เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ท่ามะพลาโมเดล เกษตรกรแฮปปี้ ขายมังคุดรวย
28 ตุลาคม 2557
4,444
จุดอ่อนของเกษตรกรไทยที่สำคัญคือ ไม่มีการรวมกลุ่มกันเพื่อการต่อรอง แต่มาวันนี้เป็นเรื่องน่ายินดี ที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มมังคุดศูนย์เรียนรู้การเกษตรท่ามะพลา ตำบลท่ามะพลา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ได้มีการรวมตัวกันเกือบ 200 ราย เพื่อผลิตมังคุดที่มีคุณภาพระดับส่งออก พร้อมใช้ระบบประมูล ทำให้มังคุด เบอร์ 1 ของกลุ่มปีนี้ขายได้ในราคา 120 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งถือเป็นราคาที่ดีเมื่อเทียบกับทุกๆ ปี ที่ผ่านมา และเคยทำสถิติสูงสุด อยู่ที่กิโลกรัมละ 168 บาท
คุณนำชัย พรหมมีชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พาคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางล่องใต้ ไปดูกิจกรรมของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มมังคุดศูนย์เรียนรู้การเกษตรท่ามะพลา ซึ่งมี คุณสมพงษ์ จินาบุญ เป็นประธานกลุ่ม มีสมาชิก 184 ราย มีพื้นที่ปลูก 950 ไร่ ได้ผลผลิตประมาณ 1,000 ตัน ต่อปี ส่วนใหญ่ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ผ่านการประมูล อยู่ที่ 50-80 บาท ต่อกิโลกรัม รวมแล้วทั้งกลุ่มมีรายได้ประมาณ 52 ล้านบาท ต่อปี เรียกว่าเป็นเศรษฐีกันเป็นแถว


ทั้งนี้ ใน ปี 2553 ทางกลุ่มได้ขอจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน โดยใช้ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ตำบลท่ามะพลา
เป็นที่ทำการกลุ่ม และใช้วัดท่ามะพลาเป็นสถานที่จัดประมูล

คุณสมพงษ์ อธิบายถึงกระบวนการผลิตมังคุดคุณภาพเพื่อการส่งออกของกลุ่มว่า เป็นกลุ่มผลิตมังคุดต้นแบบที่ผ่านมาตรฐาน GAP และได้ตราสัญลักษณ์ Q ทุกแปลง พอ ปี 2553 มังคุดจากกลุ่มขายได้ในราคาไม่ต่ำกว่า 100 บาท
ต่อกิโลกรัม เนื่องจากเน้นการผลิตเพื่อการส่งออกให้ตรงกับความต้องการของตลาด พร้อมใช้กระบวนการคัดเกรด
ซึ่งมีอยู่ 6 เกรด และเป็นมาตรฐานของกลุ่มที่ใช้ในการประมูลผลผลิตจนถึงปัจจุบัน

"การประมูลนี้จะทำให้เกษตรกรได้เปรียบ แต่ขณะเดียวกันเกษตรกรก็ต้องปรับตัวในการผลิตมังคุดให้ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งการคัดเกรด แยกเกรด จะทำให้ผู้ส่งออกลดต้นทุน ที่สำคัญมังคุดของกลุ่มรับประกันได้ว่ากินได้ทุกลูก"

สำหรับ มังคุด เบอร์ 1 ผิวมัน หูเขียว น้ำหนัก 80 กรัม ขึ้นไป เน้นส่งออกอย่างเดียว เบอร์ 2 ผิวมัน เบอร์ 3 ผิวมัน
หูเขียว น้ำหนัก 56-79 กรัม เบอร์ 4 ผิวมันลาย น้ำหนัก 56 กรัม ขึ้นไป เบอร์ดำ 55 กรัม ลงมา และเบอร์ดำมีสีคล้ำถึงดำ ราคาจะลดหลั่นกัน อย่างเบอร์ดำ ต่ำสุดปีนี้อยู่ที่ 27-30 บาท ต่อกิโลกรัม

เบอร์ 1 ส่งออกเป็นหลัก :

จากนั้นจึงมีการระดมความคิดเห็นของสมาชิกและสรุปร่วมกันว่า จะต้องรวมกลุ่มและจำหน่ายผลผลิตในรูปของการประมูล โดยสมาชิกต้องรวบรวมมังคุดที่มีคุณภาพและต้องมีปริมาณที่เพียงพอของแต่ละวัน และต้องคัดแยกเกรดต่างๆ ตามมาตรฐานให้ชัดเจน เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการทั้งส่งออกต่างประเทศและภายในประเทศเข้าแข่งขันประมูล

กันเกษตรกรก็ต้องปรับตัวในการผลิตมังคุดให้ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งการคัดเกรด แยกเกรด จะทำให้ผู้ส่งออกลดต้นทุน ที่สำคัญมังคุดของกลุ่มรับประกันได้ว่ากินได้ทุกลูก

สำหรับ มังคุด เบอร์ 1 ผิวมัน หูเขียว น้ำหนัก 80 กรัม ขึ้นไป เน้นส่งออกอย่างเดียว เบอร์ 2 ผิวมัน เบอร์ 3 ผิวมัน หูเขียว น้ำหนัก 56-79 กรัม เบอร์ 4 ผิวมันลาย น้ำหนัก 56 กรัม ขึ้นไป เบอร์ดำ 55 กรัม ลงมา และเบอร์ดำมีสีคล้ำถึงดำ ราคาจะลดหลั่นกัน อย่างเบอร์ดำ ต่ำสุดปีนี้อยู่ที่ 27-30 บาท ต่อกิโลกรัม

แนะเทคนิคผลิตมังคุดคุณภาพ

คุณสมพงษ์ แจกแจงถึงเทคนิคการผลิตมังคุดคุณภาพว่า เริ่มตั้งแต่การตัดแต่งกิ่งหลังการเก็บเกี่ยว จากนั้นใส่ปุ๋ยบำรุงต้นสูตรเสมอ พอใส่ปุ๋ยเสร็จรอการแตกยอดอ่อนชุดใหม่ พร้อมเฝ้าระวังหนอนกินยอดอ่อน โดยใช้สารไซเพอร์เมทริน 35% ในปริมาณ 80-100 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร หลังจากใบชุดแรกเริ่มจะเป็นใบเพสลาด ให้ใช้ปุ๋ยเร่งดอก สูตร 8-24-24 หรือ 9-24-24 ตัวใดตัวหนึ่ง เป็นตัวเร่งการออกดอกให้เร็วขึ้นกว่าปกติ และคอยกำจัดเพลี้ยไฟ ทั้งนี้ ช่วงมังคุดเริ่มออกดอกเป็นช่วงที่เพลี้ยไฟทำลายหูมังคุด ทำให้เกิดเป็นสนิม ไม่สวย ดังนั้น ต้องใช้สารอะบาเม็กติน ในอัตรา 250 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งในและนอกทรงพุ่ม

ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มมังคุดฯ ให้คำแนะนำอีกว่า ช่วงติดผลอ่อนต้องระวังในการใช้สารเคมี อย่าใช้ยาร้อนฉีด เพราะจะมีผลต่อผิวมังคุดที่เริ่มมีดอกบาน ให้ใช้สารฟิโปรนิล 5% ผสมกรดอะมิโน เพื่อเพิ่มความเข้มให้แก่หูและผิวของมังคุด หลังจากนั้น 7-10 วัน ให้ใช้สารอิมิดาครอพริด ชนิดผง 70% อัตราการใช้ 50 กรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นทั้งในและนอกทรงพุ่ม ป้องกันเพลี้ยไฟครั้งสุดท้าย ก่อนที่มังคุดจะติดผลอ่อน


การผลิตมังคุดคุณภาพของกลุ่มนี้ ต้องเอาใจใส่ทุกขั้นตอน โดยเฉพาะช่วงที่มังคุดเริ่มจะโตและสร้างเนื้อ ต้องให้ปุ๋ยทางดินควบคู่ไปด้วย โดยใช้สูตร 13-13-21 ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของผลอ่อน เมื่อมังคุดมีขนาดโตขึ้นเท่าเหรียญ 10 บาท หรือน้ำหนัก 40-50 กรัม ขึ้นไป ผิวเริ่มแข็งจะมีไรแดงเข้าทำลายผิว ทำให้ผิวลายส่งออกไม่ได้ ดังนั้น ต้องใช้สารอีไทออน 50% อัตราการใช้ 300 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วทุกผล พร้อมให้น้ำควบคู่กันไป จนกว่าจะเก็บเกี่ยว

คัดเกรด 2 รอบ

วันนั้นได้มีโอกาสไปดูการคัดแยกมังคุด ซึ่งแม้สมาชิกจะคัดแยกมารอบหนึ่งแล้ว แต่ทางกลุ่มจะมาคัดแยกอีกรอบหนึ่ง โดยมีคณะกรรมการคัดเกรด 2-3 คน แต่ละคนเชี่ยวชาญมาก พอหยิบมังคุดลูกที่มีปัญหา จะรู้ทันทีว่าเป็นมังคุดที่ตกจากพื้น รวมทั้งบางลูกที่ตกเกรดมียาง หรือหูไม่สวย

สำหรับขั้นตอนการจัดการประมูลมังคุดคุณภาพ มีดังนี้

1. ผลผลิตมังคุดจากสมาชิกต้องผลิตมังคุดให้ได้คุณภาพตามที่ได้ตกลงกันไว้

2. ผลผลิตที่นำเข้าสู่กลุ่ม ต้องมีการแยกเกรดเรียบร้อย

3. ขั้นตอนการตรวจสอบผลผลิตจากคณะกรรมการฝ่ายตรวจสอบ

4. ผู้ประกอบการเข้ายื่นซองประกวดราคา

5. รวบรวมผลผลิตที่คณะกรรมการได้แยกเกรดเรียบร้อยแล้ว เพื่อทำการประมูล

6. ผลผลิตที่ผ่านการตรวจสอบชั่งน้ำหนักให้กับสมาชิก

7. เวลา 18.00 น เปิดซองประกวดราคา

8. ประกาศผลการประกวดราคาของแต่ละวัน

9. กลุ่มจัดการประสานสมาชิกและผู้ประมูล กลุ่มได้รับค่าบริหารจัดการ

ต่อไป ถ้าเกษตรกรผลไม้ในส่วนอื่นๆ ของบ้านเรา นำท่ามะพลาโมเดลไปใช้ รับรองเกษตรกรแฮปปี้แน่ เพราะมีอำนาจต่อรองกับแม่ค้า พ่อค้า ได้ แต่ผลไม้ที่ว่านั้นต้องมีคุณภาพและมาตรฐานตามหลักสากลด้วย

เรื่อง / ภาพ : ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง
------------------------- ^ ^ ---------------------------
ที่มา :
มติชน.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1414211606&grpid=03&catid=51
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
26-30°C
เชียงใหม่
23-32°C
นครราชสีมา
25-32°C
ชลบุรี
27-30°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×