เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
กระเทียมไทยราคาพุ่ง ผลผลิตขาดตลาด
13 มกราคม 2559
19,617
กระเทียมไทย ถือเป็นเครื่องเทศคู่ครัวที่ยังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ถึงแม้ปัจจุบันจะมีกระเทียมจากประเทศจีนเข้ามาตีตลาดขายในราคาถูก แต่กระเทียมไทยก็ยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค แต่ผลผลิตมีน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทำให้มีราคาสูงถึง กก.150-180 บาท ด้วยคุณภาพและรสชาติที่เผ็ดร้อน เนื้อละเอียด กลิ่นหอมฉุน จึงทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค แม้ราคาจะสูงกว่ากระเทียมจีนเป็นเท่าตัวก็ตาม
คุณสมัย ประจำ แม่ค้าจำหน่ายหอม-กระเทียมตลาดบ้านหนองลุง ตำบลตาเกษ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายหอมกระเทียมขึ้นชื่อในอำเภออุทุมพรพิสัย เปิดเผยกับทีมงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิดจังหวัดอุบลราชธานี ว่า ปัจจุบันกระเทียมไทยหาซื้อได้ยาก ผลผลิตไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วง2-3 เดือน ที่ผ่านมา (ตค.- ธค.58) ผลผลิตมีน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด บางพื้นที่ไม่มีกระเทียมไทยขายเลย ส่งผลให้มีราคาสูง กิโลกรัมละ 150-180 บาท ซึ่งสูงกว่าราคากระเทียมจีนที่ขายกัน กิโลกรัมละ 80-90 บาท เนื่องจากกระเทียมไทย มีรสชาติอร่อย เผ็ดร้อน เนื้อละเอียด กลิ่นหอมฉุน จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภคและตลาดยังมีความต้องการมาก พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่จะอยู่ที่ อำเภอยางชุมน้อย อำเภอวังหิน และอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงนี้เริ่มมีผลผลิตออกเพิ่มมาบ้าง แต่ปริมาณยังมีไม่มากพอ ราคาจึงยังค่อยข้างสูงอยู่
คุณสมัย แม่ค้าจำหน่ายหอมกระเทียม ได้กล่าวเปรียบเทียบคุณสมบัติและราคาขายของกระเทียมไทย และกระเทียมจีน ว่า สำหรับกระเทียมจีน ตนรับซื้อมากิโลกรัมละ 60-70 บาท นำมาขายกิโลกรัมละ 80-90 บาท ข้อดีของกระเทียมจีน คือ กลีบใหญ่ แกะง่าย แต่เนื้อไม่ละเอียด รสชาติจืด ไม่เผ็ดร้อน กลิ่นไม่หอมฉุนเหมือนกระเทียมไทย ส่วนราคากระเทียมไทย รับซื้อมากิโลกรัมละ 100-120บาท ขายกิโลกรัม 160-180 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิต ซึ่งราคาแพงกว่ากระเทียมจีนเป็นเท่าตัว แต่ผู้บริโภคคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังนิยมที่จะเลือกซื้อกระเทียมไทยมากกว่า ทำให้ทิศทางด้านราคาของกระเทียมไทยยังคงสูงอยู่ หากเกษตรกรหันมาปลูกกระเทียมไทยเพิ่มขึ้น ตลาดก็ยังสามารถรองรับผลผลิตได้ ราคาก็ทรงตัวไม่ตกต่ำ เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคยังมีมากอยู่


รายงานโดย : ภูวไนย ใจหาญ เจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.อุบลราชธานี
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
นางสมัย ประจำ, สัมภาษณ์. 07 มกราคม 2559.
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×