เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
สินค้าเกษตรออเดอร์พุ่ง คนแห่ตุนรับมือโควิด-19
25 มีนาคม 2563
304
นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยว่า จากการแพร่ระบาดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทั่วโลกรวมถึงไทย ทำให้คำสั่งซื้อในประเทศในส่วนของสินค้าในกลุ่มของใช้จำเป็นทั้งอุปโภคและบริโภคมีสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเกษตรแปรรูป อุปกรณ์การแพทย์ ยา อาหารเสริม เป็นต้น ส่วนคำสั่งซื้อจากต่างประเทศล่าสุดพบว่าเริ่มมีเข้ามาต่อเนื่องในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารทั้งจากสหรัฐฯ จีน และสหภาพยุโรปบางส่วน ซึ่งไทยนับเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่เป็นอันดับ 11 ของโลก

"โควิด-19 ในไทยเริ่มมีผู้ติดเชื้อสูงขึ้นและอาจนำไปสู่การปิดเมืองหรือล็อกดาวน์ได้เช่นกัน ดังนั้น สมาชิก ส.อ.ท.ได้มีการเตรียมมาตรการที่จะให้ภาคการผลิตทั้งหมด 42 กลุ่มอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นที่ต้องเตรียมพร้อมการผลิตไว้อย่างสม่ำเสมอ ให้คนงานได้ทำงานปกติเพื่อไม่ให้กระทบกรณีที่มีคำสั่งซื้อเข้ามามาก รวมถึงการวางระบบขนส่งในการกระจายสินค้าให้เพียงพอเพื่อสร้างสมดุลทั้งการผลิตให้สอดรับกับความต้องการในประเทศและส่งออกด้วย" นายเกรียงไกรกล่าว
นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ประธานสถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร ส.อ.ท. กล่าวว่า โควิด-19 ที่แพร่ระบาดในไทยทำให้สินค้าภาคการเกษตรและอาหารแปรรูปมีความต้องการสูงขึ้นมาก ทั้งข้าว พืชผัก ผลไม้ ฯลฯ เพราะประชาชนบางส่วนมีการกักตัวอยู่ในบ้านหรือทำงานจากบ้าน (work from home) ทำให้เริ่มกลับมาทำอาหารรับประทานเองเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ขณะที่ต่างประเทศที่ทยอยล็อกดาวน์ทำให้มีการกักตุนอาหาร ซึ่งไทยก็จะมีโอกาสในการเข้าไปทำตลาดทดแทนในส่วนนี้ได้มากขึ้นเช่นกัน

"ผมคิดว่าคนไทยโชคดีที่มีอุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหาร ปศุสัตว์ ประมงที่เข้มแข็งประเทศหนึ่งของโลก และคนไทยจะมีอาหารอย่างเพียงพอแน่นอน แต่ก็ต้องบริหารจัดการให้ดีด้วยอย่ากักตุนเกินจำเป็นและต้องมองระยะยาวเพื่อทำให้ภาคเกษตรไทยเข้มแข็งกว่านี้ให้ประโยชน์นั้นตกถึงเกษตรกรอย่างแท้จริง โดยการผลักดันไปสู่เกษตรปลอดภัย เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ไร้สารตกค้าง" นายศักดิ์ชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามในช่วงนี้คือภาวะภัยแล้งในปีนี้ว่าจะรุนแรงมากน้อยเพียงใด ซึ่งเบื้องต้นที่เริ่มมีผลกระทบต่อปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ลดลงหากฝนไม่มากต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบให้ภาคการผลิตในสินค้าเกษตรภาพรวมลดลงไปราว 20-30% จากปีก่อน ดังนั้น การวางแผนระบบน้ำและนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย แม้ที่ผ่านมาทุกฝ่ายตระหนักดีว่าภาคเกษตรนั้นเป็นกลไกหนึ่งที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยแต่ยังคงตื่นตัวไม่มากที่จะวางระบบบริหารจัดการที่เป็นระยะยาวและก่อให้เกิดความยั่งยืน ดังนั้นจึงเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางยุทธศาสตร์แห่งชาติให้มีการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมทั้งระยะสั้น กลาง และยาว

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ผู้จัดการออนไลน์
    
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×