ข้าว
ประวัติข้าว
การอารักขาข้าว ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนกระทั่งปัจจุบัน
16 กุมภาพันธ์ 2554
4,180
นับตั้งแต่การเริ่มต้นหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงสู่ท้องนาจนแตกกอ สร้างรวงอ่อน ออกดอก และเหลืองอร่ามพร้อมเก็บเกี่ยว มีอุปสรรคนานับประการ อาทิ โรคข้าว แมลง และ วัชพืชต่างๆ ที่ทำให้ผลผลิตและคุณภาพข้าวเสียหายได้ ดังนั้น การอารักขาข้าว ซึ่งก็คือ การปกป้องและกำจัดศัตรูข้าว จึงเกิดขึ้นและมีพัฒนาการมาตามลำดับ ดังนี้
ยุ ค ก่ อ น ป ร ะ วิ ติ ศ า ส ต ร์
การปลูกข้าวเป็นการผลิตเพื่อเลี้ยงชุมชน และเป็นการปลูกแบบไร่เลื่อนลอย ผลกระทบจากศัตรูข้าวจึงมีไม่มาก หากเกิดความเสียหายจากภัยธรรมชาติ หรือจากศัตรูพืช มนุษย์ก็มักเชื่อว่า เป็นการลงโทษของผีสาง หรือ สิ่งลี้ลับ จึงมักประกอบพิธีกรรม หรือบวงสรวงอ้อนวอนเทพเพื่อขอให้การปลูกข้าวเจริญงอกงามได้ผลดี ไม่เสียหายจากภัยพิบัติ

ยุ ค ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์
ชุมชนมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ต้องแสวงหาพื้นที่ใหม่ ที่สมบูรณ์กว่าเพื่อผลิตข้าวให้มากขึ้น มีการอพยพเคลื่อนย้ายชุมชนลงสู่ที่ราบลุ่ม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถควบคุมธรรมชาติ ไม่สร้างความเสียหายให้แก่การเพาะปลูก การปลูกข้าวจึงได้ผลผลิตสูง และสม่ำเสมอ สามารถเลี้ยงคนได้มากขึ้น แต่การปลูกข้าวต่อเนื่องทุกปี ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้มีผลกระทบจากศัตรูข้าวมากขึ้น อย่างไรก็ตามแม้ในยุคนี้ มนุษย์ก็ยังคงยึดถือพิธีกรรมทางศาสนาและความเชื่อดั้งเดิม เพื่ออ้อนวอนสิ่งศัดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองและดูแลข้าว

ยุ ค ก่ อ น ส ง ค ร า ม โ ล ก ค รั้ ง ที่ 2
ข้าวกลายเป็นสินค้าส่งออกหลักของไทย จึงมีการเพิ่มผลผลิตเพื่อการค้ามากขึ้น เป็นผลให้มีการนำเทคโนโลยี จากตะวันตกเข้ามาใช้ในการผลิตข้าว รวมถึงวิธีการป้องกัน และกำจัดศัตรูพืช แต่การอารักขาข้าวอย่างจริงจัง เกิดขึ้นในราวปี 2459 เมื่อได้มีการค้นคว้าทดลองในประเทศเอง ในเรื่องของการปราบศัตรูข้าว เช่น การกำจัดปูนา และเพลี้ยไฟทำลายต้นข้าว การปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อตัดวงจรชีวิตของศัตรูข้าว การไถ การตากดินเพื่อให้แสงสว่าง และความร้อนจากดวงอาทิตย์ทำลายศัตรูข้าวที่อยู่ในดิน ทำให้ดินสมบูรณ์ เร่งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน ให้สามารถต่อต้านศัตรูข้าวได้ และการใช้พันธุ์ข้าวที่มีความทนทานต่อศัตรูข้าว ซึ่งล้วนช่วยทำให้ผลผลิตสูง และคุณภาพดีทั้งสิ้น

ยุ ค ห ลั ง ส ง ค ร า ม โ ล ก ค รั้ ง ที่ 2
มีการเร่งพัฒนาเพิ่มผลผลิตข้าวมากขึ้น ทำให้มีการสั่งนำเข้าปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดการระบาดของศัตรูข้าวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในปี 2495 ได้มีพระราชบัญญัติป้องกันโรคและศัตรูพืช 2495 ห้ามนำพืชหรือศัตรูพืชเข้ามา หรือออกนอกราชอาณาจักรโดยทางอื่น นอกจากทางด่วนหรือเมืองท่า แต่ในปี 2498 ก็ยังเกิดการระบาดของเพลี้ยในพื้นที่นากว่าล้านไร่ และระบาดรุณแรงต่อเนื่องมาอีกหลายครั้ง ทำให้ปริมาณการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูข้าวเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

ปี 2512 ได้มีการแนะนำพันธุ์ข้าว กข. ชุดแรกซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูง และต้านทานเพลี้ยจักจั่นสีเขียว ซึ่งเป็นพาหะโรคใบสีส้มของข้าวที่ระบาดในขณะนั้น นับเป็นก้าวแรกของการใช้พันธุ์ข้าวต้านทานโรค เพื่อแก้ไขปัญหาศัตรูข้าวโดยไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พันธุ์ข้าวส่วนใหญ่ ที่รัฐบาลรับรองในระยะหลัง จึงเป็นพันธ์ที่มีความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญทั้งสิ้น แม้ว่าการใช้สารเคมีป้องกัน และกำจัดศัตรูข้าวจะให้ผลดีในด้านการเพิ่มผลผลิต แต่ผลกระทบที่ตามมาก่อให้เกิดปัญหา ทั้งทางด้านสภาพแวดล้อมและสุขอนามัย ซึ่งรวมถึงการทำให้ศัตรูพืชเกิดความต้านทานสารเคมี และการทำลายสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ในระบบนิเวศ ก่อให้เกิดการระบาดของศัตรูพืชบ่อยครั้ง เป็นผลให้นักวิชาการ และเกษตรกรตื่นตัวเกิดแนวคิด การป้องกันและกำจัดศัตรูข้าว ที่เปลี่ยนจากการทำลายเป็นการควบคุม

การอารักขาข้าวในปัจจุบันนี้ จึงเน้นไปในเรื่องการจัดการศัตรูข้าวแบบผสมผสานที่รวมเทคนิคหลายวิธีเข้าด้วยกัน ให้เหมาะสมกับชนิดของศัตรูข้าว พันธุ์ข้าว และพื้นที่ปลูกในแต่ละพื้นที่ นับเป็นระบบการจัดการศัตรูข้าวที่มีประสิทธิภาพสูง




แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
แหล่งที่มาของข้อมูล : มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-30°C
เชียงใหม่
22-28°C
นครราชสีมา
23-28°C
ชลบุรี
25-28°C
นครศรีธรรมราช
24-31°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×