เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
รอบรู้เรื่องฟักทอง รับรองปลูกแล้วไม่เจ๊ง!!
24 กุมภาพันธ์ 2560
2,699
ฟักทองเป็นพืชตระกูลเดียวกับแตง มีอายุการเพาะปลูกสั้น ทนความแห้งแล้งได้ดีพอควร และเป็นพืชฤดูเดียว เช่นเดียวกับพืชตระกูลแตงอื่นๆ ฟักทองมี 2 สายพันธุ์หลักๆ คือ พันธุ์ฟักทองอเมริกัน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อยุ่ย และ พันธุ์สควอซ์ เปลือกแข็ง เนื้อแน่น เช่น ฟักทองไทยและญี่ปุ่น ซึ่งมีรสชาติหวานมัน สามารถเพาะปลูกได้ทุกภูมิภาคของไทย ในสภาพอากาศไม่หนาวเย็น สำหรับประเทศไทยเกษตรกรกลับไม่นิยมปลูกฟักทองเป็นพืชหลัก แต่จะปลูกเป็นพืชหลังนา(อาศัยความชื้นที่เหลือจากการทำนาข้าวมาให้ฟักทองได้ใช้เพื่อการเติบโต) หรือ พืชเสริมรายได้แทน พันธุ์ที่นิยมปลูกกันมาก คือ พันธุ์คางคก ซึ่งมี ผิวขรุขระ ให้ผลใหญ่ น้ำหนักดี รสชาติหวานมัน เนื้อสัมผัสเหนียวหนึบ เหมาะต่อการแปรรูปเป็นอาหารคาวหวานได้หลากเมนู เช่น พันธุ์ศรีเมืองและทองอำไพ(เจียไต๋) ด้านการดูแลจัดการนั้นไม่ยาก แต่จะยุ่งแค่ช่วงที่ต้องช่วยผสมเกสรและการเลี้ยงผลเท่านั้น มีโรคแมลงที่สำคัญ คือ โรคราน้ำค้าง ที่จะพบมากในฤดูฝนหรือแปลงที่ให้น้ำระบบพ่นฝอย และ ด้วงเต่าแตง โดยทั่วไปแล้วฟักทองมีลักษณะนิสัยเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่ควรเรียนรู้ไว้ ดังนี้
"ฟักทองญี่ปุ่น"
ภาพ : เทพมงคลฟาร์ม
23 เรื่องฟักทองน่ารู้ ที่รู้แล้วจะไม่เจ๊ง!!

1. ใช้ระยะเวลาปลูก-เก็บเกี่ยว 60 - 70 วันนับจากวันเพาะเมล็ด

2. หากปลูกด้วยกิ่งตอน จะติดดอก-ผล หลังปลูก 7 วัน

3. เมล็ดจะงอกดี ถ้าแช่น้ำ 30 นาที แล้วห่อผ้าบ่มในกล่องพลาสติก 3-5 วันก่อนนำไปเพาะกล้าปลูก

4. รากลึก 25-30 เซนติเมตร ชอบค่า pH ปานกลาง


5. ชอบอุณหภูมิ 18-27 องศาเซลเซียส ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสจะตาย (ไม่ทนอากาศหนาวเย็น)

6. สภาพแวดล้อมมีผลต่อการเปลี่ยนของเพศดอก

7. ช่วงกลางวันสั้น(ฤดูหนาว) จะมีดอกตัวเมียมากกว่าดอกตัวผู้

8. ช่วงกลางวันยาว(ฤดูร้อน/ฝน) จะมีดอกตัวผู้มากกว่าตัวเมีย
"ฟักทองพันธุ์คางคกของไทย"
9. หากมีดอกตัวผู้มาก แก้ด้วยการเด็ดยอดออกแล้วจะได้ดอกตัวเมียเพิ่มขึ้น

10. ในหนึ่งต้นจะมีทั้งดอกตัวผู้และตัวเมียแยกดอกกันอยู่(ดอกไม่สมบูรณ์เพศ) จึงต้องช่วยผสมเกสร

11. เวลาผสมเกสรที่ดีที่สุดคือ 06.00-09.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกพร้อมผสมพันธุ์

12. ดอกจะบานเพียง 1 วัน หลัง 09.00 น. ไปแล้วดอกจะเริ่มหุบ-เหี่ยวเฉา-ตาย

13. ดอกตัวผู้จะออกก่อนดอกตัวเมียและจะอยู่ตั้งแต่ข้อที่ 1-10

14. ดอกตัวเมียจะอยู่ตั้งแต่ข้อที่ 11 ไปจนถึงปลายเถา ลักษณะดอกจะมองเห็นเป็นผลอ่อนๆ อยู่ที่โคนดอก

15. ดอกตัวผู้ 1 ดอก จะผสมกับ ดอกตัวเมียได้ 3 ดอก ลักษณะดอกจะเหมือนดอกตัวเมีย แต่โคนดอกไม่มีผลอ่อนติดอยู่

16. การใช้นมผงเด็ก 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นช่วงที่ออกดอก จะล่อแมลงมาช่วยผสมเกสรมากขึ้น จึงติดลูกดก

17. หากดอกไหนผสมติดผลจะใหญ่ขึ้น แต่ถ้าผสมไม่ติดผลจะฝ่อร่วงไป

18. หลังติดผลได้ 7 วันให้เด็ดยอดออก จะทำให้ได้ผลใหญ่ น้ำหนักดี

ดอกฟักทองตัวผู้
ดอกฟักทองตัวเมีย

ฟักทองแก่จัด พร้อมจำหน่าย
ภาพ : เทพมงคลฟาร์ม

19. การให้ปุ๋ย
- ก่อนปลูก ใช้สูตรเสมอ เช่น 15-15-15 รองก้นหลุม 5 กรัม/หลุม
- อายุ 10-14 วัน ให้ปุ๋ยสูตรตัวหน้าสูง เช่น 46-0-0 อัตรา 10-15 กก./ไร่
- อายุ 20-25 วัน และ 30 วันให้ ปุ๋ยสูตร ตัวท้ายสูง เช่น 13-13-21 แบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งละ 25-30 กก.ไร่

20 . การให้น้ำ ควรให้ เช้า-เย็น

ต้นฟักทอง
ดอกตัวเมียที่ผสมติดแล้ว
ผลอ่อนฟักทอง
21. หากพบโรคราน้ำค้างระบาด ให้ใช้ แอนทราโคล 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น หรือ ฉีดพ่นน้ำล้างใบช่วงเช้า

22. หากพบด้วงเต่าแตงหรือแมลงอื่นระบาดในแปลงปลูก ให้ใช้ เมล็ดน้อยหน่า แห้ง 1 กก. หรือ ใบน้อยหน่าสด 2 กก. ตำละเอียด แช่น้ำ 10 ลิตร นาน 12-24 ชม. แล้วกรองเอาแต่น้ำมาผสมสารจับใบ เช่น น้ำสบู่ หรือ ผงซักฟอก ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วฉีดพ่นทุก ๆ 6-10 วัน เช้าและเย็น

23. เมื่อผลขึ้นนวล ตั้งแต่ขั้วไปจนถึงก้นผล แสดงว่าแก่จัด ได้เวลาเก็บเกี่ยว , ผลจะแก่หลังผสมติด 35-40 วัน

เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์ Web Content Editor

   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
24-31°C
เชียงใหม่
23-31°C
นครราชสีมา
25-31°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
26-33°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×