เกษตรกรต้นแบบ
"ชาสมุนไพร รางแดง กับการต่อยอดภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อน"
คุณมงคลชัย หรั่งช้าง
 06 มีนาคม 2561   1,553
จ.นนทบุรี
ต้องซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ใครไม่รู้แต่ใจเรารู้

จากบทเรียนน้ำท่วมปีพ.ศ.2554 การปลูกพืชเชิงเดี่ยวเสี่ยงอย่างมากทุกวันนี้ได้น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้และทำการปลูกพืชแบบผสมผสานบนพื้นที่ 7 ไร่กลางเกาะเกร็ด แห่งนี้จะมีทั้งทุเรียนที่ต้องปลูกกันใหม่ มะนาว ส้มโอ กล้วย มะม่วง มะพร้าว ชะอม ข่า ตะไคร้ รางแดงฯลฯในการทำเกษตรผสมผสานพืชหลักที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืนก็คือใบของต้นรางแดงปลูกครั้งเดียวอยู่ได้นานหลายปีมีรายได้ดีโดยเฉลี่ย ทุก 45 วันบนพื้นที่1 ไร่มีรายได้จากการเก็บใบรางแดงประมาณ 10,000 บาท เป็นรายได้เสริมที่ดีทีเดียว

ความเป็นมาเกี่ยวกับตัวเกษตรกร : คุณมงคลชัย หรั่งช้าง ลูกชาวสวนเมืองนนท์โดยกำเนิด ชีวิตผูกพันธ์อยู่กับการทำสวนผลไม้โดยเฉพาะทุเรียนนนท์อันเลื่องชื่อ โดยปลูกทุเรียนตั้งแต่พ.ศ.2539 บนพื้นที่ราว 7 ไร่ คุณมงคลชัยบอกว่าทุเรียนนนท์ที่มีคุณภาพดีต้องมาจากต้นทุเรียนที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 7-8 ปีทุเรียนนนท์เป็นที่รู้กันว่าหากินยากแถมมีราคาแพงจนต้องจองกันลูกต่อลูกเป็นของขวัญไว้กำนัลผู้ใหญ่

ในยุคนั้นมีรายได้จากทุเรียนค่อนข้างมาก ประมาณว่าขายทุเรียน 1 เข่งซื้อทองกลับบ้านได้เลยเพราะทุเรียนลูกละไม่ต่ำกว่า 3,000 บาทเรียกว่าอาชีพชาวสวนทุเรียนอยู่ได้อย่างสบาย จนมาเมื่อปีพ.ศ.2554 ที่น้ำท่วมใหญ่ คุณมงคลชัย ตั้งใจสู้เพื่อปกป้องสวนทุเรียนและผลไม้ของเขาจึงตัดสินใจกู้เงินสหกรณ์จำนวนเงิน 500,000 บาทเพื่อมาซื้อเสาเข็ม 400 ต้นพร้อมแผ่นสำเร็จเพื่อนำมาทำกั้นน้ำสู้น้ำมาได้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2554

จากน้ำที่เคยขึ้นทีละคืบ ในวันนั้นขึ้นทีละศอกน้ำดันจนเขื่อนแตกท่วมสวนทุเรียนที่มีอยู่ 90 ต้นจมหมดในพริบตาเรียกว่าเป็นหนี้เป็นสินแทบหมดตัวเลยทีเดียว

ความเป็นมา เกี่ยวกับสิ่งที่เกษตรกรทำ : หลังจากน้ำท่วมผ่านพ้นไปสวนทุเรียนล่ม แทบจะไม่มีต้นไม้หลงเหลืออยู่ แต่กับมีเถาไม้เลื้อยเหลือรอดอยู่ต้นหนึ่ง ไม้เลื้อยชนิดนี้เป็นพืชที่ปลูกข้างรั้วชาวเกาะเกร็ดมาช้านานนั่นคือ “ต้นรางแดง” (ชื่อพฤกษศาสตร์ Ventilago calyculata Willd.)ไม้สมุนไพรที่ชาวเกาะเกร็ดนำมาทำเป็นชาดื่มแก้กษัยมาตั้งแต่โบราณกาลมาแล้ว

ในขณะที่ทำการฟื้นฟูสวนผลไม้ก็หันกลับมาคิดถึงต้นรางแดงค้นหาสรรพคุณอย่างเป็นทางการของต้นไม้ชนิดนี้ซึ่งมีบันทึกเอาไว้ว่ามีสรรพคุณเป็นยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ ตามประกาศของกระทรวงสาธารณะสุข ใช้เป็นยากษัยเส้นบรรเทาอาการปวดเมื่อย

คุณมงคลชัย จึงหวนกลับไปเอาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษมาทำเป็นอาชีพนั่นคือการผลิตใบชาที่ทำจากใบของต้นรางแดง โดยทำการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานโดยมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลืออาทิเช่นสำนักงานพลังงานจังหวัดนนทบุรีช่วยทำเตาอบพลังงานแสงอาทิตย์เป็นต้น

กระบวนการปลูกและผลิตเครื่องดื่มรางแดง: รางแดงเป็นเถาไม้เลื้อยอายุยืนขยายพันธุ์ด้วยการชำรากโดยตัดเป็นท่อนๆนำมาปักชำในถุงชำจนติดรากจากนั้นนำไปปลูกลงดินโดยรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักทุกชนิดยกเว้นปุ๋ยหมักจากมูลหมูห้ามใช้เนื่องจากที่นี่จะทำมาตรฐานฮาลาลราดทับด้วยดินจากนั้นจึงนำต้นรางแดงลงปลูกกลบดินให้แน่นรดน้ำระยะห่างต่อต้นราว 3-4 เมตรทำค้างให้เลื้อยสูงราว 1:5 เมตรหรือความสูงเท่าที่เจ้าของต้องการเก็บใบแล้วสบายที่สุด ด้านบนขึงสแลนบังแสง(เป็นเทคนิคเฉพาะของคุณมงคลชัย เท่านั้น)

การดูแลคอยแต่งกิ่งเป็นระยะเพื่อให้แตกใบได้ดี ที่สวนของคุณมงคลชัยและกลุ่มจะไม่ใช้เคมีและโฮโมนทั้งหลายจึงไม่มีสารตกค้างเป็นการปลูกแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง หลังจากปลูกได้ 1 ปีสามารถเก็บใบแก่มาทำเครื่องดื่มได้โดยจะต้องเก็บใบทุกๆเช้าตรู่

หลังจากเก็บใบรางแดงจะต้องนำมาล้างในน้ำสะอาด 2 ครั้ง ครั้งที่3 จะต้องล้างให้น้ำไหลผ่านเพื่อให้ผ่านมาตรฐานของฮาลาล (เก็บครั้งต่อไปอีกราว 45 วัน อาชีพรับจ้างเก็บใบรางแดงกิโลกรัมละ 20 บาท)

-ล้างน้ำแล้วนำเข้าสู่เครื่องปั่นสลัดน้ำให้ใบแห้ง จากนั้นนำใบรางแดงมาตัดด้วยกรรไกรซึ่งจะสวยกว่าการตัดด้วยเครื่องตัด
-เมื่อตัดเสร็จแล้วนำไปนึ่งฆ่าเชื้อประมาณ15-20 นาที แล้วนำออกมาผึ่งในตู้อบแสงอาทิตย์
-ทำการตรวจสอบใบที่ผ่านการอบว่ามีเชื้อราไหมจากนั้นเข้าสู้หม้ออบความร้อนที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 15 นาที
-นำออกจากหม้ออบความร้อนเมื่ออุ่นจะต้องรีบบรรจุลงถุงฟอยด์พร้อมซีลกันความชื้นส่งจำหน่ายได้ทันที

ช่องทางการตลาด :ความโดดเด่นของคุณสมบัติรางแดงเป็นที่รู้กันมาแต่โบราณรางแดงเป็นส่วนหนึ่งของตำหรับยาสมุนไพรโบราณบางส่วนนำมาทำเป็นชาต้มน้ำดื่มเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยแก้ปวดเมื่อยสามารถดื่มแทนน้ำโดยไม่มีผลข้างเคียงการปลูกต้นรางแดงเพื่อนำมาผลิตเป็นเครื่องดื่มรางแดงมงคล เกษตรกรผู้ปลูกควรรวมกลุ่มในการผลิตเริ่มจากการปลูกเป็นพืชข้างรั้ว ปลุกขึ้นค้างมีสแลนกรองแสงแดด

เมื่ออายุต้นรางแดงได้ 1 ปีสามารถเก็บใบแก่เพื่อมาทำเป็นเครื่องดื่มโดยทางกลุ่มเกษตรกรเกาะเกร็ดรับซื้อจากเกษตรกร การเก็บแต่ละครั้งจะเว้นช่วง 45 วันต่อรอบการเก็บจะมีรายได้ 10,000 บาทต่อ 1 ไร่ นอกจากใบของต้นรางแดงแล้วยังมีอาชีพเสริมคือการตอนกิ่งต้นรางแดงที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาดในตอนนี้ กิ่งตอนต้นรางแดงจำหน่ายกิ่งละ 200บาท

เนื่องจากการแปรรูปใบรางแดงให้เป็นเครื่องดื่มต้องมีมาตรฐานสูงการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนจึงเป็นทางออกที่ดีเนื่องจากต้องทำการขอจดมาตรฐานอย. มาตรฐาน GMP ในการผลิตปัจจุบันเครื่องดื่มรางแดงมลคลทำการผลิตบรรจุใน 2 แพ็คเกจแพ็คเกจแรกคือบรรจุในซองกระดาษเหมือนชาทั่วไปแพ็คเกจนี้จะต้องส่งไปบรรจุที่โรงงานบรรจุที่ได้มาตรฐานสากล แพ็คเกจที่ 2 บรรจุในถุงฟอยด์พร้อมซิปล็อคอย่างดีซึ่งทางกลุ่มผลิตและบรรจุเอง จะมีร้านจำหน่ายหน้าวัดไผ่ล้อมบนเกาะเกร็ดโดยจำหน่ายทุกวันเสาร์และอาทิตย์โดยทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนใบชาเกาะเกร็ดเป็นผู้จำหน่ายด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ยังจำหน่ายที่สหกรณ์ปากเกร็ด,สหกรณ์ไทรน้อย,สหกรณ์บางบัวทอง,สหกรณ์บางใหญ่ อีกช่องรวมไปถึงการออกร้านตามงานต่างๆ และอีกช่องทางที่กำลังไปได้ดีคือสั่งซื้อทางไปรษณีย์โดยสั่งขั้นต่ำจำนวน 6 ห่อซึ่งสามารถสั่งซื้อได้ทั่วประเทศ

ยอดรายได้ต่อเดือนของคุณมงคลชัย หรั่งแดง จะมีรายได้ 2 ส่วนคือการเก็บใบรางแดงทุกๆ 45 วันไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท ต่อไร่ และรายได้จากการขายใบรางแดงบรรจุซองอีกเดือนละ 1,500 ซองเป็นเงินราว 75,000 บาท นี่ยังไม่นับผลผลิตในสวนอีก 7 ไร่ที่ทยอยออกผลตลอดทั้งปี

ข้อเสนอแนะ: การผลิตเครื่องดื่มรางแดงหรือชารางแดงจำเป็นต้องรวมกลุ่มเป็นเครือข่าย มีเกษตรกรผู้ปลูกต้นรางแดงเพื่อนำใบมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตใบชา ดังนั้นจึงต้องทำการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกและควรปลูกในแบบอินทรีย์ รายได้จากการจำหน่ายต้นพันธุ์(กิ่งตอนละ 200 บาท) การจำหน่ายใบสด กิโลกรัมละ 80-100 บาท ในกรณีที่ผ่านอย.ช่องทางการขายจะมีมากยิ่งขึ้นตลาด 77 จังหวัดผู้ที่ต้องการแก้อาการปวดเมื่อยยังมีอีกมากมายในประเทศนี้ตลาดยังโตไปได้อีกมาก

ที่อยู่และช่องทางการติดต่อ: มงคลชัย หรั่งช้าง ประธานกลุ่มเกษตรกรเกาะเกร็ด เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่ม “เครื่องดื่มรางแดงมงคล” ที่อยู่:75/11 หมู่2 ตำบลเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 โทร.09-1873-2283,09-1721-2822 ,Line Id:0918732283, FB:รางแดงมงคล

ชารางแดงกับการต่อยอดภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อน
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×