เกษตรกรต้นแบบ
"พ.ฟาร์มเมล่อนปลอดสารหนึ่งเดียวในนครนายก"
คุณดุสิตา ธรรมสถิตย์พร
 07 มีนาคม 2561   777
จ.นครนายก
การทำเกษตรไม่ใช่เรื่องยากถ้าตั้งใจและมุ่งมั่นอย่าง เพราะการเกษตรก็เหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ต้องรู้ดิน รู้น้ำ รู้พืช การตรวจวัด จดบันทึกเพื่อให้ได้ข้อมูลนำไปวิเคราะห์เป็นสิ่งจำเป็นและที่สำคัญเหนืออื่นใดต้องไม่ลืมคอนเซ็ปของตัวเอง

คุณดุสิตา ธรรมสถิตย์พร(ไหม)และคุณหมอปกรณ์ หอยสังข์ (หมอกรณ์) สองสามีภรรยาที่หันเหชีวิตเข้ามาทำการเกษตรผู้ปลูกเมล่อนปลอดสารพิษ ในอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ทองว่าการทำเกษตรไม่ใช่เรื่องยากถ้าตั้งใจและมุ่งมั่นอย่างจริงจังถึงแม้คุณไหมจะเป็นพยาบาล หมอกรณ์สามีจะเป็นหมอก็ตาม สิ่งสำคัญจะต้องรู้ใจตัวเองก่อนว่าจะทำอะไร ง่ายที่สุดคือเลือกปลูกในสิ่งที่ชอบกิน ความไม่รู้เอาชนะได้ด้วยการศึกษา การเข้าอบรม ศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ทดลองทำอย่างจริงจังทำให้เราเกิดทักษะและความมั่นใจ การเกษตรสำหรับคุณไหมเหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ต้องรู้ดิน รู้น้ำ รู้พืช การตรวจวัด จดบันทึกเพื่อให้ได้ข้อมูลนำไปวิเคราะห์เป็นสิ่งจำเป็นและที่สำคัญเหนืออื่นใดต้องไม่ลืมคอนเซ็ปของตัวเอง

จากพยาบาลดูแลผู้ป่วยมะเร็งกับการทำงานอันหนักหน่วงจนสุขภาพทรุดโทรมป่วยไข้เป็นประจำจนเกิดคำถามกับตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นอาชีพของเราคือคนดูแลผู้ป่วยมิใช่หรือทำไมเรามาป่วยเสียเอง หลังจากแต่งงานมาได้สักพักสามีขอให้ลาออกจากการเป็นพยาบาล ซึ่งก็ตรงกับใจของตัวเองที่อยากจะสร้างอาชีพที่เป็นของตัวเองสามารถส่งต่อให้ลูกๆได้ในอนาคตจึงเริ่มคิดว่าจะทำอะไรกับพื้นที่ที่มีอยู่ในอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก โดยเน้นเรื่องสุขภาพเป็นอันดับแรกคนเราต้องกินและสุขภาพที่ดีเริ่มจากอาหารจึงมองดูเรื่องพืชผักเป็นหลัก หลังจากนั้นได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัวได้ชิมเมล่อนที่เกาะฮอกไกโดจึงคิดว่าผลไม้ชนิดนี้เราชอบเพราะมันอร่อยหวานกรอบน่าจะปลูกได้ที่เมืองไทยจึงตกลงศึกษาข้อมูลพร้อมไปอบรมที่เทพมงคลฟาร์มจากนั้นจึงกลับมาเริ่มทำอย่างจริงจัง

คุณหมอปกรณ์ หอยสังข์ (หมอกรณ์)


คอนเซ็ปของพ.ฟาร์ม มี 2 บริบทเพราะทุนเริ่มต้นมาจากคุณพ่อที่ให้ยืมมาเลยใช้อักษรย่อของชื่อคุณพ่อว่า “พ.” และอีกคอนเซ็ปหนึ่งคือพอเพียง พอในสิ่งที่เรามี เราขายสุขภาพดี การอบรมที่เทพมงคลฟาร์มทำให้ได้รู้จักคนมากมายจนสร้างเป็นเครือข่ายในด้านองค์ความรู้ การซื้อวัสดุปลูก รวมไปจนถึงเรื่องการตลาดมีการแลกเปลี่ยนกันและกัน การมีเครือข่ายที่ดีทำให้พ.ฟาร์มมีกำลังการผลิตที่สูงในคุณภาพระดับเดียวกันรองรับตลาดของคนที่รักสุขภาพและที่สำคัญเรามิได้ผลิตแค่เมล่อนอย่างเดียวเท่านั้น พืชผักชนิดอื่นๆที่เราชอบและตลาดต้องการเราก็ผลิตด้วย

คุณดุสิตา ธรรมสถิตย์พร(ไหม)


กระบวนการปลูกเมล่อนแบบปลอดสาร :

1. เริ่มจากการทำโรงเรือนกางมุ้ง จากนั้นทำการปรุงดินให้มีอินทรียวัตถุอย่างปุ๋ยคอก ใส่ปูนขาวเพื่อปรับสภาพความเป็นกรดด่าง จากนั้นตีดินให้ละเอียด ขึ้นแปลงสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร ความกว้างของแปลง1.0-1.20 เมตร โดยปลูกเป็นแถวคู่ระหว่างแถวห่างกันราว 80 เซนติเมตรส่วนระหว่างหลุมห่างกันราว 50 เซนติเมตร วางระบบน้ำที่พ.ฟาร์มใช้ระบบน้ำหยด จากนั้นคลุมแปลงด้วยพลาสติก เจาะรู นำกล้าเมล่อนที่เพาะไว้ในถาดหลุมลงปลูก

2.หลังจากปลูกลงแปลงแล้ว 14 วันจะต้องทำค้างเพื่อให้ต้นเมล่อนไต่ขึ้น ค้างสูงราว 1.80เมตร การดูแลต้นจะต้องคอยริดใบล่างสุดเพื่อให้โปร่งระบายอากาศได้ดี เมื่อเมล่อนมีดอกในช่วงเวลา 06.00-10.00 น.จะเป็นช่วงเวลาในการผสมเกสรโดยเด็ดดอกตัวผู้ให้เหลือแต่เกสรจากนั้นนำไปเคาะลงในดอกตัวเมีย ขั้นตอนนี้สำคัญมากเกสรตัวผู้ต้องลงไปผสมกับดอกตัวเมียอย่างทั่วถึงเพราะจะมีผลต่อรูปร่างของผลเมล่อน การผสมเกสรจะต้องทยอยผสมให้หมดทั้งโรงเรือน

3. เมื่อติดลูกเลี้ยงไปให้ได้ผลเท่าไข่ไก่เลือกลูกที่สมบูรณ์ที่สุดเพียง 1 ลูก ต่อ 1 ต้นเท่านั้น ที่เหลือเด็ดทิ้งให้หมด ผ่านไป 2 สัปดาห์จะต้องใช้เชือกผูกโยงที่ขั้วผลกับค้างเพื่อช่วยพยุงผลโดยทำการปรับระดับการโยงไม่ให้ผลแตะพื้น

4. การให้น้ำและปุ๋ยสามารถให้ผ่านระบบน้ำหยดได้ เมล่อนชอบน้ำ แต่ไม่ชอบชื้นแฉะเพราะจะทำให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่าได้ ดังนั้นต้องหมั่นสังเกตในแปลงให้ดีว่าความชื้นพอไหมโดยตรวจดูที่พลาสติกถ้ามีเหงื่อไอน้ำจับด้านในผิวดินต้นไม่โทรมใบไม่เหี่ยวมากนัก

5. ในช่วงท้ายก่อนการเก็บเกี่ยวต้องควบคุมการให้น้ำมากๆเพื่อให้ได้ความหวานระดับ 14 องศาบริกซ์เพราะถ้าให้น้ำมากเกินไปเพียง1-3 วันความหวานจะลดลงทันทีเรื่องนี้สำคัญมาก

6. การเก็บเกี่ยวเมล่อนแต่ละพันธุ์มีระยะเวลาเก็บเกี่ยวไม่เท่ากันจะต้องศึกษาให้ดี การเก็บรักษาผลเมล่อนควรห่อด้วยตาข่ายโฟมเพื่อกันกระแทก

7. ที่พ.ฟาร์มนอกจากจำหน่ายผลเมล่อนสดที่ความหวานระดับ 14 องศาบริกซ์ถ้าต่ำกว่านี้จะไม่จำหน่ายโดยจะนำมาแปรรูปเป็นสาคูเมล่อน,ซาลาเปาเมล่อน,พายเมล่อน,ไอศกรีมเมล่อน,ส้มตำเมล่อน,เมล่อนเจลลี่,สลั ดเมล่อนเป็นต้น

8. ต้นทุนการผลิตเฉพาะค่าโรงเรือนอยู่ที่ 110,000 บาท รายได้ต่อโรงเรือน 1 โรงอยู่ที่ 60,000 บาทต่อรอบการผลิตซึ่งที่พ.ฟาร์มมีโรงเรือนทั้งหมด 16 โรงเรือน

ช่องทางการตลาด : เริ่มจากการเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคโดยตรงเข้าไปขายตามมหาวิทยาลัย ,โรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิต ออกงานต่างๆเพื่อให้คนได้เห็นเรา การเข้าสู่โครงการยัง สมาร์ทฟาร์มเมอร์ทำให้รู้จักหน่วยงานราชการ องค์กรต่างๆมากมายรวมถึงเครือข่ายเกษตรกรระดับภาคนี่คือโอกาสในการเชื่อมต่อทำให้พ.ฟาร์มเติบโตอย่างรวดเร็วอีกทั้งการใช้โซเชี่ยลมีเดียในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า ได้นำเสนอสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็นจากแต่ก่อนลูกค้าเป็นคนเลือกเรา แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าเราเลือกลูกค้าที่เราต้องการ วันนี้พ.ฟาร์มกำลังจะก้าวจากเกษตรกรมาเป็นผู้ประกอบการ SME. เพื่อตอบรับไทยแลนด์ 4.0

ข้อเสนอแนะ : ณ วันนี้อย่าเดินไปคนเดียวเพราะคนเดียวเราไม่สามารถต่อรองกับพ่อค้าคนกลางได้ เราจะโดนกดตลอด อย่างที่พ.ฟาร์มก็เคยโดนพ่อค้าคนกลางกดราคา อยากได้ในราคาส่ง แทบไม่มีกำไรเลย การรวมกลุ่มสร้างเป็นเครือข่ายจึงเป็นสิ่งจำเป็นเราสามารถต่อรอง กำหนดคุณภาพและราคาให้เหมาะสมแบบที่ควรจะเป็น ถ้าคุณต้องการของดีมีคุณภาพราคาก็ต้องสูงซึ่งทางพ.ฟาร์มมีพันธมิตรถึง 30 รายพร้อมที่จะวางแผนการผลิตให้ได้เลย การรวมกลุ่มกับการเดินคนเดียวจึงแตกต่างอย่างมาก นอกจากอำนาจการต่อรองแล้ว ข้อดีของการรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายคือความรู้ วิธีแก้ปัญหาซึ่งจะช่วยเราได้มาก การใช้โซเชียลมีเดียวเป็นสิ่งจำเป็นไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ค,ไลน์ เป็นการสร้างลูกค้าใหม่ๆ และรักษาลูกค้าเก่าได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันคือช่องทางประชาสัมพันธ์ที่ใช้เงินน้อยที่สุด

ที่อยู่และช่องทางการติดต่อ : พ.ฟาร์ม เลขที่ 427 หมู่ 8 ตำบลเขาเพิ่ม อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก 26110 โทร.08-3543-1820 Facebook : พ.ฟาร์ม

พ.ฟาร์ม เมล่อนปลอดสารหนึ่งเดียวในนครนายก
เรื่องโดย : ทีมงานรักบ้านเกิด.คอม
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×