หลักการเกษตร
พรบ.การเกษตร
พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. ๒๕๑๘ / (๒)
21 มกราคม 2559
3,842
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา


พระราชบัญญัติ

ปุ๋ย

พ.ศ. ๒๕๑๘
-------------------

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๘

เป็นปีที่ ๓๐ ในรัชกาลปัจจุบัน
[tab][tab][tab][tab][tab][tab][tab]บทเฉพาะกาล[tab][tab][tab][tab][tab][tab]--------------------------------------

[tab]มาตรา ๗๓ เมื่อพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแล้ว ให้ผู้ผลิต ผู้ขายหรือมีไว้เพื่อขายผู้นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งปุ๋ยเคมีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๒ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้ผู้นั้นประกอบกิจการนั้นไปพลางก่อนได้จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งไม่อนุญาตตามคำขอ

[tab]มาตรา ๗๔ ปุ๋ยเคมีที่ผลิต ขาย มีไว้เพื่อขาย หรือนำ หรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรในระหว่างที่พนักงานเจ้าหน้าที่ยังมิได้ออกใบอนุญาตหรือยังมิได้สั่งไม่อนุญาตตามคำขอตามมาตรา ๗๓ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ หรือมาตรา๒๓ แล้วแต่กรณี

[tab]มาตรา ๗๕ เมื่อผู้ผลิตหรือผู้นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งปุ๋ยเคมีตามมาตรา ๗๓ ผู้ใดที่ได้รับใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า หรือใบอนุญาตนำหรือสั่งปุ๋ยเคมีเข้ามา
ในราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว และได้ยื่นคำขอรับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมี ให้
ผู้นั้นดำเนินกิจการที่ได้รับอนุญาตตามใบอนุญาตต่อไปได้จนกว่าจะได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียน
ปุ๋ยเคมีหรือพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบถึงการไม่รับขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมีตามมาตรา ๓๙ แต่ทั้งนี้ไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต

[tab]ถ้าผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการตามวรรคหนึ่งประสงค์จะเลิกกิจการที่ตนได้รับอนุญาตหรือได้ยื่นคำขอรับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมีตามพระราชบัญญัตินี้ไว้แล้ว แต่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่รับขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมี ให้ผู้รับใบอนุญาตนั้นขายหรือจำหน่ายปุ๋ยเคมีของตนที่เหลืออยู่หรือปุ๋ยเคมีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่รับขึ้นทะเบียนดังกล่าวให้หมดภายในกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้แจ้งการเลิกกิจการหรือวันที่ได้ทราบถึงการไม่รับขึ้นทะเบียน แล้วแต่กรณี เว้นแต่พนักงานเจ้าหน้าที่จะผ่อนผันขยายกำหนดเวลาดังกล่าวให้

[tab]เมื่อครบกำหนดเวลาตามวรรคสอง หากปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตขาย หรือจำหน่ายปุ๋ยเคมีที่เหลืออยู่ไม่หมด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นำปุ๋ยเคมีที่เหลืออยู่หรือปุ๋ยเคมีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่รับขึ้นทะเบียนนั้นออกขายทอดตลาด หรือขายโดยวิธีอื่นใดตามที่อธิบดีเห็นสมควร เงินที่ได้จากการขายปุ๋ยเคมีดังกล่าว เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายแล้วให้คืนแก่เจ้าของปุ๋ยเคมีหรือผู้ซึ่งมีสิทธิรับเงินนั้น


[tab][tab]ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
[tab][tab]สัญญา ธรรมศักดิ์
[tab][tab]นายกรัฐมนตรี



[tab][tab][tab][tab][tab][tab][tab]อัตราค่าธรรมเนียม
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๗๙ อัตราค่าธรรมเนียม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
[tab][tab][tab][tab][tab][tab]--------------------------------------


[tab](๑) ใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท
[tab](๒) ใบอนุญาตผลิตปุ๋ยชีวภาพเพื่อการค้า ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท
[tab](๓) ใบอนุญาตผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อการค้า ฉบับละ ๒,๕๐๐ บาท
[tab](๔) ใบอนุญาตขายปุ๋ย ฉบับละ ๕๐๐ บาท
[tab](๕) ใบอนุญาตนำเข้าปุ๋ย ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท
[tab](๖) ใบอนุญาตส่งออกปุ๋ย ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท
[tab](๗) ใบอนุญาตนำผ่านปุ๋ย ฉบับละ ๕๐๐ บาท
[tab](๘) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๑๐๐ บาท
[tab](๙) ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมี ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท
[tab](๑๐) ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยชีวภาพ ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท
[tab](๑๑) ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ ฉบับละ ๒,๕๐๐ บาท
[tab](๑๒) ใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ย ฉบับละ ๑๐๐ บาท
[tab](๑๓) การต่ออายุใบอนุญาตครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแต่ละฉบับ
[tab](๑๔) การต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยแต่ละฉบับ
[tab](๑๕) การแก้ไขรายการทะเบียนปุ๋ย ฉบับละ ๓๐๐ บาท


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเป็นอาหารพืชหรือบำรุงดินเพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้น และปัจจุบันนี้มีการสั่งปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศมาจำหน่ายและผสมเพื่อจำหน่ายแก่เกษตรกรในปริมาณมากขึ้นทุกปี แต่ปรากฏว่าปุ๋ยเคมีที่จำหน่ายในท้องตลาดนั้น มักจะมีปุ๋ยเคมีปลอม ปุ๋ยเคมีผิดมาตรฐาน ปุ๋ยเคมีเสื่อมคุณภาพ ทั้งน้ำหนักปุ๋ยเคมีก็น้อยกว่าที่แจ้งไว้ในฉลาก ปริมาณธาตุอาหารพืชไม่ถูกต้องครบถ้วนตามข้อความที่แจ้งไว้ในฉลาก เป็นการเอาเปรียบแก่เกษตรกรและหวังผลกำไรเกินควร โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายแก่ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และยังเป็นการเสียหายแก่นโยบายการส่งเสริมการเกษตรของรัฐบาลอีกด้วย สมควรมีกฎหมายว่าด้วยปุ๋ยเพื่อควบคุมการผลิต การขาย และการนำ หรือสั่งปุ๋ยเคมีเข้ามาในราชอาณาจักรให้เป็นไปโดยสุจริตรวมทั้งควบคุมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ด้วย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรตามสมควร จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น




[tab]ดวงใจ/แก้ไข
[tab]๗ พ.ย. ๔๔
[tab]A+B (C)

[tab]พชร สุขสุเมฆ
[tab]อรดา เชาวน์วโรดม
[tab]หทัยชนก ทรัพยัย
[tab]จัดทำ
[tab]๒๑/๐๕/๔๖

[tab]วาทินี/ปรับปรุง
[tab]๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๙



[tab][tab][tab][tab][tab][tab]พระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๐
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๒๕/ตอนที่ ๗ ก/หน้า ๑/๑๑ มกราคม ๒๕๕๑

[tab]มาตรา ๓๗ ให้ยกเลิกอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. ๒๕๑๘และให้ใช้อัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัตินี้แทน

[tab]มาตรา ๓๘ ให้คณะกรรมการปุ๋ยตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการปุ๋ยตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

[tab]มาตรา ๓๙ บรรดาใบอนุญาตหรือใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมีที่ได้ออกให้ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. ๒๕๑๘ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุ
[tab]ถ้าผู้รับใบอนุญาตหรือใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยตามวรรคหนึ่งประสงค์จะดำ เนินกิจการต่อไป ให้ยื่นคำ ขอรับใบอนุญาตหรือใบสำ คัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยตามพระราชบัญญัตินี้ก่อนใบอนุญาตหรือใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยเดิมสิ้นอายุ และให้ดำเนินกิจการตามใบอนุญาตหรือใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยเดิมไปพลางก่อนได้จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตหรือใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยใหม่หรือได้รับแจ้งให้ทราบถึงการไม่อนุญาตหรือการไม่รับขึ้นทะเบียน

[tab]มาตรา ๔๐ ให้ผู้ผลิตเพื่อการค้า ผู้ขาย ผู้นำเข้า หรือผู้ส่งออกปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยอินทรีย์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๒ และในกรณีที่เป็นผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าให้ยื่นคำ ขอขึ้นทะเบียนปุ๋ยตามมาตรา ๓๘ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเมื่อได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอขึ้นทะเบียนปุ๋ยดังกล่าวแล้วให้ผู้นั้นประกอบกิจการต่อไปโดยถือว่าเป็นผู้รับใบอนุญาตจนกว่าจะได้รับแจ้งให้ทราบถึงการไม่อนุญาตหรือการไม่รับขึ้นทะเบียน

[tab]ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าตามวรรคหนึ่งประสงค์จะเลิกกิจการที่ถือว่าได้รับอนุญาตหรือได้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยอินทรีย์ตามพระราชบัญญัตินี้ไว้แล้วแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่รับขึ้นทะเบียน ให้ผู้นั้นขายปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยอินทรีย์ของตนที่เหลืออยู่หรือปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยอินทรีย์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่รับขึ้นทะเบียนนั้นให้หมดภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้แจ้งการเลิกกิจการ หรือวันที่ได้รับแจ้งให้ทราบถึงการไม่รับขึ้นทะเบียน แล้วแต่กรณี เว้นแต่พนักงานเจ้าหน้าที่จะผ่อนผันขยายเวลาดังกล่าวให้
[tab]ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าตามวรรคหนึ่ง ขายปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยอินทรีย์ที่เหลืออยู่ไม่หมดภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคสอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นำปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยอินทรีย์ที่เหลืออยู่หรือที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่รับขึ้นทะเบียนนั้นออกขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นใดตามที่อธิบดีเห็นสมควร เงินที่ได้จากการขายปุ๋ยดังกล่าวเมื่อได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว ให้คืนแก่เจ้าของปุ๋ยหรือผู้ซึ่งมีสิทธิรับเงินนั้น

[tab]มาตรา ๔๑ บรรดากฎกระทรวงและประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.๒๕๑๘ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ให้คงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

[tab]มาตรา ๔๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรมีมากขึ้น มีการส่งเสริมให้ใช้อินทรียวัตถุตลอดจนนำเทคโนโลยีทางชีวภาพเข้ามาใช้เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงบำรุงดินและเพิ่มคุณค่าของธาตุอาหารพืชมากขึ้น แต่พระราชบัญญัติปุ๋ยพ.ศ. ๒๕๑๘ ที่ใช้บังคับในปัจจุบัน มุ่งควบคุมปุ๋ยเคมีเป็นหลักโดยมิได้มีบทบัญญัติควบคุมปุ๋ย
ชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์ที่ชัดเจนเป็นเหตุให้มีปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์ที่ไม่ได้คุณภาพออกสู่ท้องตลาด ประกอบกับอัตราโทษที่กำหนดไว้เดิมไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าเงินที่เปลี่ยนแปลงไป สมควรปรับปรุงการควบคุมปุ๋ยและบทกำหนดโทษรวมทั้งบทบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับการใช้ปุ๋ยที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อรักษาไว้ซึ่งประโยชน์ของเกษตกรและภาคการเกษตร จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้



[tab][tab][tab][tab][tab][tab]--------------------------------------


   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
14-24°C
เชียงใหม่
13-22°C
นครราชสีมา
12-22°C
ชลบุรี
15-23°C
นครศรีธรรมราช
23-26°C
ภูเก็ต
23-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×