แวดวงเกษตร
ชาวประมงเร่งรัดออกอาชญาบัตร ชี้ปริมาณจับปลาในไทยสูงเกินจริงจี้เจรจาอียูใหม่
28 พฤษภาคม 2558
822
8 สมาคมประมงบุกทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือขอให้รัฐแก้ปัญหาออกอาชญาบัตรจับปลาด่วนก่อนโกลาหลทั้งประเทศ จี้กรมประมงต้องชี้แจงข้อมูล "โอเวอร์ฟิชชิ่ง" ต่ออียูใหม่ เผยเรือประมงพร้อมขยายตาอวน ต่อรองภาครัฐ
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา 8 นายกสมาคมประมงในเขตจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการ และนครศรีธรรมราช ได้ยื่นหนังสือและขอชี้แจงต่อ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากการที่กรมประมงไม่ยอมออกอาชญาบัตรจับปลาแก่เรืออวนลากคู่ เรืออวนลากเดี่ยว เรืออวนรุนและเรือจับปลากะตัก ซึ่งปรากฏว่าที่ปรึกษาของ ม.ล.ปนัดดาได้ออกมารับหนังสือและให้ชาวประมงชี้แจง โดยประเด็นแรกที่ชาวประมงเรียกร้อง ได้ขอให้มีการผ่อนผันไม่จับกุมเรือขนาด 30-60 ตันกรอสขึ้นไปที่ยังไม่มีการติดระบบติดตามเรือ (VMS) ตามที่ศูนย์บัญชาการการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปรผ.) ผ่อนผันจนถึงปลายเดือน มิ.ย.นี้ แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ปฏิบัติการตามคำสั่ง มีการจับกุมเรือทำให้ชาวประมงเดือดร้อนมาก

ประเด็นต่อมาคือ เรื่องเครื่องมือจับปลา เครื่องมือทุกประเภทล้วนทำลายล้าง มากน้อยแตกต่างกัน ฉะนั้นรัฐบาลต้องมาหารือกับชาวประมง เพื่อขยายตาอวนเพิ่มเป็น 4 ซม.เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม สุดท้ายคือ ประเด็นที่สหภาพยุโรป (อียู) กล่าวหาว่าไทยทำการประมงมากกว่าทรัพยากรที่มีอยู่มากเกินไปหรือโอเวอร์ฟิชชิ่ง ซึ่งเรื่องนี้กรมประมงไปให้ข้อมูลปริมาณเรือของไทยจำนวน 57,000 ลำ ที่มีการสำรวจช่วงนายเนวิน ชิดชอบดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ในความเป็นจริง เป็นเรือประมงพื้นบ้าน 40,000 กว่าลำ จึงไม่มีสาระสำคัญเรื่องโอเวอร์ฟิชชิ่ง ส่วนเรือประมงที่ถูกควบคุม 4 ประเภทข้างต้น ปัจจุบันมีประมาณ 6,901 ลำ ลดลงจากปี 2539 ที่มี 12,111 ลำ ลดลงถึง 43% เรือเหล่านี้มีอาชญาบัตรถูกต้องประมาณ 3,702 ลำ ที่เหลือ 3,199 ลำ มีอาชญาบัตรไม่ถูกต้อง และกรมประมงไม่นิรโทษและออกอาชญาบัตรใหม่ให้ ทำให้ชาวประมงเดือดร้อนมาก

กรณีปริมาณปลาของไทยที่จับได้มีมาก ทำให้อียูมองว่า แรงงานประมงต้องใช้เวลาจับปลามากขึ้น ก็ไม่ถูกต้อง เรื่องจริงคือ มีเรือประมงที่ไปรุกล้ำจับปลาในน่านน้ำประเทศเพื่อนบ้าน 4-5 ประเทศมาสวม Log Book เป็นปลาสัญชาติไทย ทำให้อียูมองว่า เป็นโอเวอร์ฟิชชิ่งและใช้แรงงานประมงโดยไม่หยุดพักการทำงาน ดังนั้น ทั้งหมดนี้กรมประมงต้องไปชี้แจงต่ออียูใหม่

รายงานข่าวกล่าวต่อว่า ปัจจุบันเรือประมงภายในประเทศ ขนาดมากกว่า 30 ตันกรอสขึ้นไปทุกประเภท มีจำนวนทั้งสิ้น 8,540 ลำ ซึ่งเป็นเรือประมงพาณิชย์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคประมงไทยกว่า 85% เพื่อใช้ในประเทศและส่งออก ดังนั้นเรือประมงที่ผิดกฎหมาย 3,199 ลำ จึงมีกำลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจภาคประมงประมาณ 32% ของทั้งระบบ ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญที่ภาครัฐควรให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหาเป็นพิเศษ เพราะหากแก้ผิดพลาดจะสร้างผลกระทบมหาศาล อาทิ ครอบครัวของเรือที่อาชญาบัตรผิดประเภท 3,200 ครอบครัว ยังไม่รวมแรงงานไทยบนเรือประมง 6,000 ครอบครัว ตลอดจนอุตสาหกรรมแปรรูปจะประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบกว่า 6,000 ตัน/วัน หรือจับปลาได้เฉลี่ย 2 ตันต่อลำ อาจส่งผลให้โรงงานต้องปิดตัวลงมากถึง 600 โรงงาน คิดเฉลี่ยกำลังการผลิตที่ 10 ตันต่อโรงงาน คนงานไทยในโรงงานอีกกว่า 6,000 ครอบครัว ต้องได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมต่อเนื่องประมง เช่น โรงน้ำแข็ง ตลาดปลา โรงอวน โรงพลาสติก จะได้รับผลกระทบอีกกว่า 5,000 ครอบครัว ยังไม่รวมแรงงานไทยในกิจการต่อเนื่องประมงกว่า 30% ของประเทศ เช่น ช่างไม้ ร้านค้า แม่ค้าปลาทั่วประเทศ ต้องตกงานอีกกว่า 10,000 ครอบครัว ที่สำคัญ ประชาชนทั้งประเทศจะต้องซื้ออาหารทะเลในราคาสูงขึ้น

การที่กรมประมงอ้างว่า ถ้าภาครัฐออกอาชญาบัตรให้เครื่องมือควบคุมนี้ จะทำให้ไม่ผ่านใบเหลืองของอียูนั้น เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะประเทศในแถบยุโรปยังมีการทำประมงประเภทเหล่านี้อยู่เป็นจำนวนมาก แต่เป็นเพราะภาครัฐไม่มีกฎหมายควบคุมขนาดตาข่ายก้นถุงอวน จึงเกิดช่องว่างให้มีการจับปลาเล็กของชาวประมงบางกลุ่ม จึงควรแก้ขยายขนาดตาอวนที่เหมาะสมตามประเภทเครื่องมือและการกำหนดเขตพื้นที่ ส่วนความขัดแย้งระหว่างประมงพื้นบ้านกับเรือประมงพาณิชย์แย่งชิงพื้นที่ทำกิน ควรให้มีการจัดแบ่งพื้นที่ที่ชัดเจน รวมทั้งติดตั้ง VMS ให้กับเรือเหล่านี้ทุกลำ ก็จะแก้ปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างเครื่องมือประมงที่แตกต่างกันได้

สำหรับข้อเสนอทางแก้การทำประมงผิดกฎหมาย(IUU) รัฐควรจัดระเบียบเรือประมงใหม่ทั้งหมด โดยการออกอาชญาบัตรให้ตรงกับเครื่องมือที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ต้องมีเงื่อนไขของการลดแรงการทำประมง เช่น การขยายตาอวนให้เหมาะสมกับเครื่องมือและสัตว์น้ำ การขยายเขตพื้นที่อนุรักษ์ การแบ่งเขตการทำประมงที่ชัดเจนของเครื่องมือแต่ละประเภท รวมทั้งการลดช่วงเวลาทำประมงในเครื่องมือบางประเภท

แหล่งที่มาของข้อมูล : "ชาวประมงเร่งรัดออกอาชญาบัตร ชี้ปริมาณจับปลาในไทยสูงเกินจริงจี้เจรจาอียูใหม่.". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1432714292

   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
24-29°C
เชียงใหม่
23-27°C
นครราชสีมา
23-30°C
ชลบุรี
25-28°C
นครศรีธรรมราช
25-32°C
ภูเก็ต
26-29°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×