพืชหมักมากขึ้น แต่การนำไปใช้ควรคำนึงถึงอายุของสุกร โดยมีหลักการใช้อาหารหมักดังนี้

การให้อาหารหมักในสุกร สามารถให้กินได้ตั้งแต่สุกรรุ่น จนถึงจับขาย ให้กินวันละ 2 ครั้งในช่วงเช้าและเย็น โดยไม่ต้องให้อาหารสำเร็จรูป
- สุกรรุ่น (น้ำหนัก 30-60 กก.) ใช้อาหารหมัก 1 ส่วน ผสมรำ 2 ส่วน ให้กินวันละ 2-3 กิโลกรัม/ตัว/วัน โดยแบ่งให้ 2 ครั้ง เช้าและเย็น
- สุกรขุน (น้ำหนัก 60-100 กก.) ให้อาหารหมัก 1 ส่วน ผสมรำ 1 ส่วน ให้กินวันละ 4-6 กิโลกรัม/ตัว/วัน แบ่งให้ 2 ครั้ง เช้าและเย็น

ข้อดีของการใช้อาหารหมักจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเลี้ยงสุกร คือ
1. ช่วยประหยัดต้นทุนค่าอาหาร ซึ่งเมื่อเทียบกับการเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูป สามารถประหยัดค่าอาหารได้ มากกว่า 50%
2. การนำเศษพืชผัก ผลไม้ต่างๆ และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น เถามันเทศ เถาฟักทอง มาหมัก เป็นกรรมวิธีการเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ในอาหาร ช่วยในการย่อยได้ของอาหาร แทนการนำมาต้มเหมือนสมัยก่อน ซึ่งทำให้คุณค่าของอาหารจากธรรมชาติเหล่านั้นลดลง
3. อาหารหมักที่มีคุณภาพจะมีโปรตีน 17.87 % ไขมัน 1.78 % พลังงาน 3,500 กิโลแคลลอรี่ ต่อกิโลกรัม การให้ควรนำไปผสมกับรำละเอียด หอยเชอรี่ป่น หรือข้าวโพดป่น ให้กินโดยไม่ต้องใช้อาหารสำเร็จรูป

หมายเหตุ
- อาหารหมักสามารถเก็บไว้ใช้ได้เพียง 7 วัน ถ้าเกินจากนั้นไม่แนะนำให้ใช้เลี้ยงสุกร เพราะจะมีผลทำให้สุกรท้องเสียได้
- การใช้อาหารหมักเลี้ยงสุกร จะใช้ระยะเวลาเลี้ยงประมาณ 4-5 เดือน ก็สามารถจับขายได้ โดยสุกรจะมีน้ำหนัก ประมาณ 80-100 กิโลกรัม/ตัว


เรียบเรียงโดย : ทัศวรรณ สีลาสอน เจ้าหน้าที่สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
บุญเพ็ง คำเลิศ. สัมภาษณ์, 8 สิงหาคม 2555.
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-30°C
นครราชสีมา
24-32°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
23-32°C
ภูเก็ต
25-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×