เกษตรกรต้นแบบ
"ผักปลอดสารพิษ ทางเลือกใหม่ที่ไม่มีทางตัน สู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืน"
คุณถนอมวรรณ สิงห์จุ้ย
 06 มีนาคม 2561   1,737
จ.สมุทรสาคร
ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ต้องทำจากใจแล้วจะมีความสุข

เกษตรกรรุ่นเก่ามักจะไม่ค่อยเชื่อในเรื่องของการทำเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษว่าจะทำให้ชีวิตมั่นคงได้ตลอด เนื่องจากคิดเพียงว่าผลผลิตที่ได้ออกมามันน้อยไม่คุ้มกับที่เสียเวลาไป แต่ในปัจจุบันการทำเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษนั้น กำลังได้รับความสนใจและความนิยมต่อผู้บริโภคสมัยใหม่มากขึ้น ทำให้ผักปลอดสารพิษนั้นมีตลาดรองรับที่กว้างขึ้น และมองเห็นถึงโอกาสทางการตลาดในทิศทางที่ดี ดังที่คุณถนอมวรรณ สิงห์จุ้ย จะได้มาแชร์ประสบการณ์ให้เกษตรกรในปัจจุบันได้ทราบ

คุณถนอมวรรณ สิงห์จุ้ย หรือคุณอ้อ อายุ 33 ปี ก่อนหน้าที่จะมาทำการปลูกผักเชิงเกษตรอินทรีย์ คุณอ้อเคยหุ้นกับเพื่อนทำบริษัทเกี่ยวกับอุปกรณ์คอมและรับติดตั้งระบบคอมเมื่อตอนปี 49 ซึ่งช่วงแรกที่ทำนั้นรายได้ดีมาก ต่อเดือนก็ 3-5 ล้านบาท แต่ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว บวกกับมีคู่แข่งผุดขึ้นมามากมาย ทำให้รายได้ที่เคยเป็นหลักล้านลงมาเหลือเพียงหลักแสนเท่านั้น ซึ่งมันไม่พอเพียงกับค่าใช้จ่ายที่ทางบริษัทกำลังรับผิดชอบ
“ลูกค้าที่ดิวด้วยเค้าก็เปลี่ยนเป้าในการใช้บริการ คือด้วยเศรษฐกิจตอนนั้นลูกค้าเค้าก็ต้องปรับกลยุทธของเค้าด้วย คู่แข่งก็เกิดขึ้นเยอะ จากที่รับประกอบคอม ติดตั้งระบบได้กำไรเครื่องละ 2,000 กลายเป็นว่าเหลือแค่ 300 ปัญหาคือเรามีรายจ่ายมากกว่ารายรับ ค่าพนักงาน ค่าเช่าที่ ตอนนั้นก็พยายามปรับวิธีดู จากคอมอ่างเดียวก็เพิ่มกล้องวงจรปิด แต่ก็ไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ กลายเป็นอยู่ในสภาวะเครียด สุดท้ายก็ต้องหยุดกิจการไปค่ะ”

ทำ “ที่หันมาทำการเกษตรนี่ คือตอนช่วงปลายที่จะหยุดทำบริษัท ตอนนั้นสามีเราการเกษตรอยู่แล้ว เค้าทำอยู่ก่อนแล้ว เป็นสวนมะลิค่ะ ก็เห็นเค้ามีรายได้ทุกวัน ส่งมะลิปากคลอง ตอนเย็นก็มีตังแล้ว” คุณอ้อยังบอกอีกว่ารายได้ของสามีในการทำสวนมะลิของคุณอ้อในตอนนั้นตกถึงอาทิตย์ละ 5-6หมื่นเลยทีเดียว
“ตอนนั้นแฟนคงเห็นว่าเราเครียด แฟนชวนกลับมาอยู่บ้าน แฟนก็เลยชวนมาทำสวนมะลิ เราก็เอาการบริหารจัดการจากที่ทำบริษัท มาปรับทำที่บ้าน อย่างเช่นการรวบรวมข้อมูล การเก็บสถิติต่างๆซึ่งเราคิดว่าน่าจะเป้นประโยชน์และดีกว่าไม่ได้มีข้อมูลอะไรไว้”

สวนมะลิที่คุณอ้อทำกับแฟนนั้น ต้องจ้างแรงงานเพื่อเก็บมะลิในกิโลละ40 บาท ซึ่งในวันหนึ่งๆนั้นจะเก็บได้50-100กิโลกรัม ซึ่งคุณอ้อจะใช้วิธีปลูกเป็นรุ่นๆทำให้มีผลผลิตสู่ตลอดเวลา “เรามีสถิติไว้เพื่อรู้ข้อมูลรู้ข้อมูลที่เป็นประอย่างปี51ได้มะลิ8000กก.หักแล้วได้ล้านกว่า แต่พอปีที่ทำ16ไร่ เยอะกว่าจริงแต่ได้แค่9แสน เลยมาลองทบทวนและรู้ปัญหาว่ามันเกิดจากอะไร ก็ได้รู้ว่ากลไกราคาพวกนี้มันขึ้นอยู่กับตลาด มันไม่ได้ผิดที่เรา”

อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้คุณอ้อกับสามีเกิดความคิดที่จะยกเลิกการทำสวนมะลิก็คือเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี54 ซึ่งตอนนั้นน้ำท่วมมะลิ เหตุการณ์นี้ทำให้คุณอ้อคิดไห้ว่าเมื่อถึงเหตุกาณร์จำเป็นมะลิมันกินไม่ได้นะ ตอนนั้นคนต้องการอาหารมากกว่า คุณอ้อก็เลยเปลี่ยนหันมาทำพืชที่กินได้แทน ทดลองทำและเปลี่ยนชนิดพืชมา 3 รอบ จากฝรั่ง ก็มีกิมจู จนสุดท้ายมาเป็นพวกผักต่างๆ อย่างเช่นคะน้า กวางตุ้งและคื่นฉ่าย “ที่เลือกปลูกผักเพราะผักอายุสั้น ขายได้ทำเงินได้ไวค่ะ การดูแล ตอนนั้นโชคดีมีเจ้าหน้าที่จากกลุ่มอารักขาพืช ของสมุทรสาครมาช่วย มาให้ความรู้เรื่องการทำการเกษตรด้วยสารชีวภัณฑ์ในการกำจัดศัตรูพืช เป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งอ้อคิดว่ามันสามารถทำได้ ตอบโจทย์เราได้จริง” หลังจากหันมาทำการเกษตรแบบปลอดภัย คุณอ้อบอกว่ารู้สึกสบายใจมากขึ้น ไม่คิดมากเหมือนเมื่อก่อน “ทั้งได้ทำศึกษาเรียนรู้ไปด้วย ที่เห็นว่าปลูกเยอะนี่ เราใช้วิธีการปลูกสลับ ปลูกเว้นช่วง เพราะทำให้ของๆเราจะมีออกให้ลูกค้าตลอด อย่างอันนี้ 4 ท้องร่องต่อ2ไร่ ตกไร่ละ1ตัน เราเอาออกสลับหมุนเวียน ทำให้เราสามารคำนวณได้สินค้าและรายได้ของเราได้ด้วย” เมื่อถามถึงรายได้จากการปลูกผักขาย คุณอ้อบอกเพียงเบาๆด้วยรอยยิ้ม ว่ารายได้ที่ตกต่อเดือนนั้นก็ประมาณ1-5แสน บาทจากเนื้อที่ผลผลิตผักปลอดภัย30ไร่

ช่องทางการตลาด ในเรื่องของการตลาดคุณอ้อบอกว่า ชาวเกษตรจำต้องยอมรับว่าเกษตรกรนั้นไม่สามารถกำหนดราคาพืชผักได้ คนที่กำหนดคือพวกพ่อค้าคนกลาง ซึ่งบางครั้งก็ดูไม่เป็นธรรม ไม่สมเหตุสมผล คุณอ้อยังบอกอีกว่าถ้าอยากได้ราคาตามต้องการเกษตรกรต้องออกมาขายเอง แต่จะมีกี่คนที่มาขายเองได้

“ราคาตลาดขึ้นๆ ลงๆ ค่ะ เราปลูกเป็นเชิงพานิช เน้นที่ปริมาณ ตลาดหลักๆที่เราส่งอยู่ก็มีสี่มุมเมืองกับตลาดไทค่ะ แต่เราก็พยายามที่จะดูตลาดรายย่อยด้วย ก็ขายตรงกับลูกค้าโดยตรง โดยผ่านเว็บไซด์ ผ่านทางไลน์ด้วย ซึ่งมีผู้บริโภคที่หันมาสนใจพืชผักปลอดสารพิษกันมาก ก็เป็นช่องทางการตลาดอีกทางหนึ่งค่ะ”

ข้อเสนอแนะจากเกษตรกร เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะที่คุณอ้อจะมีต่อเกษตรกรรุ่นใหม่ที่สนใจหันมาทำเกษตรปลอดสารพิษ คุณอ้อแนะว่า “คนรุ่นก่อนจะไม่ค่อยชอบการทำเกษตรที่ปลอดสารเคมีสักเท่าไหร่เพราะผลผลิตที่ได้มันน้อย แต่ถ้าเราทำอย่างจริงจังและถูกวิธี เกษตรอินทรีปลอดสารพิษนั้นสามารถให้ผลผลิตที่ดีได้จริงแถมยังมีตลาดเฉาะทางรองรับ อยากให้เกษตรกรในปัจจุบันมีจิตสำนึกในการผลิต สร้างความภูมิใจในอาชีพและเ ปิดรับเทคโนโลยี คนรุ่นใหม่เก่งหลายคน ที่อยากฝากก็คือ หัวใจนั้นสำคัญ อยากทำก็เลือกทำให้สุด ผิดพลาด เรียนรู้แล้วปรับใช้ ค่ะ"

การปลูกผักปลอดสารพิษ

ลักษณะดินที่เหมาะสมต่อการปลูกผักต้องเป็นดินร่วนซุย มีการระบายน้าและถ่ายเทอากาศได้ดี มีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วยธาตุอาหาร 5 ส่วนใหญ่ คือ อนินทรีย์วัตถุ 45%, อินทรีย์วัตถุ 5%, น้า 25%, อากาศ 25% และสิ่งมีชีวิตในดิน เช่น ไส้เดือนดิน, จุลินทรีย์ ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช เป็นต้น ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยทาให้ผักมีการเจริญเติบโตได้ดี สมบูรณ์แข็งแรง มีความต้านทานต่อโรคและช่วยเพิ่มประชากรแมลงศัตรูที่เป็นประโยชน์ ลดการใช้สารเคมีป้องกันกาจัดศัตรูพืช ค่า pH ของดินอยู่ระหว่าง 6.0 – 6.5

การเตรียมพื้นที่ปลูก

1. การเตรียมพื้นที่ปลูก

ควรไถพรวนดินและตากดินอย่างน้อย 1 – 2 อาทิตย์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อยู่ในดินและกาจัดวัชพืช หากเพาะปลูกในพื้นที่นาหลังการเก็บเกี่ยว ให้ไถกลบตอซังข้าวเพื่อเป็นปุ๋ยในดิน และช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุ

2. การเตรียมแปลงปลูก

ควรปรับพื้นที่ปลูกให้สม่ำเสมอกัน มีร่องระบายน้าได้สะดวก ไม่ควรให้มีแอ่งน้าท่วมขังในแปลงปลูก ซึ่งจะเป็นแหล่งสะสมของโรค

กับดักกาวเหนียว

การป้องกันการใช้กับดักกาวเหนียวสามารถใช้ดักจับแมลงศัตรูผักได้หลายชนิด วัสดุที่ใช้ อาจใช้กระป๋องน้ามันเครื่อง ถุงพลาสติก ทาสีเหลืองหรือเคลือบสีเหลือง วัตถุประสงค์เพื่อใช้ล่อแมลงให้เข้ามาติดกับดัก

น้าส้มควันไม้

น้าส้มควันไม้ คือ สารอินทรีย์ที่ผลิตจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเผาถ่านไม้ เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ใช้ราดดินปลูกช่วยเร่งการเจริญเติบโตเป็นสารปรับปรุงดิน นอกจากนี้ยังเป็นสารป้องก้นกาจัดศัตรูพืช สาหรับผักอัตราการใช้ 3 ซีซี ต่อน้า 1 ลิตร ฉีดพ่นอาทิตย์ละครั้งจะช่วยลดประชากรของแมลงลงได้

ไส้เดือนฝอย

ไส้เดือนฝอยเป็นศัตรูธรรมชาติที่มีศักยภาพสูงในการเข้าทาลายแมลง และได้มีการพัฒนาเป็นชีวภัณฑ์ คือ ไส้เดือนฝอยสกุล Steinernematid สามารถป้องกันกาจัดหนอนของแมลงศัตรูผักได้ เช่น ด้วงหมัดผัก หนอนกระทู้หอม เป็นต้น ปัจจุบันได้มีการผลิตออกจาหน่ายเพื่อให้เกษตรกรได้ใช้อย่างสะดวก เช่น เนมาโทดิค 22 ของบริษัท เฮกซา เนมาโทดิค จากัด บรรจุไส้เดือนฝอยในชิ้นฟองน้าสังเคราะห์และเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 7 –10 องศาเซลเซียส ในซองอะลูมิเนียมขนาดเล็กกะทัดรัด บรรจุไส้เดือนฝอยซองละ ประมาณ 4 ล้านตัว
วงจรชีวิตของไส้เดือนฝอยมี 4 ระยะ แต่การนาไปใช้ประโยชน์ในการป้องกันกาจัดแมลง คือ ระยะที่ 3 ลักษณะเข้าทาลาย ไส้เดือนฝอยจะเข้าสู่ตัวแมลง โดยทางปาก ทวาร รูหายใจ เป็นต้น จากนั้นจะชอนไชผ่านผนังลาไส้เข้าสู่กระแสเลือดของแมลง แล้วปล่อยแบคทีเรียออกมาแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในเลือดของแมลง ทาให้แมลงตายเพราะเลือดเป็นพิษภายใน 24 – 48 ชั่วโมง เมื่อแหล่งอาหารในตัวแมลงหมดไป ก็ออกจากตัวแมลงที่อาศัยตัวเก่าแล้วไปหาเหยื่อแมลงอาศัยตัวใหม่ต่อไป

เชื้อไวรัส (NPV)

เชื้อไวรัสชนิดที่ใช้ในการทาลายแมลงศัตรู คือ เชื้อนิวเคลียร์โพลีฮีโดรซีสไวรัส (Nuclear Polyhedrosis Virus หรือ NPV) เนื่องจากมีความจาเพาะเจาะจงต่อการเกิดโรคกับแมลงศัตรูพืชสูงมาก มีความปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์ พืช มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมน้อยที่สุด และที่สาคัญ คือ ไม่มีพิษตกค้างบนพืช ในประเทศไทยมีการพัฒนาผลิตไวรัสเอ็นพีวีของแมลงศัตรูพืช

ปุ๋ยเสริม

ปุ๋ยที่ช่วยเพิ่มธาตุอาหารเสริม มีหลายชนิด เช่น ปุ๋ยหมักแห้ง(โบคาชิมูลสัตว์)ปุ๋ยหมักเปียก
พด.2 ใช้เร่งการเจริญเติบโต การติดดอกออกผล เพิ่มขนาดของผล เป็นต้น การใช้อัตราการใช้ 100 ซีซี ต่อน้า 20 ลิตร ฉีดพ่นอาทิตย์ละ 1 ครั้ง

ขั้นตอนการทาน้ำหมักจุลินทรีย์

1. วัตถุดิบ ได้แก่ ผลไม้หรือผลผลิตของพืชที่มีน้า เช่น บวบ ฟักทอง ฟักแฟง น้าเต้า เป็นต้น สับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนาไปใส่ในถังหมักที่เตรียมไว้

2.เทกากน้าตาลลงไปในวัตถุดิบ (ผลไม้สับ หรือพืชผักที่มีน้า) ที่เราเตรียมไว้ในถังหมักใส่สลับกันเป็นชั้น ๆ จนเต็มถังหมักแล้ว ปิดฝาให้สนิทเพื่อไม่ให้อากาศเข้าไป ป้องกันเชื้อโรคต่างๆ เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย จุลินทรีย์บางชนิดที่ไม่เป็นประโยชน์เข้าทาลาย

3. ระยะเวลาการหมักที่เหมาะสมควรหมักทิ้งไว้ 3 เดือน จะได้น้าหมักที่มีคุณภาพและเข้มข้น
นอกจากนี้ น้าหมักที่ได้จากกระบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ช่วยกาจัดแมลงบางชนิดได้ เช่น หนอนผีเสื้อ หนอนกระทู้ เป็นต้น

ที่อยู่และช่องทางการ : กลุ่มเกษตรปลอดภัยบ้านหนองพะอง ตำบลสวนหลวง เลขที่ 135/4 หมู่ที่ 6 ถนน ตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร โทรศัพท์ 034875803

ปลูกผักปลอดสารพิษ ทางเลือกใหม่ที่ไม่มีทางตัน
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
23-27°C
เชียงใหม่
21-29°C
นครราชสีมา
22-27°C
ชลบุรี
23-27°C
นครศรีธรรมราช
25-28°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×