เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เอ็ม บี เค กรุ๊ป ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา รณรงค์การใช้เศษพืชผัก ทำการเกษตรอย่างยั่งยืน
04 มิถุนายน 2558
864
หากพูดถึงที่มาของรายได้หลักของประเทศไทย หนึ่งในนั้นคงต้องมี ?เกษตรกรรม? โดยเฉพาะการส่งออกพืช ผัก ผลไม้ทางการเกษตรสู่ตลาดโลก จึงเป็นที่มาให้เกษตรกรนิยมใช้ปุ๋ยเคมีทำการเกษตรมากกว่าการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพราะมีสูตรที่ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานและให้ดอกผลรวดเร็วทันใจ โดยอาจลืมคำนึงถึงปัญหาด้านสภาพแวดล้อมของระบบนิเวศ รวมถึงปัญหาดินเสื่อมคุณภาพ

ล่าสุด ในงานอร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน ซึ่งเป็นงานจัดจำหน่ายผลไม้สดชื่อดังคุณภาพดีนานาชนิดจากชาวสวนในพื้นที่ภาคตะวันออก เอ็ม บี เค กรุ๊ป จึงร่วมกับ มูลนิธิชัยพัฒนา สาธิตการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ เพื่อรณรงค์ให้เกษตรกรเข้าใจถึงประโยชน์และหันมาใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพมากขึ้น



"สุภิสรา ทองมาลัย" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ?การจัดกิจกรรมอร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวนครั้งนี้ นอกจากช่วยส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงฤดูผลไม้ อันก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และทำให้ผลไม้ของไทยเป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นในหมู่ชาวต่างชาติซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวแล้ว



เอ็ม บี เค กรุ๊ป ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญในการทำเกษตรตามแนวพระราชดำริ จึงได้ร่วมกับ มูลนิธิชัยพัฒนา จัดกิจกรรมให้ความรู้และสาธิตการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ จากเศษพืช ผัก และเปลือกผลไม้ ซึ่งมีคุณประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยปรับสภาพดินให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณขยะ รวมถึงให้ความปลอดภัยกับผู้ใช้และผู้บริโภค และที่สำคัญที่สุดคือให้เกษตรกรมีความรู้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และลดรายจ่ายค่าปุ๋ยบำรุงดิน



ขณะนี้เกษตรกรบางส่วนเริ่มหันมาใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ ทำการเกษตรมากขึ้น เนื่องจากผลผลิตที่ได้มีความเจริญงอกงามตามธรรมชาติ และมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าปุ๋ยเคมี ซึ่ง "สุลักษ์ขณา ทิพย์วงศ์ทอง" เจ้าของสวนทุเรียนเจ๊โง้ว จ.ระยอง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งมีความสะดวกสบาย และผลผลิตที่ได้มีการเจริญเติบโตรวดเร็ว แต่สารเคมีนั้นส่งผลทำให้ดินเสื่อมสภาพ มีความกระด้าง อีกทั้งยังทำให้รสชาติของผลผลิตขาดความหอมหวาน รวมถึงต้นทุนการผลิตมีราคาสูง จึงหันมาใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพแทน เพราะผลผลิตจะมีรสชาติดีหอมหวานน่ารับประทานกว่า ที่สำคัญต้นทุนไม่แพงอีกด้วย



อย่างไรก็ตาม เกษตรกรบางรายยังมีความเห็นต่างในการใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพทำเกษตรกรรม ซึ่ง "ธารา พฤฒิสุขนิรันดร์" เจ้าของสวนบ้านเรา จ.ระยอง กล่าวว่า การใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพนั้นต้องใช้ปริมาณที่มากกว่าปุ๋ยเคมีหลายเท่า จึงต้องนำปุ๋ยหมักชีวภาพ รวมถึงปุ๋ยคอกมาผสมผสานกับปุ๋ยเคมี เพราะช่วยประหยัดเวลา และเร่งผลผลิตได้รวดเร็วกว่า



โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องยากที่จะให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพทั้งหมดเลยทีเดียว ต้องค่อยๆ ปรับเปลี่ยน และใช้ผสมผสานกับปุ๋ยเคมีไปก่อน แต่ก็เห็นด้วยว่า ปุ๋ยหมักชีวภาพมีธาตุอาหารสูง และมีประโยชน์กับดินมากกว่าปุ๋ยเคมี



ด้าน"วิทสันติ หอมงาน" นักวิชาการเกษตร ศูนย์บริการวิชาการเกษตร มูลนิธิชัยพัฒนา เผยว่า การทำปุ๋ยหมักชีวภาพจะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร ช่วยปรับโครงสร้างและบำรุงดินให้มีสภาพสมบูรณ์ อีกทั้งยังช่วยลดจำนวนขยะและมลภาวะ เพราะเป็นการนำเศษเปลือกพืช ผัก ผลไม้ ที่เหลือใช้ภายในสวนของเกษตรกรมาผลิตเป็นปุ๋ย โดยมีขั้นตอนการทำที่ไม่ยุ่งยากและใช้พื้นที่ไม่มาก



ส่วนผสมหลักจะมี เศษเปลือกพืช ผัก ผลไม้ มูลสัตว์ ปุ๋ยยูเรีย และเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลาย และสามารถขอได้จากกรมที่ดินโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย



อย่างไรก็ตาม มีเกษตรกรบางรายกังวลว่าหากผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เองจะมีเชื้อโรคบางชนิดที่เป็นอันตรายเจือปนอยู่และเป็นสาเหตุให้ต้นไม้และพืชล้มตายได้ โดยที่ ?วิทสันติ? อธิบายเพิ่มเติมว่า จุลินทรีย์ที่ได้จากการหมักส่วนใหญ่จะไม่พบปัญหาอะไร เพราะในบ่อหมักปุ๋ยจะมีความร้อนสูง จึงฆ่าเชื้อโรคหรือเชื้อแบคทีเรียได้ แต่หากไม่มั่นใจว่าปุ๋ยหมักชีวภาพของท่านมีความปลอดภัยหรือไม่ สามารถนำไปตรวจได้ที่กรมที่ดิน และถึงแม้การใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพต้องใช้ในปริมาณที่มากกว่าปุ๋ยเคมีหลายเท่า โดยใช้ประมาณ 1-2 ตัน ต่อไร่



เราก็ยังคงพยายามรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นการนำผลผลิตที่เน่าเสียหรือวัชพืชมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จึงดีกว่านำไปเผาทิ้งซึ่งก่อให้เกิดมลพิษในอากาศ และช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้อีกทางหนึ่งด้วย



ทั้งนี้ เอ็ม บี เค กรุ๊ป ได้นำปุ๋ยหมักชีวภาพทั้งหมดที่ได้จากการสาธิตภายในงานอร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวนมอบให้แก่เกษตรกรที่นำผลไม้มาจัดจำหน่าย เพื่อนำไปใช้บำรุงดินและเป็นหัวเชื้อสำหรับการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ แม้จะเป็นโครงการเล็กๆ แต่บริษัทฯ หวังว่าความรู้ในการทำปุ๋ยหมักชีวภาพที่ได้ถ่ายทอดไปสู่เกษตรกรในครั้งนี้จะช่วยจุดประกายการทำเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ เพื่อให้ผืนดินซึ่งเป็นที่ทำกินของเกษตรกรมีสภาพอุดมสมบูรณ์และให้ผลผลิตที่ดีในระยะยาวต่อไป



---------------------- ^ ^ ---------------------
ที่มา :
"เศรษฐกิจในประเทศ".ประชาชาติธุรกิจ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1433302893#

    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
23-29°C
เชียงใหม่
21-28°C
นครราชสีมา
19-27°C
ชลบุรี
23-29°C
นครศรีธรรมราช
24-28°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×