พืชไร่
ข้าวโพดฝักสด
การผลิตข้าวโพดหวาน(Sweet corn)
28 กรกฏาคม 2551
19,082
ข้าวโพดหวานเป็นพืชตระกูลหญ้า(Family Grammineae) จัดอยู่ใน Tribe Maydeae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zea mays ข้าวโพดเป็นพืชล้มลุกที่มีช่อดอกตัวผู้และตัวเมียแยกกัน แต่อยู่ภายในต้นเดียวกัน
ลักษณะทั่วไป : ข้าวโพดหวานเป็นพืชตระกูลหญ้า(Family Grammineae) จัดอยู่ใน Tribe Maydeae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zea mays ข้าวโพดเป็นพืชล้มลุกที่มีช่อดอกตัวผู้และตัวเมียแยกกัน แต่อยู่ภายในต้นเดียวกัน

- ใบของข้าวโพดประกอบด้วย กาบใบ(Leaf sheath) ที่หุ้มลำต้น และมีแผ่นใบ(leaf blade) ที่กางสลับบนส่วนของลำต้น ตัวแผ่นใบจะทำมุมกับลำต้นด้วยการยึดแข็งของเส้นกลางใบ(midrib) เพื่อให้ใบได้รับแสงสำหรับใช้ในกระบวนการปรุงอาหาร ข้าวโพดที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ในปัจจุบัน มักจะมีลักษณะทรงใบตั้ง เพื่อให้มีความทนทานต่ออัตราการปลูกสูง และแผ่นใบด้านบนจะถูกพัฒนาให้มีขน เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ในการดูดรับแสงให้มีมากขึ้น

- ต้นข้าวโพดส่วนใหญ่จะมีลำต้นเดี่ยว ตั้งตน ในกรณีที่ใช้อัตราการปลูกสูงต่ำ มีระยะระหว่างต้นและแถวกว้าง หรือมีการนำข้าวโพดต่างสภาแวดล้อมมาปลูก ข้าวโพดอาจสร้างแขนขึ้นได้ แขนงที่เจริญเติบโตสูงขึ้นจะแข่งขันกับต้นหลัก และแขนงที่เกิดขึ้นมักจะสร้างช่อดอก ที่อยู่ในสภาพกำกึ่งระหว่างช่อดอกตัวผู้และช่อดอกตัวเมีย รวมอยู่ในช่อเดียวกัน และสามารถติดเมล็ดได้

- สำหรับข้าวโพดหวานนั้นเป็นข้าวโพดที่ส่วนน้ำตาลในเมล็ดเปลี่ยนไปเป้นแป้งไม่สมบูรณ์ ทำให้เมล็ดก่อนสุกแก่มีความหวานมากกว่าข้าวโพดชนิดอื่นๆ และเมื่อแก่จะมีเมล็ดเหี่ยวย่น


สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูกข้าวโพดหวาน :

- ดินร่วน ดินร่วนเหนียวปนทรายหรือดินร่วนปนทราย

- ความอุดมสมบูรณ์สูงมีปริมาณอินทรียวัตถุไม่น้อยกว่า 1.5 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ มากกว่า 10 ส่วนในล้านส่วน และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ไม่น้อยกว่า 40 ส่วนในล้านส่วน

- การระบายน้ำและถ่ายเทอากาศดี

- ระดับหน้าดินลึก 25 - 30 เซนติเมตร

- ค่าความเป็นกรดด่างระหว่าง 5.5 - 6.8

- อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต 24 - 35 องศาเซลเซียส

- ปริมาณน้ำฝนกระจายสม่ำเสมอ 1,000-1,200 มิลลิเมตรต่อปี


การเลือกพันธุ์ข้าวโพดหวาน : ผลผลิตมีคุณภาพมาตรฐานตรงตามที่โรงงานหรือตลาดต้องการเจริญเติบโตดีเหมาะกับสภาพดินฟ้าอากาศ

พันธุ์ข้าวโพดหวานที่นิยมปลูก :ได้แก่

++ พันธุ์ลูกผสม ++เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกมากกว่าพันธุ์ผสมปิด มีลักษณะทางการเกษตรสม่ำเสมอ ได้แก่ ขนาดฝัก ความสูงฝัก ความสูงต้น อายุถึงวันออกไหมและเก็บเกี่ยว ให้ผลผลิตและคุณภาพสูงกว่าพันธุ์ผสมเปิดเป็นที่ต้องการของโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป และบริโภคฝักสด

• ไม่สามารถเก็บเมล็ดไว้ทำพันธุ์ได้

• พันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ ข้าวโพดหวานที่มียีนบริทเทิลควบคุมความหวาน ได้แก่ พันธุ์เอที เอส-2 หรือชูการ์ 74 และข้าวโพดหวานที่มียีนชรังเค่นควบคุมความหวาน เช่น พันธุ์ชูการ์ 73 ไฮ-บริกซ์ 10 และอินทรี 2 เป็นต้น โดยมีส่วนแบ่งการตลาดใกล้เคียงกัน

• ไม่ควรนำข้าวโพดหวานที่มียีนทั้งสองชนิดมาปลูกในบริเวณใกล้เคียงกันเพราะจะเกิดการผสมข้ามพันธุ์ทำให้เมล็ดไม่มี ความหวาน ตลาดไม่ยอมรับ

• พันธุ์ที่นิยมปลูก มีเมล็ดสีเหลือง สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่อ 18–20 วันหลังออกไหม 50 เปอร์เซ็นต์ ได้แก่ (ตารางที่ 1)

++ พันธุ์ผสมเปิด ++ มีลักษณะทางการเกษตรไม่สม่ำเสมอ เมื่อเปรียบเทียบกับพันธุ์ลูกผสม

• สามารถเก็บเมล็ดไว้ทำพันธุ์ต่อได้ 2-3 รุ่น โดยปลูกห่างจากพันธุ์อื่นไม่น้อยกว่า 300 เมตร หรือทิ้งช่วงการปลูกจาก พันธุ์อื่นไม่น้อยกว่า 21 วัน แล้วคัดเลือกฝักที่มีลักษณะตรงตามพันธุ์อย่างน้อย 200 ต้นต่อไร่

• พันธุ์ที่นิยมปลูกในปัจจุบัน มี 1 พันธุ์ (แสดงในตาราง)

ตารางที่ 1 : แสดงสายพันธุ์ข้าวโพด
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
กรมวิชาการเกษตร กระืทรวงเกษตรและสหกรณ์
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-29°C
เชียงใหม่
23-29°C
นครราชสีมา
23-29°C
ชลบุรี
25-28°C
นครศรีธรรมราช
25-30°C
ภูเก็ต
25-26°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×