เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
คนไทยโหยรัก ดันกุหลาบแพงสุดทุบสถิติ 15 ปี วาเลนไทน์สะพัด 1,120 ล้าน
12 กุมภาพันธ์ 2557
3,213
เทศกาลวาเลนไทน์นับเป็นโอกาสของการจับจ่ายซื้อของขวัญที่สำคัญอีกช่วงหนึ่งในระยะต้นปี โดยบรรยากาศการซื้อ-ขายดอกกุหลาบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์ที่บรรดาคู่รักนิยมมอบให้กัน ตลาดค้าส่งดอกไม้เริ่มคึกคักล่วงหน้าวันวาเลนไทน์ประมาณ 1 อาทิตย์ หรือตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ โดยบรรดาผู้ค้าปลีกเริ่มเข้าไปเลือกซื้อและสั่งจองดอกกุหลาบล่วงหน้า หลังจากนี้ราคาดอกกุหลาบจะขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องและราคาจะสูงที่สุดในวันที่ 14 กุมภาพันธ์
สำหรับบรรดาลูกค้าที่ต้องการความสดใหม่ของดอกไม้ก็จะไปหาซื้อดอกไม้ที่แหล่งค้าส่งดอกไม้ในช่วงเย็นวันที่ 13 กุมภาพันธ์ หรือในช่วงเช้าของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งมีราคาตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพันบาทต่อดอก เนื่องจากเมืองไทยยังมีพื้นที่ปลูกกุหลาบได้น้อย และอาศัยการนำเข้าเป็นหลัก

ปัจจุบันดอกกุหลาบจากจีนมีสัดส่วนกว่า 90% ของการนำเข้าดอกกุหลาบทั้งหมดของไทย ที่เหลือเป็นการนำเข้าจากญี่ปุ่น เคนยา โคลัมเบีย และเนเธอร์แลนด์ ทั้งนี้ปริมาณและมูลค่าการนำเข้าดอกกุหลาบจากจีน ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในปี 2557 นี้ ดอกกุหลาบจากจีนประสบภาวะขาดตลาด เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวจัด จนทำให้เมืองไทยได้รับผล กระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 ขณะเดียวกัน คาดว่าในปี 2557 นี้เงินสะพัดในช่วงวันวาเลนไทน์จะอยู่ที่ประมาณ 1,120 ล้านบาท

+ กุหลาบปากคลองช่อละพันบาท

จากการลงพื้นที่สำรวจร้านขายดอกกุหลาบย่านปากคลองตลาด แหล่งการค้าดอกไม้อันดับหนึ่งของเมืองไทยพบว่า กุหลาบที่นิยมส่งขายอยู่ในขณะนี้มีที่มาจากแหล่งเพาะปลูกใน อ.พบพระ จังหวัดตาก ซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกกุหลาบใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ

ที่ผ่านมานับตั้งแต่ช่วงตรุษจีน ธุรกิจดอกกุหลาบถือว่าคึกคักมากแม้จะมีปัญหาการเมืองเข้ามาบ้างแต่ในเรื่องการค้าดอกไม้ยังดำเนินไปได้ด้วยดีอยู่ และยาวมาถึงวาเลนไทน์ เพราะเป็นเทศกาลที่คาบเกี่ยวกัน

ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ดอกกุหลาบกำลังงามได้ที่เพราะอุณหภูมิไม่หนาว หรือไม่ร้อนเกินไป โดยเฉพาะยิ่งถ้าหนาวมากๆ ดอกกุหลาบจะไม่ยอมบานซึ่งตรงนี้จะมีปัญหากระทบถึงเรื่องของราคา เพราะหากมีความต้องการสูงแต่ไม่มีสินค้าย่อมมีผลทางการตลาดเป็นธรรมดา

หากจะพูดถึงราคาปกติราคากุหลาบ จะไม่คงที่ มีการขึ้นลงตามแต่ปัจจัยอย่างที่กล่าวมาแล้ว แต่ที่ผ่านมากุหลาบแดงเป็นที่นิยมที่สุดสำหรับวาเลนไทน์ ราคาทุนออกจากปากคลองตลาดอยู่ที่ กำละ 150-200 บาท อยู่ที่ฟอร์มของกุหลาบ คือกุหลาบไทยจะแบ่งเป็นไม้เล็กกับไม้ใหญ่ นอกจากนี้ ก็ยังต้องดูที่ความสมบูรณ์ของดอกด้วย แต่หากมีเทศกาลแบบนี้ปกติจะขึ้นถึง 500 บาทขึ้นไป หรืออาจจะขึ้นถึง 800-1,000 บาท อย่างปีนี้วาเลนไทน์ตรงกับวันศุกร์ตลาดก็จะคึกคักกว่า เพราะถ้าเทศกาลตรงกับวันหยุดลูกค้าที่เป็นเด็กนักเรียนก็หายไป

"นักเรียนนี่ถือเป็นกลุ่มลูกค้าที่สำคัญในช่วงวาเลนไทน์ทีเดียว แต่ราคานี่เป็นแค่ราคาดอกไม้ไทย เพราะถ้าเป็นของนอกราคาจะสูงกว่า เพราะดอกจะใหญ่กว่าอันนั้นดอกหนึ่งเป็นร้อย ส่วนมากมาจากจีน ซึ่งดอกไม้จีนนี่เองที่เป็นตัวตัดราคาดอกไม้ไทยทำให้ตลาดดอกไม้ไทยไม่คึกคักเท่าที่ควร"

นอกจากดอกกุหลาบแดงแล้ว ก็มีกุหลาบขาวที่กำลังนิยม หรือแม้แต่พวกดอกลิลลี่ ดอกมัมก็ถือเป็นที่นิยม แต่หลักๆ กุหลาบแดงก็ยังถือเป็นตัวเอกอยู่

อย่างไรก็ดี ช่วงระยะหลังที่ผ่านมา นอกจากดอกไม้แล้ว ช็อกโกแลตวาเลนไทน์ก็เป็นที่นิยมกันมากขึ้นตามแฟชั่นญี่ปุ่น ส่วนตุ๊กตาก็มีให้เห็นบ้างเหมือนกัน เพราะถือว่าเป็นตัวเลือกที่ถูกกว่าหากเทียบกับดอกไม้เข้าช่อ

+ กุหลาบจีนขาดตลาด-ราคาพุ่ง 3 เท่าตัว

"เรวัต จินดาพล"กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิสลิลลี่ ฟลาวเวอร์ จำกัด บอกกับ ?สยามธุรกิจ? ว่า จากสภาพอากาศที่หนาวจัดในจีนและเกิดพายุไห่เยี่ยน ส่งผลกระทบต่อผลผลิตดอกกุหลาบ และกระทบมาถึงเมืองไทย ดอกกุหลาบขาดตลาดอย่างหนัก เริ่มมาจากเดือนธันวาคม 2556 มาจนถึงปัจจุบัน และคาดว่าจะยาวนานไปถึงปลายปีหรือนานกว่านั้น ซึ่งถือเป็นปีที่ไม่เกิดขึ้นมาก่อน

การปรับตัวของผู้ประกอบการร้านดอกไม้ในประเทศไทย ในส่วนของผู้ค้าหลักในปากคลองตลาดมีผู้ค้าเพียงไม่กี่รายที่มีดอกกุหลาบจำหน่ายในปีนี้ โดยเป็นส่วนของกุหลาบในประเทศ และกุหลาบนำเข้าจากประเทศอื่นๆ แต่ก็มีสัดส่วนน้อยมาก ขณะที่คุณภาพของกุหลาบที่ปลูกในไทยยังไม่เทียบเท่ากับกุหลาบจากจีนซึ่งมีดอกใหญ่และสมบูรณ์กว่า ส่วนกุหลาบจากอินเดียก็เป็นกุหลาบที่มีเกรดต่ำ หากเป็นเกรดสูงเท่าจีนต้องเนเธอร์แลนด์ แต่ก็มีกำลังการผลิตไม่เพียงพอ และต้องอาศัยการสั่งจองล่วงหน้า ขณะที่ลูกค้าที่ต้องสั่ง ดอกไม้สำหรับวาเลนไทน์นี้ก็ต้องจองล่วงหน้าเช่นกัน

สิ่งที่ "มิสลิลลี่" ทำการปรับตัวเพื่อรับสถานการณ์ในตอนนี้ คือการสต็อกดอกกุหลาบไว้ในห้องเย็น ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบของร้านดอกไม้รายใหญ่ ส่วนร้านดอกไม้รายย่อมมีความเสียเปรียบ และไม่มีดอกกุหลาบคุณภาพดีเอาไว้จำหน่ายในช่วงวาเลนไทน์ นอกจากนั้นยังเตรียมเพิ่มกลุ่มสินค้าอื่นๆ เช่น ช็อกโกแลต ตุ๊กตา มาทำตลาดด้วย รวมทั้งมีแผนจะทำช่อดอกไม้ไฮไลต์ที่ประดับทองคำหรืออัญมณี วางระดับราคาไว้ที่ 30,000-40,000 บาทต่อช่อ ขณะที่ราคาของดอกกุหลาบนำเข้ามีการปรับขึ้น 3 เท่าตัวมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา นับเป็นการขึ้นราคาที่สูงสุดในรอบ 15 ปี

ด้วยสภาพที่เป็นมา "เรวัต" มองว่า ภาพรวมธุรกิจร้านดอกไม้ในช่วงวาเลนไทน์ปีนี้จะชะลอตัวไปตามสภาพ หรือประมาณ 500-700 ล้านบาท จาก 1,000 ล้านบาทเมื่อ 3 ปีก่อน และค่อยๆ ลดลงมาตามสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์ของกำลังซื้อในประเทศ

ในปีนี้จึงถือเป็นวิกฤติของร้านดอกไม้ เพราะดอกไม้อื่นๆ มีการปรับราคาขึ้นเช่นกัน ส่วนปัญหาของกุหลาบจากจีน คาดว่าจะเห็นผลผลิตอีกทีได้ในกลางปี ดังนั้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดอกไม้นำเข้าจากจีน จะได้รับผลกระทบอีกมาก ในปีนี้

ขณะที่ "ธนกฤต เมฆเมธิณสุรกุล" เจ้าของร้านปากคลองตลาด (www.ปากคลองตลาด.com) ให้ความเห็นกับ "สยามธุรกิจ" ว่า ในช่วงปลายปี 2556 จนถึงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ราคาดอกไม้จากจีนและไทยมีราคาปรับสูงขึ้นถึง 2-3 เท่า เนื่องจากไทยเองก็มีอากาศหนาวเย็นในช่วงดังกล่าวเช่นกัน

สำหรับช่วงวาเลนไทน์ คาดว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง จากเดิมช่อละ 800 อาจขยับขึ้นเป็น 1,000 บาท โดยคาดว่าจะมีความต้องการสูงในส่วนของกุหลาบและดอกบัวเนื่องจากตรงกับวันมาฆบูชาด้วย ซึ่งปีที่ผ่านมาดอกบัวราคา 12 บาท ปีนี้น่าจะขยับเป็น 20 บาทต่อดอก ดังนั้นเมื่อประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองแล้วอาจจะส่งผลต่อภาพรวมวันวาเลนไทน์ที่ไม่คึกคักในปีนี้ ปัจจุบันสัดส่วนดอกกุหลาบในไทย 60% จีน 30% ฮอลแลนด์ 10% ส่วนความต้องการช่วงวาเลนไทน์จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ วันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ จะมาจากพื้นที่ต่างจังหวัดเนื่องจากต้องเตรียมการล่วงหน้า ส่วนพื้นที่กทม. จะเริ่มสั่งสินค้าช่วงวันที่ 8-11 กุมภาพันธ์

สภาพการขาดแคลนดอกกุหลาบจากจีนขณะนี้เริ่มดีขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากมีผลผลิตมาจากพื้นที่ที่ไม่ประสบภัยหนาวเข้ามาทำให้ราคาปรับตัวลงมาอยู่ที่สูงกว่าปีก่อนหน้า 1-2 เท่าตัว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวาเลนไทน์จะเป็นวิกฤติอีกครั้ง เนื่องจากจีนต้องส่งดอกไม้ขายให้ทั่วโลกด้วย แม้จะมีการสั่งซัพพลายจากฮอลแลนด์และอินเดียเข้ามาทดแทน แต่ราคายังคงสูงมาก โดยราคาในขณะนี้กุหลาบไทยเฉลี่ยดอกละ 6-7 บาท กุหลาบจีนดอกละ 60 บาท ส่วนกุหลาบฮอลแลนด์ดอกละ 110 บาท

+ คาดวาเลนไทน์เงินสะพัด 1,000 ล้าน

ทั้งนี้ ช่วงวันวาเลนไทน์เป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่บรรดาธุรกิจต่างรอคอยด้วยความหวังว่าเทศกาลนี้จะมาช่วยกระตุ้นยอดจำหน่ายสินค้าและบริการ คาดว่าในปี 2557 นี้เงินสะพัดในช่วงวันวาเลนไทน์จะอยู่ที่ประมาณ 1,120 ล้านบาท โดยเม็ดเงินจะสะพัดในหลากธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะร้านจำหน่ายดอกไม้ เนื่องจากการมอบดอกกุหลาบให้แก่กันเป็นสัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์

--------------------------- ^ ^ ----------------------------
ที่มา :
"ข่าวปก".สยามธุรกิจ.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://www.siamturakij.com/main/news_content.php?nt=4&nid=6182

    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
26-30°C
เชียงใหม่
23-32°C
นครราชสีมา
25-32°C
ชลบุรี
27-30°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×