เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
สร้างแบรนด์ไก่งวงเมืองตักสิลา กระตุ้นสัตว์เศรษฐกิจสู่อาเซียน
20 มิถุนายน 2559
5,103
จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งอยู่กึ่งกลางของภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ 5,300 ตารางกิโลเมตร 3,307,300 ไร่ ระยะทางห่างจากกรุงเทพฯ 475 กิโลเมตร ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร 90 เปอร์เซ็นต์
นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า จังหวัดมหาสารคามเป็นแหล่งผลิตพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่งวงที่ดีที่สุดของประเทศไทย กระจายให้กับครัวเรือนเกษตรกรรายย่อย เพื่อเป็นทางเลือกในการทำอาชีพเสริมแทนการทำนาหรือในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งไม่สามารถปลูกพืชได้ ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่อยากให้เกษตรกรหันมาสนใจเพิ่มขึ้น เพราะเลี้ยงง่าย สร้างรายได้งาม โดยเฉพาะ "ไก่งวงเมืองตักสิลา" ที่ได้รับการสนับสนุนและวางแผนการเลี้ยงจากเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ที่ 4 ที่เน้นเลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติ หาพืชผักในท้องถิ่นมาเป็นอาหารสัตว์ เช่น มันสำปะหลังป่น หยวกกล้วย หญ้า และเศษผักที่หาได้ในชุมชนมาผสมรำข้าว ให้ไก่งวงกินเพื่อลดต้นทุน ทำให้ไก่ตัวโตได้น้ำหนักมาก ส่วนเนื้อของไก่งวงจะนุ่ม มีสีแดงน่ารับประทาน ด้านราคาขายก็ถือว่าสูง สามารถจำหน่ายได้ในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 150 บาท แต่ละตัวขายไม่ต่ำกว่า 500 บาท ที่ผ่านมาจังหวัดเคยส่งเสริมการเลี้ยงไก่งวงและกระตุ้นตลาดการซื้อขายไก่งวง ด้วยการจัดงาน "วันไก่งวงเมืองตักสิลา" ครั้งที่ 5 เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเห็นคุณค่า ความสำคัญของไก่งวง ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่มีโอกาส และความเป็นไปได้ในการนำมาส่งเสริมพัฒนาให้เป็นอาชีพที่มั่นคง สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรรายย่อยในชุมชน ตลอดจนเป็นการขับเคลื่อนและพัฒนาเครือข่ายเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ชมรม และผู้มีใจรักในการเลี้ยงไก่งวง ได้มีเวทีในการเสวนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ อีกทั้งยังเป็นการพึ่งพาอาศัยเกื้อกูลกันในระบบเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมมอบรางวัลแก่เกษตรกรผู้ชนะเลิศการประกวดไก่งวงประเภทต่างๆ รางวัลการทำอาหารจากไก่งวง และการประกวดวาดภาพไก่งวง
ทั้งนี้ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี มีเกษตรกรและผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่าพันคน ถือเป็นการสร้างชื่อ "ไก่งวงเมืองตักสิลา" ได้เป็นอย่างดี อนาคตจังหวัดมหาสารคามจะส่งเสริมให้เกิดการเลี้ยงเพิ่มขึ้น ในลักษณะของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรวมถึงส่งเสริมให้มีร้านจำหน่ายอาหารจากไก่งวงขึ้นในพื้นที่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค พร้อมประสานกับทางห้างค้าปลีก-ส่ง ขนาดใหญ่ เป็นตลาดรองรับ แล้วพร้อมประชาสัมพันธ์ไก่งวงในพื้นที่เมืองตักสิลามหาสารคามให้ได้รับการยอมรับของนักชิมต่อไป

"ไก่งวง" นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่น่าสนใจ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีอนาคตสามารถทำรายได้ให้แก่ครอบครัวหรือชุมชนได้เพราะตลาดยังต้องการสูงทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน หากประชาชนหรือเกษตรกรสนใจการ "เลี้ยงไก่งวง" สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ที่ 4 ต.แวงน่าง อ.เมือง จ.มหาสารคาม โทร.0-4377-7600 ล่าสุดเกษตรกรผู้มีความสนใจหันมาเลี้ยงไก่งวง เนื่องจากสามารถเลี้ยงได้ง่ายตามธรรมชาติ ใช้น้ำน้อย และเป็นสัตว์กินพืช อย่างหญ้าเนเปียร์ เป็นอาหารหลัก โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ที่ 4 ได้เชิญชวนเกษตรจังหวัดมหาสารคาม ที่สนใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงไก่งวงสำหรับเกษตรกรรายย่อย ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการประมาณ 480 คน มีผลผลิตแล้วประมาณ 300 ตัว แบบคละสายพันธุ์ ซึ่งจังหวัดมหาสารคามได้ส่งเสริมให้มีการแปรรูปเป็นสินค้าเกรดพรีเมียม ทั้งแบบไก่งวงชำแหละ แช่แข็ง ราคากิโลกรัมละ 300 บาท และไก่งวงรมควัน แช่แข็ง กิโลกรัมละ 600 บาท พร้อมจัดหาตลาดให้ โดยวางจำหน่ายที่ร้านค้าชุมชนเพื่อจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย หรือร้าน Q Shop ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นที่ต้องการของลูกค้าอย่างมากโดยร้าน Q Shop แห่งนี้ ตั้งอยู่บริเวณถนนสายมหาสารคาม-วาปีปทุม เลยสี่แยกศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม ประมาณ 100 เมตร นอกจากจะมีผลผลิตไก่งวงมาวางจำหน่ายเป็นสินค้าหลักแล้ว ในอนาคตจะมีการนำผลผลิตอย่างไข่เป็ดอารมณ์ดี ผักปลอดสารพิษ และข้าวสารจากผู้ประกอบการโรงสี มาจำหน่ายด้วย เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น.
นางกอง คำบุญเกิด เจ้าของฟาร์มไก่งวง เปิดเผยว่า ตนเองใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ เมื่อสามีเสียชีวิตจึงได้กลับมาบ้านเกิด มาใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ซึ่งมีพื้นที่อยู่แล้ว 8 ไร่ จึงอยากจะเลี้ยงไก่งวง เมื่อปี พ.ศ.2552 โดยมีปศุสัตว์จังหวัดออกมาให้ความรู้วิธีการเลี้ยงไก่งวง ปัจจุบันเลี้ยงไก่งวงกว่า 200 ตัว โดยจะเลี้ยงเป็นรุ่น เป็นการเลี้ยงแบบผสมผสานระหว่าง เป็ด ไก่ และไก่งวง โดยให้อาหารเช้าและเย็น ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ ส่วนอาหารของไก่งวงจะใช้หญ้าเนเปียร์บดผสมกับรำโดยให้อาหารเช้าและเย็น วันละ 2 รอบ น้ำก็ต้องให้น้ำที่สะอาด ภาชนะที่ใส่ต้องสะอาด โดยจะมีลูกค้ามาจากเขมร นครพนม มารับซื้อ และจะได้ดีช่วงเทศกาลคริสต์มาสจะมีชาวต่างชาติโทรศัพท์มาสั่งจองไว้
นายชัชวาล ประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ เขต 4 กล่าวว่า จากข้อมูลมีผู้เลี้ยงไก่งวงในพื้นที่ ปศุสัตว์เขต 4 ทั้ง 12 จังหวัด มีเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่งวง 2,618 ราย ไก่งวง จำนวน 30,995 ตัว และมีชมรมผู้เลี้ยงไก่งวง 11 ชมรม จังหวัดมหาสารคามมีสมาชิก 460 ราย รวมเลี้ยงไก่งวง 3,631 ตัว แบ่งเป็นพ่อพันธุ์ 303 ตัว แม่พันธุ์ 1,120 ตัว และขนาดอื่นๆ 21,089 ตัว ไก่งวงทั้งหมดใช้เวลาขุน 7-8 เดือน ถ้าให้อาหารสำเร็จรูปจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ได้น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัมต่อตัว ขายได้กิโลกรัมละ 150 บาท เกษตรกรจะมีรายได้ 30,501,750 บาทต่อปี และมีแนวโน้มผู้สนใจมากขึ้น สำหรับพันธุ์ไก่งวงที่นิยมเลี้ยงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 3 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์อเมริกันบรอนซ์ พันธุ์เบลท์สวิลล์ สมอลไวท์ และไก่งวงลูกผสม เนื่องจากไก่งวง 3 สายพันธุ์นี้เลี้ยงง่าย โตเร็ว แข็งแรง ทนทานต่อโรค และน้ำหนักตัวดี ส่วนการเลี้ยงไก่งวงนั้นผู้เลี้ยงสามารถใช้พืชผักมาผสมกับอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยังมีการนำต้นกล้วย ตำลึง บอระเพ็ด กระถิน ผักบุ้งและผักตบชวา เหงือกปลาหมอ ฟ้าทะลายโจรและตะไคร้หอม มาเป็นอาหารเสริมสำหรับไก่งวง ทำให้เสียค่าใช้จ่ายน้อยลง เพิ่มผลกำไรขึ้นอีกด้วย
ด้านการทำโรงเรือนมีโครงสร้างที่แข็งแรง มีขนาดที่เหมาะสมกับจำนวนไก่ที่เลี้ยง คือ 1 ตัวต่อตารางเมตร เพื่อไก่งวงเป็นสัตว์ที่ต้องการพื้นที่ไม่แออัด และควรมีวัสดุรองพื้นที่แห้งและสะอาด หน้าโรงเรือนต้องมีอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อโรคจากภายนอกสู่โรงเรือนและจากโรงเรือนสู่ภายนอก ควรบุตาข่ายหรือผ้ากันลมป้องกันความชื้นลูกไก่จะได้ไม่เป็นโรคปอดบวม และควรทำความสะอาดพื้นและกรงทุกวันป้องกันการเกิดโรค และควรปิดฝากรงให้สนิทป้องกันอันตรายจากสัตว์อื่นเข้ามาในโรงเรือน แต่หากผู้เลี้ยงจะเลี้ยงด้วยการปล่อยเจริญเติบโตตามธรรมชาติในพื้นที่บ้าน ต้องหมั่นสังเกตเมื่อถึงเวลาแม่พันธุ์ออกไข่ เพราะแม่ไก่งวงมักออกไข่ไม่เป็นที่จนทำให้ไข่เสียหาย ต้องเก็บไข่มาฟักในโรงเรือนเพื่อให้แม่ไก่งวงกกไข่จนฟักเป็นตัว ใช้เวลาประมาณ 25-30 วัน ลูกไก่จะฟักออกมา จากนั้นจึงแยกไปอนุบาลต่อในโรงเรือนอีกประมาณ 60 วัน แล้วจึงสามารถปล่อยลงดิน ส่วนการป้องกันโรค เมื่อลูกไก่อายุ 21-30 วัน ให้วัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์ ให้เมื่ออายุ 30 วัน โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อหน้าอก ทั้งนี้ควรให้วัคซีนนิวคาสเซิล ป้องกันโรคหลอดลมอักเสบ ฝีดาษ กระตุ้นช่วง 3-4 เดือน ซึ่งไก่งวงเลี้ยงประมาณ 7 เดือน จะมีน้ำหนักเฉลี่ย 6-7 กิโลกรัม สามารถส่งขายได้ให้พ่อค้าหรือกลุ่มแปรรูปเนื้อสัตว์ ขณะนี้กลุ่มผู้ซื้อมักเป็นคนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง และมีบางส่วนที่ได้ติดต่อนำไปขายยังประเทศพื้นบ้าน เช่น ที่ สปป.ลาวและเวียดนาม ซึ่งกำลังได้รับความนิยมสั่งซื้อมากขึ้น

เอนก กระแจ่ม-สุรเชฐ สัจจลกษ์/มหาสารคาม
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"สร้างแบรนด์ไก่งวงเมืองตักสิลา กระตุ้นสัตว์เศรษฐกิจสู่อาเซียน". (20-06-2559). บ้านเมือง.:
สืบค้นเมื่อ 20-06-2559, เข้าถึงได้จาก : http://www.banmuang.co.th/news/region/52861
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
23-32°C
เชียงใหม่
20-30°C
นครราชสีมา
21-23°C
ชลบุรี
23-29°C
นครศรีธรรมราช
23-29°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×