แวดวงเกษตร
กรมปศุสัตว์รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม
22 มีนาคม 2560
353
นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า เนื่องจากในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจจุบันมีการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนมในหลายพื้นที่ ยังผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้รับความเสียหายอย่างมาก จากการสูญเสียรายได้จากผลผลิตน้ำนมดิบที่ลดลง และเกษตรกรไม่สามารถส่งนมได้ในช่วงที่มีการเกิดโรค รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสัตว์ป่วยและค่ายาฆ่าเชื้อโรคสำหรับฆ่าเชื้อโรคในฟาร์ม ทำให้มีต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้น ไม่คุ้มค่ากับรายได้ที่เกษตรกรได้รับ ประกอบกับขณะนี้เป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งอาจทำให้สัตว์เครียด สุขภาพสัตว์อ่อนแอ ระดับภูมิคุ้มกันในการต้านทานต่อโรคต่างๆ ลดลง อีกทั้งเชื้อโรคดังกล่าวที่ระบาดในปัจจุบันมีทั้งชนิดที่มีการระบาดอยู่เดิมและชนิดที่มีโอกาสจะเปลี่ยนแปลงไป อาจเพิ่มความเสี่ยงที่สัตว์จะติดเชื้อและแพร่กระจายโรคได้ง่าย
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคปากและเท้าเปื่อยนี้เกิดจากเชื้อไวรัส ไม่มียาที่ใช้สำหรับการรักษาโดยตรง แต่จะใช้ยาปฏิชีวนะ ยาม่วง ยาพ่นแผลหรือยาทากีบ เพื่อลดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเท่านั้น อย่างไรก็ตามโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนให้กับสัตว์ ดังนั้นกรมปศุสัตว์จึงกำหนดให้มีการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม พร้อมกับการทำลายเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยง รอบที่ 2 ประจำปี 2560 ระหว่างเดือนมีนาคม ถึงพฤษภาคม 2560 นี้ เพื่อให้โคนมมีภูมิคุ้มกันต่อโรคดังกล่าว ลดความสูญเสียรายได้จากการระบาดของโรคในฟาร์มโคนมของเกษตรกร โดยที่กรมปศุสัตว์จะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการฉีดวัคซีน พร้อมทั้งจัดทำข้อมูลประวัติการฉีดวัคซีน ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ คอกพักสัตว์ รถบรรทุกสัตว์ รถขนส่งน้ำนมดิบ และสหกรณ์โคนมหรือศูนย์รับนม เป็นต้น และประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่เกษตรกร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรคสัตว์ดังกล่าว ดังนั้นจึงขอความร่วมมือเกษตรกรติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อขอรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือปศุสัตว์อำเภอใกล้บ้านท่าน หรือติดต่อผ่านสหกรณ์หรือศูนย์รับนมที่ท่านเป็นสมาชิก

ท้ายนี้กรมปศุสัตว์ ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้ดูแลสัตว์ของตนเองให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และป้องกันสัตว์ของตนเองไม่ให้สัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่จะนำเชื้อโรคเข้าฟาร์ม ได้แก่ คน ยานพาหนะต่างๆ ถังนม สัตว์ที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่ ถุงอาหาร เป็นต้น ประกอบกับหมั่นสังเกตอาการของสัตว์อย่างสม่ำเสมอ หากพบสัตว์แสดงอาการป่วย โดยมีอาการซึม มีไข้ เบื่ออาหาร มีเม็ดตุ่มพองเกิดขึ้นที่ริมฝีปาก ช่องปากและไรกีบ ทำให้น้ำลายไหล กินอาหารไม่ได้ และเดินกะเผลก หรืออาจมีเม็ดตุ่มที่เต้านม ทำให้เต้านมอักเสบ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อาสาปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารงานส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ หรือโทรแจ้งสายด่วนของกรมปศุสัตว์ที่เบอร์ 02-653-4412 หรือที่เว็บไซต์ http://www.esmartsur.net/ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรได้ทันท่วงที ทั้งนี้หากเกษตรกรให้ความร่วมมือในการให้สัตว์ได้รับการฉีดวัคซีน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในการป้องกันการเกิดโรค โคนมของท่านก็จะปลอดจากโรคดังกล่าวได้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ส่วนโรคสัตว์ปีก สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์
กรมปศุสัตว์
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×