แวดวงเกษตร
พาณิชย์ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโรบัสต้า ชี้ช่องใช้ FTA นำเข้าวัตถุดิบ-ส่งออกไปขาย
09 มีนาคม 2561
317
"พาณิชย์" ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโรบัสต้า ชี้ช่องใช้ FTA นำเข้าวัตถุดิบ และเบิกทางส่งออกไปขาย พร้อมติวเข้มรับมือเปิดเสรีกับออสเตรเลียปี 63
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า วันที่ 8 มี.ค.2561 กรมฯ ได้ลงพื้นที่พบปะกับเกษตรกรและผู้ประกอบธุรกิจกาแฟ ที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟบ้านถ้ำสิงห์ และวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรทำสวนเขาทะลุ จังหวัดชุมพร เพื่อชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการใช้ประโยชน์จากความตกลงเปิดการค้าเสรี (FTA) ที่ไทยทำกับประเทศต่างๆ ในสินค้ากาแฟและผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการเปิดตลาดลดภาษีภายใต้ความตกลง FTA ไทย?ออสเตรเลียในปี 2563

"ในปัจจุบันไทยผลิตเมล็ดกาแฟได้ประมาณ 26,000 ตันต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศที่มีถึง 90,000 ตันต่อปี จึงต้องนำเข้าเมล็ดกาแฟปีละประมาณ 60,000 ตัน จึงควรจะใช้ประโยชน์จาก FTA ในการแสวงหาวัตถุดิบราคาถูกเข้ามาใช้ในส่วนที่ไม่เพียงพอ ทางกรมจึงได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มูลนิธิชาวสวนกาแฟ และสมาคมกาแฟไทย ลงพื้นที่ให้ความรู้ให้ความรู้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกาแฟ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ปลูกกาแฟ โรงคั่วกาแฟ ร้านกาแฟ ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออก เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการเปิดเสรี ตั้งแต่การเพาะปลูก การผลิต และการรักษาคุณภาพ มาตรฐานกาแฟไทยให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้แข่งขันได้ แม้จะมีการเปิดเสรีเกิดขึ้น"
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ไทยนำเข้ากาแฟจากประเทศในอาเซียน ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย และลาว ซึ่งไทยเก็บภาษีนำเข้าเมล็ดกาแฟดิบภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนที่ 5% และยกเว้นการเก็บภาษีเมล็ดกาแฟคั่ว ในขณะที่ประเทศอาเซียนเปิดเสรีโดยไม่เก็บภาษีนำเข้าทั้งเมล็ดกาแฟดิบและกาแฟคั่ว ยกเว้นเมียนมาที่ยังเก็บภาษีเมล็ดกาแฟคั่วบางชนิดที่ 5%

ส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์กาแฟ เช่น กาแฟสำเร็จรูป กาแฟ 3 in 1 ไทยสามารถใช้ FTA ในการส่งออกไปอาเซียน เพราะไม่มีการเก็บภาษีศุลกากรผลิตภัณฑ์กาแฟระหว่างกัน ขณะที่ตลาดจีน ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน?จีน (ACFTA) จีนเก็บภาษีศุลกากรผลิตภัณฑ์กาแฟจากไทยอยู่ที่ 17?32% และไทยเก็บภาษีนำเข้าสินค้าผลิตภัณฑ์กาแฟจากจีนเท่ากับประเทศสมาชิก WTO อื่น คือ อัตราภาษีในโควตาที่ 40% และอัตราภาษีนอกโควตาที่ 49% โดยโควตาที่จัดสรรให้จีนและประเทศสมาชิก WTO อื่น รวมกันอยู่ที่ 134 ตันต่อปี โดยปัจจุบันไทยส่งออกเป็นอันดับที่ 8 ของโลกอยู่ที่ประมาณ 30,000 ตันต่อปี ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังลาว เมียนมา และจีน

ปัจจุบันการบริโภคกาแฟของโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 ความต้องการใช้กาแฟของโลกอยู่ที่ 9.33 ล้านตันต่อปี เพิ่มขึ้น 2.5% จากปี 2559 และอุตสาหกรรมกาแฟไทยก็มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน โดยความต้องการใช้เมล็ดกาแฟของโรงงานแปรรูปในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยในปี 2560 มีความต้องการใช้กาแฟกว่า 90,000 ตันต่อปี เพิ่มขึ้นกว่า 6.5% จากปี 2559 ดังนั้น จากความต้องการกาแฟของโลกและของไทยที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมกาแฟไทยมีโอกาสพัฒนาและเติบโตในอนาคต ซึ่งภาคใต้เป็นพื้นที่ปลูกกาแฟที่สำคัญของไทยโดยมีสัดส่วนการปลูกถึง 75% ของพื้นที่ปลูกกาแฟทั้งหมดของไทย โดยจังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดที่ปลูกกาแฟมากที่สุดในประเทศไทย
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"พาณิชย์ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโรบัสต้า ชี้ช่องใช้ FTA นำเข้าวัตถุดิบ-ส่งออกไปขาย". (08-03-2561).
ประชาชาติธุรกิจ.: สืบค้นเมื่อ 09-03-2561, เข้าถึงได้จาก : https://www.prachachat.net/economy/news-127035
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
26-31°C
เชียงใหม่
23-30°C
นครราชสีมา
25-35°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
23-31°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×