เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เกษตรกรสวนหมากเฮลั่น ราคาหมากพุ่งสูงทำรายได้ดี
14 ธันวาคม 2558
8,684
หมาก เป็นพืชที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมประเพณีความเป็นอยู่ของคนไทยมาช้านาน ในอดีตคนไทยนิยมกินหมากตั้งแต่เจ้านายจนถึงชาวบ้านธรรมดา แต่ปัจจุบันคนนิยมกินหมากกันน้อยลง หมากจึงเปลี่ยนไปมีบทบาทในแง่อุตสาหกรรมหลายชนิด โดยมีการส่งออกจำหน่ายไปยังต่างประเทศคิดเป็นมูลค่าการส่งออกหลายร้อยล้านบาทต่อปี หมากจึงเริ่มกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เพราะปลูกง่าย การปฏิบัติดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก โรคแมลงรบกวนน้อย ต้นทุนไม่สูง ทำรายได้ดีโดยมีการแนะนำให้ปลูกในลักษณะผสมผสานร่วมกับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นเพื่อเป็นการเสริมรายได้
เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิดจังหวัดระยอง ลงพื้นที่ตำบลช้างข้าม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี พบกับคุณสนั่น สมบัติชุก เกษตรกรผู้ปลูกหมากเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริมหลังจากการทำนาข้าว คุณสนั่นกล่าวว่า ตนเองปลูกหมากมานานหลายปีแล้วตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายเพราะสมัยโบราณในชีวิตประจำวันได้กินหมากกัน จึงคุ้นชินกับหมากเป็นอย่างดี โดยวิธีการปลูกไม่ยุ่งยากเพียงแค่เพาะพันธุ์จากเมล็ด รอให้ออกเป็นต้นก็นำมาปลูกได้ โดยตนเองได้ปลูกไว้ระหว่างไม้ผลชนิดอื่นภายในสวน รอระยะเวลาประมาณ 3-4 ปี ก็สามารถเก็บลูกหมากจำหน่ายได้แล้ว ลูกหมากจะออกผลเยอะในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน ของทุกปี แต่ถ้าหากเกษตรกรรดน้ำทั่วถึงก็จะสามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปี โดยตนเองจะเก็บลูกที่สุก คือเนื้อนอกเป็นสีเหลืองส้มสด โดยการเก็บมี 2 วิธี คือ การใช้บันไดพาดที่ต้นแล้วขึ้นไปเก็บกับอีกวิธีหนึ่งคือใช้ไม้สอยให้ลูกหมากหล่นลงมา เมื่อได้ลูกหมากแล้วนำไปตากแดดไว้รอจนเปลือกแห้งเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล จึงนำมาผ่าเอาเมล็ดเนื้อในออกมาเพื่อเก็บรอจำหน่ายต่อไป โดยมีพ่อค้าจากอำเภอแกลง จังหวัดระยอง มารับซื้อถึงบ้าน คุณสนั่นยังกล่าวอีกว่า การเก็บหมากจำหน่ายนั้นถือเป็นรายได้เสริมที่ดี มีเงินมาใช้จ่ายภายในครอบครัวได้อีกทางนอกเหนือจากการทำนาข้าว
ทางด้านคุณสุนทร กัมมาณนวริศ พ่อค้ารับซื้อหมากในพื้นที่ตำบลพังราด อำเภอแกลง จังหวัดระยอง กล่าวว่าตนเองมีอาชีพรับซื้อหมากดิบและหมากสุกในพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดจันทบุรี ซึ่งในปี 2558 ราคารับซื้อหมากสูงกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก โดยช่วงนี้ราคารับซื้อหมากอยู่ที่ 50-60 บาทต่อกิโลกรัม เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาราคาอยู่ที่ 30-40 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาการรับซื้อนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของเมล็ดถ้าลูกสวยและมีขนาดใหญ่ ไม่มีแมลงเจาะ เนื้อแห้งไม่ชื้น ราคาก็จะสูง ส่วนเมล็ดที่เล็กมีความชื้นนิดหน่อยก็จะได้ราคาที่ลดหลั่นกันลงมา คุณสุนทรยังกล่าวอีกว่า ตนเองจะเปิดทำการรับซื้อหมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม ซึ่งจะเป็นช่วงที่หมากมีผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก และหลังจากเดือนมิถุนายนเป็นต้นไปจะเข้าสู่ฤดูฝนทำให้เกษตรกรไม่สะดวกในการตากหมากให้แห้งก็จะรับซื้อเฉพาะหมากดิบที่มีเปลือกสีเขียวโดยทำการเก็บจากต้นลงมาเป็นแบบทลายแล้วสามารถจำหน่ายได้เลย โดยตนเองจะนำส่งจำหน่ายให้กับพ่อค้ารายใหญ่ที่อยู่ในกรุงเทพอีกทอดหนึ่งเพื่อส่งจำหน่ายไปยังอำเภอแม่สอด และนำส่งไปจำหน่ายยังประเทศพม่า ซึ่งเป็นประเทศที่ยังนิยมกินหมากในชีวิตประจำวัน นอกจากประเทศพม่าแล้วยังมีประเทศอินเดียและประเทศศรีลังกา ที่ยังสามารถส่งไปจำหน่ายได้อีกด้วย คาดการณ์ว่าราคารับซื้อจะมีราคาสูงเช่นนี้ไปจนถึงกลางปีหน้าเลยทีเดียว คุณสุนทรกล่าว

รายงานโดย : ธนโชค ศรีคงรักษ์ เจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.ระยอง
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
สนั่น สมบัติชุก,สุนทร กัมมาณนวริศ .สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2558
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×