เกษตรกรต้นแบบ
"ฟาร์มหอยนางรม...สร้างรายได้ สร้างชีวิต"
คุณพิภพ น้ำมหาเจริญ
 08 มีนาคม 2561   673
จ.จันทบุรี
เป็นความสุขเล็กๆ ของผมเลยที่สามารถทำสิ่งที่เราต้องการให้ลูกค้าได้ ทำให้เรามีรายได้ มีเงินมาดูแลคนงาน ชาวบ้านในชุมชน

แม้จุดเริ่มต้นจะมาจากครอบครัวชาวประมง ที่ล้มลุกคลุกคลาน ต้องออกไปรับจ้างวันละร้อยกว่าบาท เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ก้อนโต แม้จะลำบาก แต่ไม่เคยท้อ ไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา มีแต่ความมุมานะ จนทำให้วันนี้ พิภพ น้ำมหาเจริญ กลายเป็นเจ้าของฟาร์มเพาะพันธุ์ลูกหอยนางรม ที่นอกจากจะทำเงินให้กับครอบครัวแล้ว ยังทำให้คนในชุมชน มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคงอีกด้วย

ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน พิภพ น้ำมหาเจริญ เล่าให้ฟังว่า ช่วงนั้นการเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้รับความนิยมมาก ครอบครัวจึงตัดสินใจลงทุนเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ช่วงแรกๆที่เลี้ยงได้กำไรดี เลี้ยงอยู่ประมาณ 4 บ่อ บ่อหนึ่งได้กำไรไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท ใช้เวลา เลี้ยง 5เดือน แต่เมื่อเลี้ยงไปได้ประมาณ 4-5 ปี เกิดภาวะขาดทุนอย่างหนัก แม้จะพยายามประคับประคองหาเงินมาลงทุนเลี้ยงต่อ แต่ก็ยังขาดทุนรวมๆแล้ว 500,000-600,000บาทได้ จนกระทั่งเงินทุนก้อนสุดท้ายหมด แถมมีหนี้ก้อนโตพ่วงท้ายมาให้ครอบครัวอีก ทำให้ต้องหยุดเลี้ยงกุ้งกุลาดำไปโดยปริยาย
หลังจากหยุดเลี้ยงกุ้งกุลาดำแล้ว ผมต้องออกไปทำงาน เป็นลูกจ้างที่บริษัทท่าทราย ได้ค่าแรงวันละร้อยกว่าบาท ต้องผ่อนชำระหนี้อีกเดือนละ 3,000 บาท ค่าแรงที่ได้ต่อวันรวมกันเดือนๆหนึ่งพอแค่ใช้หนี้ แต่ค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆต้องทำงานพิเศษหรือนอกเวลาเพิ่ม ผมทำงานอยู่ที่บริษัทท่าทราย 10 กว่าปี เริ่มต้นจากลูกจ้างจนกระทั่งเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นโฟร์แมนควบคุมคนงาน ได้รับเงินเดือนเกือบ20,000บาท แต่สุดท้ายบริษัทปิดกิจการ ผมกลายเป็นคนตกงาน ไม่มีงานทำ ยังดีที่มีเงินเก็บอยู่บ้าง และพอมีความรู้เรื่องเครื่องยนต์ในการดัดแปลงเครื่องดีเซลให้เป็นก๊าซ LPG ผมคิดเลยว่า ผมควรจะต้องมองหาอาชีพหรือทำอาชีพอะไรที่มีความมั่นคงที่จะสามารถดูแลคนในครอบครัวได้ เพราะผมก็มีพ่อ แม่ ปู่ย่าที่ต้องดูแล จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ผันตัวเองมาทำฟาร์มหอยนางรมนี่แหละ

หลังจากตัดสินใจแล้วว่าจะทำฟาร์มหอยนางรม ผมก็ใช้เงินเก็บที่มีอยู่ทั้งหมดมาลงทุน แต่การทำฟาร์มหอยนางรมใช้เงินทุนค่อนข้างเยอะ ผมจึงเริ่มต้นทำจากจำนวนน้อยๆก่อน คือ ประมาณ 1 แสนเส้น แล้วค่อยๆขยายไปเรื่อยๆ พอมีกำไรแล้วก็ขยายให้มันเติบโตขึ้น บางปีก็เจอภาวะขาดทุน ที่แทบจะไม่เหลือกำไรเลยเหมือนกัน ภาวะขาดทุน เกิดจากตลาดมีความต้องการน้อย พ่อค้าคนกลางก็จะไม่เดินเข้ามาหาเรา แต่ถ้าเดินเข้ามาหาเรา เขาก็จะกดราคาจากต้นทุนเราเหลือประมาณ หนึ่งเส้น 80 สตางค์ ถ้าเราขายต่ำกว่า 80 สตางค์ เราก็ขาดทุน ตอนนั้นผมไม่ได้ไปขายเอง คืออาศัยพ่อค้าคนกลางซื้อขาย เป็นตัวแทนในการค้าขาย พอเจอปัญหานี้ ขึ้น ผมจึงต้องคิดใหม่เลยว่า ถ้าเรารอให้พ่อค้าคนกลางเข้ามาซื้อเราก็จะเจอปัญหาอย่างนี้อีก ผมก็เลยลองปรับเปลี่ยนวิธี คือพยายามติดต่อลูกค้า หาลูกค้า ด้วยตนเอง แล้วเอาสิ่งของที่เรามีอยู่ทำอยู่ มีข้อดีอย่างไร ไปเสนอขายให้เขา พอลูกค้าเขาทดลองซื้อ ชอบ พอใจในสิ่งของของเรา เห็นว่าซื้อของเราแล้วดี เขาสามารถสร้างผลผลิต สร้างกำไรได้ ปีต่อไปเขาก็สั่งซื้อเพิ่มขึ้นอีก

การเพาะพันธุ์ลูกหอยนางรม :

ผมจะมีฟาร์มอนุบาล จะเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์เชื้อลูกหอยนางรมเกือบ 100% ผมใช้วิธีเพาะพันธุ์ลูกหอยแบบพื้นบ้านที่เรียกว่าอีแปะ เป็นการผลิตเชื้อหอยด้วยการให้หอยมาเกาะติดกับแป้นปูน การทำอีแปะหรือแป้นปูนนั้น ผมจะใช้วิธีกระจายรายได้ไปสู่คนในชุมชนด้วยการจ้างคนในชุมชนทำแป้นปูนตามเสปคที่ผมกำหนด อีแปะหอยหรือแป้นปูนทำจากปูนซีเมนต์ผสมกับทราย แล้วนำมาหยอดลงบนเชือก หยอดสลับกันฝั่งละ 5 ลูกใน 1เส้นจะมีเมล็ดแป้นปูน 10 เม็ด ลักษณะจะเป็นแป้นกลมๆ

ระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงเชื้อ :

การเพาะเลี้ยงเชื้อลูกหอยนางรม ในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดแต่ละหมู่บ้านจะไม่เหมือนกัน อย่างของผม ผมก็จะนำอีแปะหรือแป้นปูนแขวนไว้บนราวไม้ไผ่ ปล่อยให้เชื้อหอยมาจับที่แป้นปูนเองตามธรรมชาติ ผมจะเริ่มทำตั้งแต่เดือนสิงหา กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม ใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน จึงเริ่มนำขึ้นมาขาย
ส่วนเทคนิคการเพาะเชื้อลูกหอยนางรมให้ได้ดีนั้น พิภพบอกว่าไม่มีอะไรยาก เพียงแต่ต้องคอยหมั่นสังเกตความเป็นไปตามธรรมชาติ ว่าช่วงไหนเราจะควรทำ แล้วเชื้อพร้อมที่จะจับได้เลยทันที อย่างเช่นปีนี้น้ำจืดมาเยอะ ถ้าเรารีบลงเกินไป เชื้อก็จะติดไม่ค่อยดี แต่ถ้าเราก็รอจังหวะที่น้ำทะเลเข้ามาเต็มที่ แล้วค่อยๆลงเราก็จะได้เชื้อหอยที่สมบูรณ์ เชื้อค่อนข้างที่จะติดหนา ติดดี ได้เชื้อค่อนข้างดกปริมาณสูง เวลาขายให้ลูกค้า ผลตอบรับเขาก็จะดีกว่าดีกว่าเชื้อห่างๆ เพราะการเพาะเชื้อหอยที่ดีต้องอาศัยกระแสน้ำในการพัดพาเชื้อหอยมาติดกับแป้นปูนด้วย

พิภพเล่าต่อว่า ฟาร์มของเขาอยู่ในทำเลที่ดี เพราะอยู่ปากอ่าว แวดล้อมไปด้วยต้นโกงกาง มีกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเหมาะกับการเพาะเลี้ยงเชื้อลูกหอยนางรมที่จะเจริญเติบโตได้ดี สามารถเพาะพันธุ์เชื้อหอยนางรมได้เกือบ 100% คือ จะดูเปอร์เซ็นต์ได้จากเชื้อเวลาที่มาติด เมล็ดแป้นปูนจะเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนสายพันธุ์หอยนางรมที่นิยมใช้กันก็จะมีอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์ แต่เราไม่สามารถเลือกได้ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ด้วย พื้นที่ของผม เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แม่พันธุ์หอยนางรม 100% ก็เลยไม่มีสายพันธุ์อื่นเข้ามากวน

สำหรับพันธุ์หอยนางรมผมจะอธิบายให้ฟังว่ามี 2 สายพันธุ์ คือ หอยนางรมพันธ์จริงกับพันธ์ปลอม สำหรับพันธุ์จริง จะสังเกตได้ง่ายๆ คือ จะเกาะติดตามรากโกงกางทั่วๆไป ส่วนสายพันธุ์หอยนางรมปลอม ตัวจะตัวใหญ่ แต่ความต้องการของตลาดจะมีน้อย เพราะมีจุดด้อย คือเนื้อไม่แน่น รสชาติไม่อร่อย เหมือนหอยนางรมสายพันธุ์จริง

ต้นทุนการผลิต :

ตอนนี้ผมมีพื้นที่อยู่ 30 ไร่ ปัจจุบันนี้ยังทำอยู่ 15-20 ไร่เหลือพื้นที่ว่างอีกประมาณ 10 ไร่ มีแป้นปูนรวมกันในครอบครัวประมาณล้านกว่าเส้น ต้นทุนอยู่ที่เส้นละ 80 สตางค์ต่อ 1 เส้น ระยะเวลาในการเลี้ยง 5- 6เดือน ส่วนใหญ่ต้นทุนจะไปอยู่ในช่วงการสร้างงานที่ใช้ระยะเวลาเป็น 10 เดือน ในการสร้างที่อยู่ร้านไม้ใผ่ ที่จะต้องเริ่มก่อนถึงฤดูกาลที่เขาจะมาจับหอย เพื่อเตรียมให้พร้อม อย่างหลัก ก็จะใช้ได้ประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นก็ต้องคอยซ่อมคอยเปลี่ยนไม้ และยิ่งช่วงเวลาที่หอยจับได้แล้ว หอยโตแล้ว แต่ลูกค้าเขายังไม่ต้องการ ยังไม่มาซื้อ หอยตัวโตขึ้นเรื่อยๆ น้ำหนักก็มากขึ้น ภาระค่าใช้จ่ายก็อยู่กับเรา จะต้องคอยมาซ่อมบำรุงปักหลักเพิ่ม จากร็อคละ 100 กิโล พอโตขึ้นก็จะเพิ่มเป็น 150 ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นมาเรื่อย

ถามว่าคุ้มทุนไหม พิภพบอกว่า ถ้าเราลงมือทำเอง ก็พออยู่ได้ แม้กำไรที่ได้อาจจะไม่เยอะ แต่เฉลี่ยแล้วก็ได้ครั้งละไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท

การขาย การตลาด :

ที่ฟาร์มผมจะเน้นขายให้กับลูกค้าประจำ ที่มีการสั่งจองล่วงหน้า คือเราจะทำการเพาะเชื้อลูกหอยนางรมตาม ออร์เดอร์ซะเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเรื่องราคาเราไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้ เพราะราคาขึ้นลงตามราคาตลาด ขึ้นลงตามความต้องการ คือถ้าลูกค้าต้องการเยอะๆ แล้วหาของไม่ได้ เขาก็จะดันราคาเพื่อให้ได้ของ แต่ถ้าเวลาใดของออกมาชนกันเยอะๆราคาก็จะลดลงมา เคยต่ำลงมาอยู่ที่ 50 สตางค์ และราคาสูงสุดเคยได้ที่ 2 บาท 50 สตางค์ แต่ส่วนใหญ่จะยืนพื้นราคาอยู่ประมาณ 1 บาท

ส่วนการขายนั้น พิภพ บอกว่า ผมขายให้หับลูกค้าในหลายๆจังหวัด ก็จะมีตราด จันทบุรี ชลบุรี ล่าสุดก็มีพัทลุง สตูล แล้วก็ประจวบคีรีขันธ์ ก็จะมีติดต่อเข้ามา เพราะเขาต้องการซื้อหอยนางรมเปอร์เซ็นต์ที่สูง

บทสรุป :

พิภพเล่าให้ฟังต่ออีกว่า ที่ฟาร์มจะให้ความสำคัญมากในเรื่องของคุณภาพ ต้องได้มาตรฐาน ลูกค้าที่ซื้ออีแปะหรือแป้นปูนไปเลี้ยง หากเกิดปัญหา แป้นปูนชำรุด เนื้อยุ่ย ไม่มีเชื้อลูกหอย เลี้ยงแล้วหอยไม่โต ทางฟาร์มยินดีรับคืนพร้อมกับส่งแป้นปูนอันใหม่ไปให้ อีกหนึ่งจุดเด่นของฟาร์มที่สามารถมัดใจลูกค้าให้มาซื้อที่ฟาร์มของเราได้ตลอดมไม่น่าเชื่อเลยว่า หอยนางรม ตัวเล็กๆ จะให้คุณประโยชน์ได้มากมาย นอกเหนือจากเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโภชนาการแล้ว หอยนางรมยังเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างทั้งรายได้และอาชีพที่มั่นคงให้กับเกษตรกรได้อีกด้วย

ติดต่อสอบถามมาที่คุณพิภพที่ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี หรือจะโทรมาสอบถามรายละเอียดที่เบอร์ 095-883-2250

ฟาร์มหอยนางรม สร้างชีวิต สร้างรายได้
เรื่อง/ภาพโดย : ทีมงานนรักบ้านเกิด.คอม
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
23-30°C
เชียงใหม่
21-26°C
นครราชสีมา
22-30°C
ชลบุรี
23-30°C
นครศรีธรรมราช
23-29°C
ภูเก็ต
24-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×