เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
จับตาอินโดไฟเขียวทำประมงใหม่ ฝ่ายไทยเสนอใช้ลูกเรือชวา 80%-ลงทุนครบวงจร
26 พฤศจิกายน 2558
1,066
ประมงไทยในอินโดฯใกล้มีข่าวดี ต้นปีหน้าอาจได้ต่อใบอนุญาตจับปลาอีกครั้ง เผยฝ่ายไทยพร้อมใช้ลูกเรืออินโดฯสูงถึง 80% ขณะที่ "อภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์" จับมือพาร์ตเนอร์อินโดฯลงทุนอุตสาหกรรมประมงครบวงจร
นายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ นายกสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาการทำประมงในน่านน้ำประเทศอินโดนีเซีย ที่หยุดชะงักต้องรอการตรวจสอบมานานกว่า 1 ปีแล้วว่า เรือประมงของนักธุรกิจไทยแต่ติดธงชาติอินโดนีเซียจำนวน 129 ลำที่จอดรอให้ทางการอินโดนีเซียตรวจสอบความถูกต้องของเรือว่ามีการขอใบอนุญาตจับปลาถูกต้องหรือไม่นั้น คาดว่าเรือที่มีใบอนุญาตจับปลาถูกต้องจะได้รับการต่อใบอนุญาตออกจับปลาได้อีกครั้งในเดือนมกราคมปีหน้านี้ ในระหว่างนี้ ผู้บริหารสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทยได้เจรจากับกระทรวงประมงของอินโดนีเซียที่มีนางซูซีเป็นรัฐมนตรีอยู่ โดยฝ่ายไทยพร้อมปรับเปลี่ยนลูกเรือประมงจากที่ใช้แรงงานไทย เมียนมา กัมพูชาทั้งหมด ปรับมาเป็นใช้แรงงานไทยส่วนหนึ่ง ที่เหลือใช้แรงงานชาวอินโดนีเซียถึง 70-80% ซึ่งอินโดนีเซียค่อนข้างพอใจกับข้อเสนอของไทย

"ช่วงนี้ทางการอินโดนีเซียเขากำลังกำหนดระเบียบลูกเรือประมงและสัญญาให้พัฒนาแรงงานอินโดนีเซียให้มากขึ้นเราจึงปรับเปลี่ยนมาใช้คนไทยบางส่วนซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา เพราะแรงงานลูกเรือประมง 129 ลำจำนวน 6,000 คน หลังจอดเรือให้อินโดนีเซียตรวจสอบได้มีการส่งกลับประเทศภูมิลำเนาหมดแล้ว จึงไม่ยากต่อการจัดระเบียบลูกเรือประมงใหม่ และที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีของไทยก็ได้หารือถึงปัญหาประมงกับอินโดนีเซียในช่วงการประชุมเวทีเอเปก-แอฟริกา รวมทั้งพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีก็ได้เจรจาปัญหานี้กับอินโดนีเซียมาแล้ว ทำให้การแก้ปัญหานี้ราบรื่นขึ้น"

ขณะเดียวกัน การลงทุนในอุตสาหกรรมประมง ฝ่ายไทยพร้อมจะเข้าไปลงทุนตามที่อินโดนีเซียเรียกร้องมากขึ้น ซึ่งในส่วนของตนจะเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมครบวงจรร่วมกับพาร์ตเนอร์ชาวอินโดนีเซียมูลค่าลงทุน 300 ล้านบาท โดยฝ่ายไทยลงทุน 100 ล้านบาท ชาวอินโดนีเซียลงทุน 200 ล้านบาท ที่เกาะอัมบน (AMBON) ขั้นต้นจะลงทุนโรงน้ำแข็งมูลค่า 80 ล้านบาท ต่อจากนั้นจะลงทุนตั้งโรงงานปลาป่นกำลังการผลิตวันละ 5 ตัน ซึ่งต้องใช้วัตถุดิบวันละ 50 ตันป้อน ลงทุนตั้งโรงงานปลากระป๋องที่ต้องใช้วัตถุดิบวันละ 100 ตัน เท่ากับโรงงานปลาป่นและโรงงานปลากระป๋องต้องใช้วัตถุดิบร่วมกันวันละ 150 ตัน

อย่างไรก็ตาม การลงทุนตั้งโรงงานปลาป่นและโรงงานปลากระป๋อง ก่อนลงทุนต้องรอดูใบอนุญาตจับปลาที่ทางการอินโดนีเซียจะให้ก่อน จะได้ลงทุนประเภทเครื่องจักรได้ถูกต้อง

ส่วนกรณีสหภาพยุโรป (อียู) ให้ไทยสั่งตรวจสอบเรือประมงนอกน่านน้ำของไทยว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กำลังประสานกับกรมประมงหารือกับอียูไปตรวจสอบ ณ ท่าเรือที่ใกล้กับการทำประมงอยู่ ขณะนี้มีเรือประมงไทยไปทำประมงใกล้ประเทศมอริเชียส จำนวน 54 ลำ เพราะหากเรือวิ่งกลับมาตรวจสอบที่ไทยจะเสียค่าใช้จ่ายสูงถึงลำละ 10 ล้านบาท
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"จับตาอินโดไฟเขียวทำประมงใหม่ ฝ่ายไทยเสนอใช้ลูกเรือชวา 80%-ลงทุนครบวงจร". (25-11-2558). ประชาชาติธุรกิจ.: สืบค้นเมื่อ 26-11-2558, เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1448254132
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
25-28°C
เชียงใหม่
24-28°C
นครราชสีมา
23-27°C
ชลบุรี
26-27°C
นครศรีธรรมราช
25-28°C
ภูเก็ต
26-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×