เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เกษตรกร จ.อุบลฯ เพาะต้นกล้าสละอินโด สร้างรายได้เพิ่ม หลังสละผลสดจำหน่ายหมด
22 ธันวาคม 2558
6,011
สละอินโด มีถิ่นกำเนิดในแถบหมู่เกาะมลายูและหมู่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ต่อมาได้มีการนำเมล็ดพันธุ์สละอินโดเข้ามาปลูกในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ซึ่งสามารถปลูกและให้ผลผลิตได้ดี รสชาติหวาน กรอบ เป็นที่นิยมบริโภคของคนไทย มีการขยายพันธ์และปลูกกันอย่างกว้างขวาง เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่สร้างรายได้ให้เกษตรกร นอกจากนี้เกษตรกรผู้ปลูกสละอินโดได้ทำการเพาะต้นกล้าเพื่อจำหน่าย ให้กับผู้ที่สนใจนำไปปลูก เป็นการสร้างรายได้เพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง นอกจากการจำหน่ายผลสดสละอินโด
ร้อยตรีสิทธิพงษ์ วงศ์ศิริ เจ้าของสวนสละอินโด ที่บ้านเกษตรพัฒนา ตำบลคำขวาง สวนสละอินโดแห่งแรกในอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ให้สัมภาษณ์กับทีมงานร่วมด้วยช่วยกัน สำนึกรักบ้านเกิดฯ ว่า เมื่อครั้งไปปฏิบัติภารกิจที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้รับประทานผลสดของสละอินโดที่ภาคใต้ ทำให้เกิดความชื่นชอบ ในรสชาติที่หวาน กรอบ อร่อย เนื้อของผลที่มีสีขาว และมีความพิเศษตรงที่เนื้อของผลนั้นจะไม่ติดเมล็ด แตกต่างจากสละทั่วไป เมื่อตนกลับมาบ้านเกิดที่จังหวัดอุบลฯ จึงมีแนวความคิดอยากจะนำมาทดลองปลูก ว่าจะสามารถปลูกให้เจริญเติบโตในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ดินเป็นดินร่วนปนทรายได้หรือไม่ โดยทดลองหลายวิธี ทั้งปรับวิธีการปลูก การดูแล จนสามารถทำให้ต้นสละอินโดเจริญเติบโต และให้ผลผลิตที่มีรสชาติที่หวาน กลิ่นหอม ลูกใหญ่ เป็นที่ต้องการของตลาด ปัจจุบันตนหันมาปลูกต้นสละอินโด อย่างจริงจัง ประมาณ 2 ปีกว่า ในพื้น 10 ไร่ มีต้นสละอยู่ทั้งหมด 3,000 ต้น
การปลูกสละอินโดนั้น ตนจะปลูกแซมกับไม้ยืนต้นชนิดอื่นๆ เนื่องจากสละอินโด ไม่ชอบแสงแดดจัด ต้องอาศัยร่มเงาต้นไม้ใหญ่ โดยสละอินโดจะมีช่วงติดผลดกตามธรรมชาติในช่วงฤดูฝน และผลจะสุกในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมของทุกปี ซึ่งตนจะขายผลสดกิโลกรัมละประมาณ 100-150 บาท ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและผลผลิตที่มีมากหรือน้อยในช่วงเวลานั้นๆ โดยจะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงที่สวน และมีการสั่งจองล่วงหน้าทางโทรศัพท์ ทำให้ผลสดสละอินโดขายหมดอย่างรวดเร็ว และในเดือนพฤศจิกายนนี้ สละอยู่ในช่วงพักต้น ประมาณ 4-5 เดือน หรือประมาณช่วงเมษายน ปีหน้า จึงจะให้ผลผลิตพร้อมจำหน่ายอีกครั้ง
ร้อยตรีสิทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงนี้ตนจึงนำต้นกล้าสละอินโดที่เพาะพันธุ์ไว้มาขาย สร้างรายได้เพิ่มเติม หลังจากที่ขายผลสดหมดไป ซึ่งจะมีทั้งต้นพันธุ์ตัวเมียและต้นพันธุ์ตัวผู้ ที่ขายตามอายุและขนาดของต้น โดยต้นเล็กอายุ 6-8 เดือน สูง 40-70 cm ราคาต้นละ 50 บาท ต้นใหญ่อายุประมาณ 9-12 เดือน สูง 80-120 cm ต้นละ 100 บาท รวมทั้งขายเมล็ดพันธุ์ที่งอกแล้ว เมล็ดละ 10 บาท ให้กับเกษตรกรผู้ที่สนใจ และลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้า ซึ่งตนจะทำการเพาะเมล็ดและต้นกล้าไว้ เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า สามารถสร้างรายได้เพิ่ม นอกเหนือจากการขายสละผลสดได้เป็นอย่างดี

รายงานโดย : ภูวไนย ใจหาญ เจ้าหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.อุบลราชธานี
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×