แวดวงเกษตร
เนื้อสัตว์ปลูกไม่ใช่เนื้อสัตว์ปลอม
11 กรกฏาคม 2560
513
ขณะที่ผู้อ่านท่านจับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับนี้ นี่คือ ค.ศ. 2017 ปีหน้า ค.ศ.2018 แฮมพ์ตัน ครีก ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่ทำธุรกิจโปรตีนทางเลือกประกาศว่าจะนำ in vitro meat หรือเนื้อสัตว์ที่ผลิตจากการปลูก โดยไม่ต้องมีการเลี้ยงสัตว์หรือฆ่าสัตว์มาขาย
ผมว่าเนื้อสัตว์ปลูกจะเปลี่ยนแปลงธุรกิจการเลี้ยงสัตว์และขายเนื้อสัตว์แบบเดิมๆ ที่ทำกันมานานมากมายหลายร้อยปี จะเป็นการล้มล้างอย่างที่ภาษาฝรั่งใช้ว่า disruption เหมือนกับการสื่อสารโดยใช้โทรศัพท์มือถือที่มาล้มล้างการใช้โทรเลข หรือกล้องถ่ายรูปดิจิตอลที่มาล้มล้างการใช้กล้องฟิล์ม

นิวซีแลนด์เป็นประเทศหนึ่งซึ่งผลิตเนื้อแกะและเนื้อวัว รวมทั้งนมออกขายไปทั่วโลก ขณะนี้ "กลุ่มบีฟพลัสแลมป์นิวซีแลนด์" ได้ออกมาเคลื่อนไหวและให้ทุนศึกษาวิจัยผลกระทบของ in vitro meat ซึ่งไม่ใช่มีเฉพาะเนื้อสัตว์ปลูกเพียงอย่างเดียวดอกครับ แม้แต่นมวัว หรือนมของสัตว์ประเภทอื่นก็กำลังถูกทดแทนด้วยนมที่ทำมาจากพืช

รัฐบาลของหลายประเทศยังเงียบในเรื่องของ in vitro meat แต่รัฐบาลและรัฐสภานิวซีแลนด์ออกมากระดิกพลิกตัวแรง มีการเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ว่า เนื้อสัตว์ปลูกจากซิลิคอน วัลเล่ย์ มาถึงแล้ว ให้เราชาวนิว.แลนด์เตรียมตัวรับมือให้ดี

ต่อไปในอนาคต การฆ่าสัตว์จะเป็นเรื่องแปลก เพราะมนุษย์จะหันไปบริโภคเนื้อสัตว์ปลูก และจะหันไปกินพืชที่มาจากการเลี้ยง จะสลับกันครับ เมื่อก่อนเราได้ยินคำว่า "ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์" แต่ตั้งแต่ ปีหน้าเป็นต้นไป เราจะเริ่มชินกับคำว่า "ปลูกสัตว์ เลี้ยงพืช" แทน

สัปดาห์ก่อน ผมฟังอาจารย์นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย บรรยายถึง in vitro meat มีผู้ฟังการบรรยายเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องของ "เนื้อปลอม"

ขอเรียนนะครับว่า เนื้อสัตว์ปลูกเป็นเนื้อที่มีลักษณะทางกายภาพเป็นเนื้อสัตว์ ซึ่งมีโปรตีนและคุณค่าทางโภชนาการจริง ไม่มีการแต่งหรือใส่สารปลอมปนชนิดอื่น

ส่วนเนื้อปลอมที่แพร่ขยายในประเทศจีนนั้น นั่นเป็นการปลอมเนื้อของสัตว์อื่นให้เป็นเนื้อวัว เพราะเนื้อวัวแพงกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ข้อมูลของตำรวจจีนทำให้เราทราบว่า เดี๋ยวนี้มีคนนำเนื้อหมูและเนื้อเป็ดมาทำเป็นเนื้อวัว

ที่เมืองจีนเดี๋ยวนี้มีการขาย "ผงเปลี่ยนเนื้อหมูเป็นเนื้อวัว" เทลงไปเพียง 90 นาที กลิ่นและสีของเนื้อหมูก็จะกลายเป็นเนื้อวัว เหมือนจนผู้คนทั่วไปดูไม่ออก ร้านอาหารในเมืองจีนหลายแห่งนิยม ใช้วิธีนี้ บางแห่งก็ใช้โซเดียม-บอเรต หรือบอแรกซ์ ใส่ลงไปในเนื้อหมู พักเดียวก็กลายเป็นเนื้อวัว แต่คนที่ทานเข้าไปนี่สิครับแย่ เพราะบอแรกซ์ทำให้กล้ามเนื้อของมนุษย์ทำงานไม่ประสานกัน ทำให้ไตพิการ ทำให้ความดันโลหิตลดลง ทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารถูกทำลาย ระบบประสาทส่วนกลางมีปัญหา

ภัตตาคารบางแห่งใช้ beef extract ซึ่งเป็นสารสกัดรุนแรงที่ทำให้สีเนื้อหมูคล้ำขึ้น แถมยังสร้างกลิ่นเฉพาะเนื้อวัว กระบวนการทำให้เนื้อ สี กลิ่น เปลี่ยนจากเนื้อหมูให้กลายเป็น เนื้อวัวนั้นโดยวิธีใช้ beef extract นั้น กินเวลาน้อยกว่า 90 นาที

พ.ศ.2554 ที่เมืองเป่าโถวของมองโกเลียใน ตำรวจเข้าไปตรวจบริษัทอาหารเถิงต๋า พบเนื้อวัวและเนื้อแกะอบแห้งที่ทำจากเนื้อเป็ดจำนวนมาก การสอบสวนทำให้ทราบว่า บริษัทนี้ส่งเนื้อวัว และเนื้อแกะปลอมไปขายใน 15 มณฑลของจีน ทำรายได้มากกว่า 6 ล้านหยวนต่อปี (30 ล้านบาท) ไม่เฉพาะที่เมืองจีนนะครับ พ.ศ.2556 มีการนำเนื้อวัวที่วางขายในไอร์แลนด์ อังกฤษ ไปตรวจดีเอ็นเอ พบว่า เนื้อจำนวนหนึ่งไม่ใช่เนื้อวัว แต่เป็นเนื้อม้า

ศาสตราจารย์มิตซูยูกิ อิเคดะ ของญี่ปุ่น ค้นพบการนำโคลนและอุจจาระมนุษย์มาสกัดโปรตีนทำเป็นเนื้อเทียม เมื่อเติมส่วนผสมของโปรตีนถั่วเหลือง และสีผสมอาหารสีแดง รวมทั้งใส่องค์ประกอบบางอย่างลงไป ทำให้ได้เนื้อเทียมที่เหมือนเนื้อวัว เมื่อนำไปตรวจสอบก็พบว่า มีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 63 คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 25 อินทรีย์สารร้อยละ 3 และแร่ธาตุอื่นๆ ร้อยละ 9 แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า ในโลกนี้มีการนำอุจจาระมาสกัดเป็นเนื้อวัวที่ไหน

เอาเรื่องนี้มาเขียน เพราะต้องการให้ผู้อ่านท่านที่เคารพ แยกให้ออกระหว่างเนื้อสัตว์ปลูกและเนื้อสัตว์ปลอมครับ.

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"เนื้อสัตว์ปลูกไม่ใช่เนื้อสัตว์ปลอม". (11-07-2560). ไทยรัฐ.: สืบค้นเมื่อ 11-07-2560,
เข้าถึงได้จาก : https://www.thairath.co.th/content/999990
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-29°C
เชียงใหม่
23-28°C
นครราชสีมา
24-28°C
ชลบุรี
26-28°C
นครศรีธรรมราช
26-32°C
ภูเก็ต
26-29°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×