แวดวงเกษตร
ไทย เพิ่มนำเข้านมพร่องมันเนยจากออสซี่ จับตาอุตสาหกรรมโคนม กระทบเต็มๆ
18 กันยายน 2560
217
"พาณิชย์" เพิ่มปริมาณนำเข้านมพร่องมันเนย และเพดานนำเข้าผลิตภัณฑ์นม 3 ชนิด ทั้งหางนม ไขมันเนย และเนยแข็ง จากออสเตรเลีย หวั่นตั้งแต่ปี 62 และปี 67 อุตสาหกรรมโคนม โคเนี้อ หมู กระทบเต็มๆ ส่วนผู้บริโภคอาจได้กินนมห่วย...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ ได้เสนอเป็นวาระจรให้ ครม.รับทราบการทบทวนความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-ออสเตรเลีย ที่กำหนดให้ทบทวนทุกๆ 3 ปีในประเด็นการใช้มาตรการโควตาภาษี (Tariff Quota : TRQ) และมาตรการปกป้องพิเศษ (Special Safeguard : SSG) โดยมาตรการ TRQ ไทยจะปรับเพิ่มปริมาณโควตานำเข้านมผงขาดมันเนยอีก 10% จากปริมาณที่กำหนดไว้ในปัจจุบัน โดยมีอัตราภาษีนำเข้าเป็น 0% ซึ่งจะไม่กระทบอุตสาหกรรมโคนมของไทย เพราะปัจจุบันไทยนำเข้าสูงเกินโควตาอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ไทยจะเพิ่มปริมาณเพดานการนำเข้าผลิตภัณฑ์นม 3 รายการ ที่ใช้มาตรการ SSG ได้แก่ หางนม ไขมันเนย และเนยแข็ง โดยหางนม ได้เพิ่มปริมาณเพดานนำเข้าอีก 20% จากปัจจุบัน ส่วนไขมันเนย และเนยแข็ง จะปรับเพิ่มอีก 10% เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการนำเข้าของไทย ที่นำเข้าสูงกว่าปริมาณเพดานที่กำหนด เช่น หางนม กำหนดเพดานนำเข้าที่ 17 ตัน แต่ปี 59 นำเข้าถึง 2,800 ตัน

สำหรับการปรับเพิ่มปริมาณการนำเข้าสินค้าทั้ง 4 รายการ คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์ ครั้งที่ 8/59 เมื่อเดือน ส.ค. 59 และครั้งที่ 13/59 เดือน ธ.ค. 59 มีมติให้ปรับเพิ่มได้ ตามพันธกรณีภายใต้เอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย ซึ่งหลังจากเสนอให้ ครม.รับทราบแล้ว กระทรวงพาณิชย์จะจัดทำพิธีสารแก้ไขภาคผนวกของความตกลงดังกล่าว จากนั้นจะเสนอให้ ครม.เห็นชอบ และเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบต่อไป ก่อนที่ทั้ง 2 ประเทศจะลงนาม เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในปี 60

ทั้งนี้ ล่าสุด ไทยใช้มาตรการ TRQ กับสินค้านำเข้าภายใต้เอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย 8 รายการ แต่ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 62 ระบบโควตาภาษีจะสิ้นสุดลงสำหรับสินค้า 6 รายการ ได้แก่ มันฝรั่งสดและแช่แข็ง, กาแฟสำเร็จรูป, ชา, ข้าวโพด, น้ำตาล และเมล็ดกาแฟ ส่งผลให้วันที่ 1 ม.ค. 63 เป็นต้นไป ไทยนำเข้าสินค้า 6 รายการได้โดยไม่จำกัดปริมาณ อัตราภาษี 0% ส่วนอีก 2 รายการ ได้แก่ นมและครีมและเครื่องดื่มประเภทนมปรุงแต่ง และนมผงขาดมันเนย โควตาภาษีจะสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 67 หรือตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 68 จะนำเข้าโดยไม่จำกัดปริมาณ อัตราภาษี 0%

ขณะเดียวกัน มีสินค้าที่ไทยใช้มาตรการ SSG จำนวน 23 รายการ แต่ปี 59 ได้ยกเลิกการใช้มาตรการแล้ว 6 รายการ คือ นมและครีมข้นไม่หวาน, บัตเตอร์มิลค์, น้ำผึ้ง, ส้ม, องุ่น, มันฝรั่งแปรรูปแช่แข็งและไม่แช่แข็ง ยังเหลืออีก 17 รายการ เช่น หางนม, ไขมันเนย, เนยแข็ง, เนื้อวัวและเครื่องใน, เนื้อหมูและเครื่องใน ฯลฯ แต่มาตรการจะสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 63 หรือตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 64 เป็นต้นไป จะนำเข้าได้ไม่จำกัดปริมาณ อัตราภาษี 0%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้การปรับเพิ่มปริมาณนำเข้าครั้งนี้ ไม่กระทบอุตสาหกรรมโคนมและการเลี้ยงของไทย เพราะไทยนำเข้าเกินปริมาณที่นำเข้าอยู่แล้ว แต่ตั้งแต่สิ้นปี 62 และสิ้นปี 67 ที่ TRQ และ SSG ทั้งภายใต้เอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย และเอฟทีเอไทย-นิวซีแลนด์ สิ้นสุดลง อุตสาหกรรมโคนมและการเลี้ยง รวมถึงอุตสาหกรรมโคเนื้อ และหมูของไทย จะได้รับผลกระทบจากการนำเข้าปริมาณมากในสินค้าเหล่านี้จากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์แน่นอน

ขณะที่ผู้บริโภคจะได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะมีแนวโน้มว่า ผู้ผลิตอาจนำเข้านมผงขาดมันเนยราคาต่ำ มาผสมน้ำแล้วผลิตเป็นนมสดขายให้ผู้บริโภค ซึ่งจะได้คุณค่าทางโภชนาการต่ำกว่าน้ำนมสดมาก ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหามาตรการเพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ให้กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ รวมถึงผู้บริโภค ก่อนที่เอฟทีเอทั้ง 2 ฉบับจะเปิดเสรีสินค้าเกษตรอย่างสมบูรณ์แบบ.

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"ไทย เพิ่มนำเข้านมพร่องมันเนยจากออสซี่ จับตาอุตสาหกรรมโคนม กระทบเต็มๆ". (17-09-2560). ไทยรัฐ.: สืบค้นเมื่อ 18-09-2560, เข้าถึงได้จาก : https://www.thairath.co.th/content/1072644
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×