ข้าว
วงจรข้าว
การลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตข้าวโดยการใช้มูลสัตว์เป็นปุ๋ยอินทรีย์
27 เมษายน 2554
14,992
การปลูกข้าวในประเทศไทยให้ผลผลิตข้าวเฉลี่ยต่อไร่อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมากเพียง 300 – 400 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งยังต่ำกว่าผลผลิตข้าวของประเทศคู่แข่ง เนื่องจากในการปลูกข้าวส่วนใหญ่มักใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชในปริมาณมาก ทำหึความอุดมสมบูรณ์ของดินลดลง ขาดธาตุรองและธาตุปลีกย่อย สภาพพื้นที่ปลูกเสื่อมถอยไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าว และพบปัญหาการระบาดของโรค แมลง ทำให้ผลผลิตข้าวลดต่ำลง อีกทั้งปุ๋ยและสารเคมีมีราคาสูง ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นแม้ราคาข้าวจะสูงขึ้นแต่ เกษตรกรมีรายได้สุทธิลดลง นอกจากนี้การใช้สารเคมีในการผลิตข้าวยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของเกษตรกรอีกด้วย ดังนั้นจึงต้องส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกข้าวจากเดิมที่เคยใช้ปุ๋ยเคมี มาเป็นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการผลิตข้าว เพื่อให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพและปริมาณที่สูงขึ้น รวมทั้งลดต้นทุนการผลิต เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้สุทธิเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งให้มีข้าวคุณภาพดีเพียงพอกับความต้องการของตลาดส่งออกในปัจจุบันด้วย
แนวทางการใช้มูลสุกรเป็นปุ๋ยอินทรีย์ในการปลูกข้าว

มูลสุกรประกอบด้วยเศษอาหารที่สัตว์กินเข้าไปแล้วไม่สามารถย่อยหรือนำไปใช้ประโยชน์ได้หมดจึงเหลือเป็นกากที่สัตว์ขับถ่ายออกมา ในมูลสุกรจึงอุดมไปด้วยธาตุอาหารชนิดต่างๆ ทั้งธาตุหลัก ได้แก่ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุรอง ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ซัลเฟอร์ และจุลธาตุ (ธาตุปลีกย่อย) ได้แก่ เหล็ก แมงกานีส ทองแดง สังกะสี โมลิบดินัม โบรอนและคลอรีน นอกจากนี้ยังมีธาตุเสริมประโยชน์ เช่น โซเดียมและซิลิคอน ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตและกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช


สำหรับการใช้มูลสุกรเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพืชอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยการใช้มูลสุกรปริมาณน้อย แต่สามารถเห็นผลรวดเร็วและชัดเจนนั้น ควรนำมูลสุกรแห้งมาทำเป็นน้ำสกัดมูลสุกรแล้วใช้ฉีดพ่นทางใบหรือใส่ทางดิน ส่วนกากที่เหลือจากการทำน้ำหมักมูลสุกร ก็ยังสามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยทางดินได้อีกด้วย ซึ่งการใช้มูลสุกรในการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตข้าว ทำได้ดังนี้

1.การใช้มูลสุกรแห้งในอัตรา 200 – 250 กก./ไร่ หมักตอซังหลังการเก็บเกี่ยว ช่วยเพิ่มธาตุอาหารและเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในดิน รวมทั้งจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลายตอซังให้ทำกิจกรรม ได้อย่างเต็มที่ ทำให้การย่อยสลายของตอซังเป็นไปอย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ ขณะเดียวกันก็ย่อยสลายเมล็ดข้าวร่วง ข้าวดีด ดอกหญ้า ต้นหญ้า ไม่ให้มีโอกาสโตขึ้นมาแข่งกับข้าวในฤดูถัดไป
2. การใช้น้ำสกัดมูลสุกรแช่เมล็ดพันธุ์ข้าว ช่วยให้ข้าวงอกเร็ว เนื่องจากข้าวมีอาหารสะสมในเมล็ดข้าวจะโตเร็วและคลุมต้นหญ้าได้ก่อน
3.การใช้น้ำสกัดมูลสุกรฉีดพ่นทางใบ โดยฉีดพ่นทางใบ ทุก 15 วัน ตลอดช่วงการปลูกจนก่อนเก็บเกี่ยว จำนวนไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง
4.การใช้น้ำสกัดมูลสุกรรดให้พืชทางดิน โดยให้พร้อมกับน้ำที่ปล่อยเข้าสู่แปลงนา เมื่อข้าวอายุ 30 และ 60 วัน
5.การใช้กากมูลสุกรที่เหลือจากการทำน้ำสกัดมูลสุกรหรือกากตะกอนจากบ่อแก๊สชีวภาพ จำนวน 50 กิโลกรัมต่อไร่ใส่ในนาข้าว 2 ครั้ง ช่วงเตรียมดินหรือทำเทือกและช่วงข้าวอายุ 1 เดือน


ประโยชน์ของมูลสุกรในการปลูกพืช

1.มูลสุกรเป็นวัตถุที่มีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชครบทั้ง 13 ชนิด จึงสามารถใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ให้ธาตุอาหารต่างๆ ที่สมบูรณ์แก่ต้นข้าวได้
2.รูปแบบของธาตุอาหารอาจอยู่ในรูปคีเลต คือ ธาตุอาหารจับอยู่กับกรดอะมิโนทำให้พืชสามารถใช้ประโยชน์ได้ดี
3.มีจุลินทรีย์ธรรมชาติที่ช่วยย่อยสลายเศษพืช และ ช่วยบำรุงดินทำให้ดินโปร่งและร่วนซุย ขณะที่มูลสัตว์มักมีเศษอาหารที่ย่อยและใช้ประโยชน์ไม่หมดจึงเป็นอาหารของจุลินทรีย์ได้อย่างดี ทำให้จุลินทรีย์เจริญและขยายจำนวนอย่างรวดเร็ว ทำการย่อยสลายพืชได้เร็วขึ้น


วิธีการทำน้ำสกัดมูลสุกร

นำมูลสุกรแห้งบรรจุลงในถุงไนลอน ( มุ้งเขียว ) แล้วแช่ในน้ำ อัตราส่วนมูลสุกร 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 10 ลิตร ปิดฝาถังให้สนิท และหมักไว้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง นำน้ำสกัดส่วนใสที่ได้มาเจือจางกับน้ำ เพื่อใช้เป็นปุ๋ยรดทางดินหรือฉีดพ่นทางใบ ส่วนกากมูลสุกรที่เหลือ สามารถนำไปทำปุ๋ยทางดินได้อีก ส่วนน้ำสกัดมูลสุกรที่ได้มีปริมาณธาตุอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ดังในตารางที่ 1
[tab]น้ำสกัดมูลสุกรส่วนใสที่ได้ สามารถหมักเก็บไว้ใช้ได้นาน ส่งผลทำให้น้ำสกัดใสยิ่งขนึ้น และมีธาตุอาหารในรูปที่พืชสามารถใช้ประโยชน์ได้มากในปริมาณมากยิ่งขึ้น

หมายเหตุ มูลสัตว์ที่ได้ควรเป็นมูลสุกร มูลไก่ไข่มูลนกกระทาที่ตากแห้งแล้ว จะให้ธาตุอาหารพืชในปริมาณที่มากกว่ามูลโคนม – โคเนื้อซึ่งมักกินฟาง หญ้าหรือพืชอาหารสัตว์ชนิดอื่นด้วย

การใช้ประโยชน์ของมูลสุกรเป็นปุ๋ยในนาข้าว
1.1การหมักตอซังโดยไม่ต้องเผา มีประโยชน์ คือ คืนธาตุอาหารที่มีในตอซังให้กับดิน ทำให้ดินมีอินทรีย์วัตถุและธาตุอาหารพืชเพิ่มขึ้น จุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตบริเวณผิวดินไม่ถูกทำลาย แต่กลับเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ให้ทำกิจกรรมอย่างเต็มที่ ทำให้สภาพดินดีขึ้น ดินโปร่ง รากต้นข้าวแผ่กระจายได้ดี ต้นข้าวแข็งแรง อีกทั้งเมล็ดข้าวดีด ข้าวปน และหญ้าที่ตกหล่นในแปลงนาจะถูกย่อยสลายไปด้วยการหมักสามารถทำได้ทันทีหลังจากเก็บเกี่ยวข้าว โดยไม่ต้องนำฟางข้าวออกและไม่ต้องเผาตอซัง แต่ให้ปฏิบัติดังนี้

- หว่านมูลสัตว์แห้ง เช่น มูลสุกร มูลไก่หรือมูลโค อัตรา 200 – 250 กก.ต่อไร่ ให้ทั่วแปลง แล้วทำการไถกลบ
- ใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ พด.2 (หมักจากผัก ผลไม้หรือสัตว์) จำนวน 5 ลิตรต่อไร่ผสมน้ำ 100 ลิตรพร้อมกับผสมสารเร่ง พด.1 แล้วคนให้เข้ากัน นาน 15 นาที จากนั้นเทปุ๋ยน้ำที่ผสมได้นี้ไปกับน้ำขณะที่ปล่อยเข้าจนทั่วแปลงนา หรือสาด/พ่นปุ๋ยอินทรีย์น้ำให้ทั่วแปลงนา แล้วปล่อยให้ย่อยสลายประมาณ 12-15 วัน
- ทำเทือกเพื่อเตรียมหว่าน หรือปักดำครั้งใหม่ต่อไป


1.2 ใช้น้ำหมักมูลสุกรแช่เมล็ดพันธุ์ข้าว มีประโยชน์ ช่วยให้เมล็ดข้าวมีธาตุอาหารสะสมในเมล็ดมากขึ้น ต้นและรากอ่อนเจริญได้เร็วขึ้น ประหยัดเวลาในการแช่เมล็ดข้าว ข้าวเจริญเติบโตเร็ว วัชพืชมีโอกาสขึ้นได้ช้ากว่าและน้อยกว่า

วิธีที่ 1 การแช่ข้าว นำน้ำสกัดมูลสุกร 1 ลิตร ผสมให้ครบ 20 ลิตร แช่เมล็ดพันธุ์ที่บรรจุในกระสอบเป็นเวลา 8 -12 ชั่วโมง นำข้าวขึ้นจากน้ำเพื่อทำการบ่ม โดยใช้น้ำสกัดมูลสุกรที่เหลือราดลงบนกระสอบที่บรรจุข้าวอยู่ ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมงต่อครั้ง หรือไม่ให้ข้าวแห้ง จนกระทั่งเมล็ดข้าวงอกพร้อมที่จะปลูก

วิธีที่2 หากต้องแช่ข้าวในปริมาณมาก ให้ทำการแช่ข้าวกับน้ำตามปกติ แต่เมื่อนำกระสอบข้าวขึ้นจากน้ำแล้วทำการบ่ม เมื่อเมล็ดข้าวเริ่มแห้ง ให้นำน้ำสกัดมูลสุกร 1 ลิตร ผสมน้ำให้ได้ 20 ลิตร ราดลงบนข้าวที่บรรจุอยู่ในกระสอบประมาณ 3 – 4 ชั่วโมงต่อครั้ง หรือไม่ให้ข้าวแห้ง จนกระทั่งเมล็ดข้าวงอกพร้อมที่จะปลูก

1.3 ใช้น้ำสกัดมูลสุกรฉีดพ่นทางใบ มีประโยชน์ทำให้พืชได้รับธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรองและจุลธาตุเร็วขึ้น ทำให้ข้าวมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ใบเขียว ใบตั้ง ส่งผลให้พืชมีการสังเคราะห์ด้วยแสงอย่างเต็มที่ อีกทั้งแมลงศัตรูพืชขาดแหล่งอาศัย นอกจากนี้ข้าวยังมีความแข็งแรง ต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช เก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้นเมล็ดข้าวเต่ง ได้น้ำหนักและผลผลิตมากขึ้น

วิธีการฉีดพ่นทางใบ
-เมื่อข้าวมีอายุ 15 และ 30 วัน นำน้ำสกัดมูลสุกร 1 ลิตร ผสมน้ำให้ครบ 20 ลิตร พร้อมสารจับใบ 3 – 5 ซี.ซี. ฉีดพ่นทางใบ ในช่วงเวลา เช้าหรือเย็น อัตรา 40 ลิตรต่อไร่
-เมื่อข้าวมีอายุ 45,60 และ 75 วัน นำน้ำสกัดมูลสุกร 2 ลิตร ผสมน้ำให้ครบ 20 ลิตร พร้อมสารจับใบ 3 – 5 ซี.ซี. ในช่วงเวลา เช้าหรือเย็น อัตรา 40 - 80 ลิตรต่อไร่
-หากพบว่าข้าวบางบริเวณไม่สม่ำเสมอ ให้ใช้น้ำสกัดมูลสุกร 2 ลิตร ผสมน้ำให้ครบ 20 ลิตร พร้อมกับสารจับใบ 3 – 5 ซี.ซี. ฉีดพ่นบริเวณที่ต้นข้าวเจริญเติบโตช้าจะช่วยให้ต้นข้าวโตเสมอกันได้


1.4ใช้น้ำสกัดมูลสุกรรดให้พืชทางดิน มีประโยชน์ ทำให้พืชได้รับธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรองและจุลธาตุอาหารผ่านทางรากได้เร็วขึ้นในระหว่างการเจริญเติบโต และเป็นการให้ปุ๋ยที่สะดวก ประหยัดค่าใช้จ่าย และมีประสิทธิภาพเทียบเท่าปุ๋ยเคมีคือให้ผลเร็ว
วิธีการให้ปุ๋ย นำน้ำสกัดมูลสุกรเข้มข้นปล่อยลงสู่แปลงข้าว อัตราส่วน 100 ลิตร ต่อ 1 ไร่ โดยให้พร้อมกับน้ำที่ปล่อยหรือสูบเข้าแปลง จำนวน 2 ครั้ง เมื่อข้าวอายุ 30 และ 60 วัน

1.5ใช้กากตะกอนจากบ่อก๊าซชีวภาพ ซึ่งอาจเป็นกากมูลสุกรหรือมูลไก่ไข่ก็ได้ โดยการใช้กากตะกอนมูลสัตว์แห้งประมาณ 50 กิโลกรัมต่อไร่ หรือมากกว่านี้แต่ไม่ควรเกิน 100 กิโลกรัมต่อไร่ เพราะจะทำให้ข้าวงามและสูงมากเกินไป การใส่ควรแบ่งใส่ตอนทำเทือกหรือก่อนปักดำข้าว 1 ครั้ง และเมื่อข้าวอายุ 1 เดือน อีก 1 ครั้ง กากตะกอนมูลสัตว์จะค่อยๆละลายธาตุอาหารพืชออกมา เมื่ออยู่ในน้ำหรือใบสภาพชื้นทำให้ต้นข้าวสมบูรณ์อย่างช้าๆยิ่งขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีอีก


สรุปปริมาณการใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ในการปลูกข้าว 1 ไร่
-มูลสัตว์แห้ง จำนวน 200 กก. เพื่อใส่ตอนหมักตอซัง
-ปุ๋ยน้ำสกัดมูลสุกร จำนวน 220 ลิตร ประกอบด้วย
การแช่เมล็ดพันธุ์ จำนวน 1.5 ถัง ใช้น้ำสกัดมูลสุกร 4 ลิตรเจือจางเป็น 80 ลิตร
การฉีดพ่นทางใบ จำนวน 5 ครั้ง ใช้น้ำสกัดมูลสุกร รวม 16 ลิตร/ไร่
รวมการใช้น้ำสกัดมูลสุกร 220 ลิตร ต้องใช้มูลสุกรณ์แห้ง ประมาณ 25 กก.
รวมใช้มูลสัตว์ทั้งหมด 225 กก.
- กากตะกอนมูลสุกรจากบ่อก๊าซชีวภาพใส่ทางดิน 50 – 100 กิโลกรัมต่อไร่

ผลผลิตเมล็ดข้าวปลูกโดยการใช้มูลสุกร

-การปลูกข้าวโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์มูลสุกรอย่างต่อเนื่อง ให้ผลผลิตใกล้เคียงหรือสูงกว่าการปลูกโดยใช้ปุ๋ยเคมี
-เมล็ดข้าวที่ได้มีคุณภาพ มีการสร้างแป้งที่ดี เมล็ดข้าวมีน้ำหนัก เมล็ดยาว สมบูรณ์ ใส มีความแกร่ง มีลักษณะท้องปลาซิวน้อยมาก เมื่อเทียบกับการปลูกข้าวปกติ

ต้นทุนการทำนา 1 ไร่ โดยใช้มูลสัตว์เป็นหลัก

1.ค่าไถนาและการเตรียมพื้นที่ 450 บาท
2.ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว 300 บาท
3.ค่ามูลสัตว์ 225 กก. 385 บาท
4.ค่ากอกตะกอนมูลสุกร 50 กก. 100 บาท
5.ค่าเกี่ยวข้าว + ขนส่ง 500 บาท
6.อื่นๆ(ค่าฉีดพ่นน้ำสกัดมูลสุกร) 250 บาท
รวมประมาณ 1,985 บาท

ผลการใช้มูลสัตวเป็นปุ๋ยอินทรีย์ในการปลูกข้าว

1.ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีในการปลูกข้าว
2.ต้นข้าวโตเร็วกว่าหญ้า และไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าหญ้า
3.ต้นข้าวมีความแข็งแรง ต้านทานต่อการเข้าทำลายของแมลงศัตนรูพืช เช่น เพลี้ยไฟ หนอนม้วนใบ หนอนกอ จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารกำจัดศัตรูพืช
4.ต้นข้าวแข็งแรง ไม่หักล้มง่ายเมื่อโดนลมฝน
5.ใบธงของข้าวจะเขียวจนกระทั่งเกี่ยว ทำให้มีการสังเคราะห์ด้วยแสงและสะสมแป้งในเมล็ดได้อย่างเต็มที่ เมล็ดข้าวใสและเต่ง
6.ขั่วของเมล็ดข้าวมีความสดและเหนียวขึ้น ทำให้เมล็ดข้าวไม่ร่วงในระหว่างการเก็บเกี่ยว
7.ข้าวแก่และเก็บเกี่ยวได้เร็วกว่าปกติ 5-7 วัน
8.ให้ผลผลิตข้าวเพิ่มมากขึ้นเทียบเท่าหรือมากกว่าการใช้ปุ๋ยเคมี เมื่อมีการใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ด้วยวิธีนี้อย่างต่อเนื่อง

หมายเหตุ 1.หากพื้นที่ปลูกเป็นดินทราย ให้ฉีดน้ำสกัดมูลสุกร 10 วัน/ครั้ง
2.สามารถฉีดปุ๋ยทางใบได้จนกระทั่งก่อนเก็บเกี่ยวข้าว 7 วัน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 20 มกราคม พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
24-29°C
เชียงใหม่
15-28°C
นครราชสีมา
21-31°C
ชลบุรี
24-31°C
นครศรีธรรมราช
22-27°C
ภูเก็ต
25-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×