เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ปศุสัตว์ ฮึดทำเขต 2 ส่งออกหมูสด ร้องขอ OIE ตรวจรับรอง-ผู้เลี้ยงอิสระรอส้มหล่น
09 มิถุนายน 2558
1,068
ปศุสัตว์เดินหน้าดันภาคตะวันออกเป็นเขตปลอดโรค FMD หวัง OIE รับรองไทยได้ส่งหมูสดจำหน่ายญี่ปุ่น-สิงคโปร์ ผู้เลี้ยงอิสระกังขานโยบายรัฐเอื้อบริษัทใหญ่ รออานิสงส์แบ่งชิ้นเค้กตลาดหมูสดในประเทศ
น.สพ.อยุทธ์ หรินทรานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากที่องค์การโรคระบาดสัตว์ (OIE) เข้ามาตรวจรับรองการดำเนินการของไทย ที่จะทำให้ภาคตะวันออกของไทยในพื้นที่เขตปศุสัตว์เขต 2 ซึ่งประกอบด้วย 7 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี และบางส่วนของฉะเชิงเทรา เป็นเขตปลอดโรคปากเท้าเปื่อย (FMD) และมีข้อแนะนำหลายประการให้ไทยปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยรอบล่าสุด OIE แนะนำให้ไทยขยายขอบเขตของเขตปลอดโรค FMD ออกไปอีก 50 กม. ซึ่งไทยได้ปฏิบัติตามแล้ว

"มาตรการที่จะใช้กับเขต 2 นี้จะยุ่งยากพอ ๆ กับการส่งสุกรไปขายต่างประเทศ คือสมมุติว่าเขต 2 นี่คืออีกรัฐหนึ่งได้เลย ส่วนมาตรฐานในเขต 2 เองดูจากตอนนี้ที่รัสเซียยอมนำเข้าหมูสดจากประเทศไทยแล้ว แสดงว่าเราทำมาตรฐานในเขตนี้ได้ดี" น.สพ.อยุทธ์กล่าว

น.สพ.อยุทธ์กล่าวว่า ไทยได้ร้องขอให้ OIE เข้ามาตรวจรับรองเขตอีกครั้งภายในปี 2558 นี้ และหากผ่านการตรวจน่าจะได้ประกาศรับรองช่วงต้นปีหน้า สำหรับการควบคุมโรคในเขต 2 เอง กรมปศุสัตว์ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีระเบียบให้ฝูงสุกรเลี้ยงต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรค FMD อย่างน้อย 80% ของฝูง ขณะนี้ดำเนินการได้เกือบครบ 100% ของฟาร์มทั้งหมดในเขต 2 แล้ว

ส่วนเขตปศุสัตว์อื่นที่ต้องการส่งสุกรหรือโค ทั้งแบบสัตว์เป็นและเนื้อสัตว์เข้าเขต 2 จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมปศุสัตว์ เช่น มีใบรับรองปลอดโรค FMD ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น กักสัตว์ดูอาการก่อนเข้าเขต 2 ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีการประกาศอีกครั้งหลังจากร่างประกาศกระทรวงเกษตรและหกรณ์ เรื่องเขตควบคุมโรคระบาดชนิดปากและเท้าเปื่อยมีผลบังคับใช้ ซึ่งประกาศฉบับนี้จะกำหนดเขตปลอดโรค FMD ในเชิงพื้นที่อย่างชัดเจน

น.สพ.ประวัติ รัตนภุมมะ ผู้อำนวยการสำนักงานปศุสัตว์เขต 2 เปิดเผยว่า ขณะนี้มีระเบียบกรมปศุสัตว์ที่กำหนดกิจกรรมการฉีดวัคซีนให้ฝูงสุกร และการควบคุมขนย้ายสัตว์เข้าออกอยู่ แต่ระเบียบปฏิบัติชุดใหม่จะทำให้มีความใกล้เคียงกับกติกาที่ OIE กำหนดมากที่สุด การตรวจรับรองสัตว์ที่จะเคลื่อนย้ายเข้าสู่เขต 2 จะต้องกระทำตั้งแต่ต้นทาง และมีการตรวจป้องกันการลักลอบนำเข้าสุกรหรือโคสู่เขต 2 ด้วย

น.สพ.ประวัติกล่าวว่า เขตปศุสัตว์เขต 2 มีการผลิตสุกรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีฟาร์มสุกรประมาณ 600-700 แห่ง ผลิตได้ 3-3.2 ล้านตัว/ปี และมีโรงชำแหละสุกรกว่า 100 โรง ที่เป็นโรงขนาดใหญ่กำลังผลิตเกิน 1,000 ตัว/วัน เช่น โรงชำแหละสุกรบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

ด้าน น.สพ.บุญเพ็ง สันติวัฒนธรรม นายกสมาคมผู้ผลิตและแปรรูปสุกรเพื่อการส่งออก กล่าวว่า หากมองในแง่ผู้เลี้ยงเอง ระเบียบนี้ไม่ได้มีผลกระทบมาก และระเบียบนี้ถือเป็นมาตรฐานสากล หากไทยต้องการส่งเสริมธุรกิจส่งออกก็ต้องสร้างการยอมรับ

ตลาดที่ไทยหวังว่าจะส่งออกเนื้อสุกรสดไปได้ คือ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ โดยญี่ปุ่นนั้นไทยสามารถส่งเนื้อสุกรปรุงสุกไปได้อยู่แล้ว หลังจัดทำเขตปลอดโรค FMD แล้ว ไทยจะต้องผ่านการรับรองจาก OIE ให้ได้ก่อนจึงจะเข้าสู่การเจรจาการค้า ดังนั้นตอนนี้คงยังพูดถึงเรื่องคำสั่งซื้อไม่ได้

"มาตรฐานคนในเขต 2 เองที่ยังไม่ถึงก็ต้องปรับตัว แต่การปรับของเขาจะทำให้ได้ประโยชน์ต่อตัวเขาเอง เป็นสิ่งที่ดี จะทำให้เกิดความก้าวหน้า" น.สพ.บุญเพ็งกล่าว

นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่เกรงว่าอนาคตสุกรในเขตปศุสัตว์เขต 2 จะขาดแคลนเพราะมีไม่เพียงพอและนำเข้ามาเพิ่มได้ยากว่า ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เพราะสุกรในเขต 2 คิดเป็น 20% ของการเลี้ยงทั้งประเทศ ถือว่ามีเพียงพอและไม่ต้องเลี้ยงเพิ่ม หากราคาสุกรจะปรับตัวขึ้นกระทบผู้บริโภคบ้างก็เพียง 2-3 บาท/กก.เท่านั้น

ดังนั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่การทำเขตปลอดโรค FMD ให้เกิดขึ้นจริงมากกว่า ซึ่งภาครัฐโดยกรมปศุสัตว์จะต้องปฏิบัติการเข้มงวด ต้องป้องกันไม่ให้มีการลักลอบขนย้ายสุกรหรือโคจากเขตปศุสัตว์อื่นเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต

ซึ่งกรณีนี้แหล่งข่าวจากวงการปศุสัตว์รายหนึ่งกล่าวว่า การจัดทำเขตปลอดโรค FMD ในเขต 2 นั้นจะทำให้เกิดผลกระทบกับผู้ประกอบการที่ปกติเคยจำหน่ายสุกรพ่อแม่พันธุ์และลูกหมูเข้าสู่เขต 2 ผู้ที่ขนส่งหมูขุนไปจำหน่ายในกัมพูชา และโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ ในเขต 2 ที่เคยสั่งซื้อชิ้นส่วนหมูเข้าไปจำหน่าย จะต้องปรับตัวกันมากและต้องระวังการลักลอบ

แหล่งข่าววงการผู้เลี้ยงสุกรเปิดเผยว่า ความพยายามผลักดันเขต 2 เป็นเขตปลอดโรค FMD ของรัฐนั้นมีมาตลอดแต่ไม่เคยสำเร็จ เพราะระเบียบดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรเดือดร้อนมาก เช่น หากซากสุกรติดเชื้อจะต้องทำลายทิ้ง ซึ่งสุกรมีราคาถึงตัวละ 6,000-7,000 บาท หากรัฐไม่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนที่เสียประโยชน์ เกษตรกรย่อมไม่อยากให้ความร่วมมือ

แหล่งข่าวกล่าวว่า การจัดทำเขตปลอดโรค FMD ที่กล่าวกันว่าจะทำให้ประเทศได้ประโยชน์จากการส่งออกนั้น ที่จริงแล้วไทยมีบริษัทขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพผลิตสุกรสดส่งออกเพียงไม่กี่บริษัท โรงชำแหละรายกลางหรือรายเล็กในเขต 2 ที่ปรับปรุงตามมาตรฐานไม่ได้ก็จะต้องเลิกกิจการ ส่งผลให้ฟาร์มสุกรต้องทำเกษตรพันธสัญญากับบริษัทขนาดใหญ่ไปโดยปริยาย

ด้านนายภมร ภุมรินทร์ ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกร จ.ชลบุรี กล่าวว่า ระเบียบในเขต 2 นั้นเกษตรกรกับกรมปศุสัตว์มีการต่อรองกติกากันมาตลอด จึงไม่มีปัญหามากนัก มองว่าถ้ามีการประกาศเขตปลอดโรค FMD จริง บริษัทใหญ่น่าจะส่งออกสุกรมากขึ้นเพราะได้ราคาดีกว่าในประเทศ จะเป็นช่องให้รายกลางและรายเล็กได้ส่วนแบ่งตลาดในประเทศเพิ่ม แต่ทั้งนี้บริษัทใหญ่จะต้องไม่เพิ่มกำลังผลิตจนล้นตลาดด้วย

แหล่งที่มาของข้อมูล : "ปศุสัตว์ ฮึดทำเขต 2 ส่งออกหมูสด ร้องขอ OIE ตรวจรับรอง-ผู้เลี้ยงอิสระรอส้มหล่น.". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1433742389
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
27-32°C
เชียงใหม่
25-33°C
นครราชสีมา
26-31°C
ชลบุรี
27-31°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
27-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×