เกษตรกรต้นแบบ
"ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ไก่ลูกผสมพื้นเมือง เลี้ยงง่ายโตไว"
คุณณ นพชัย ผิวเกลี้ยง
 06 มีนาคม 2561   2,067
จ.สุพรรณบุรี
ผมเห็นมีหลายๆคนที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกร ก็อยากฝากถึงคนที่อยากจะทำการเกษตร ว่าเราต้อง ทำให้ทุกๆวันที่เราต้องอยู่กับสิ่งที่เราเลือกให้มีคุณค่ามากที่สุดเพราะว่าเกษตรมันคือชีวิต คือ รากฐานที่จะนำเราไปสู่ความสุข ความสำเร็จ

เมื่อพูดถึงไก่ ใครๆก็คงรู้จัก... ไก่นอกจากจะเป็นสัตว์เลี้ยงแล้ว ยังเป็นอาหารเลิศรสที่ถูกปากถูกใจหลายๆคน โดยเฉพาะไก่บ้านหรือไก่พื้นเมือง ..ด้วยคุณภาพความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อเหนียวนุ่ม หนังกรอบ กระดูกร่อน มันน้อย ไก่พื้นเมืองหรือที่เรียกติดปากกันว่า ไก่บ้าน จึงกลายเป็นสิ่งที่ตลาดต้องการมากในเวลานี้

ดังนั้น การเลี้ยงไก่พื้นเมืองจำหน่าย จึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่นอกจากจะทำเงินได้ดีแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการอนุรักษ์ไก่พื้นเมืองไม่ให้สูญพันธุ์ไปอีกด้วย

ไก่ตะเภาทอง...ไก่พื้นเมืองที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่ด้วยความพยายามของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไก่ตะเภาทอง จึงกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งในชื่อ ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์

ความเป็นมา เกี่ยวกับตัวเกษตรกร ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง หรือ หมอโต้ง เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่หันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองสายพันธุ์ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาเลี้ยงไก่พื้นเมือง ก็ทำนาทำไร่ปกติ จนกระทั่งได้มีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์สุชาติ สงวนพันธุ์ ซึ่งเป็นนักวิจัยอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านบอกว่าอยากขยายพันธุ์ไก่ตะเภาทองให้แพร่หลาย ไม่อยากให้ไก่พันธุ์นี้สูญพันธุ์ไป เพราะไก่ตะเภาทอง เป็นไก่พื้นเมืองที่เลี้ยงง่ายกว่าไก่สายพันธุ์อื่น โตเร็ว ทนโรค เนื้อนุ่ม กระดูกร่อน หนังกรอบ

หมอโต้ง เล่าต่ออีกว่า ไก่ตะเภาทอง จริงๆแล้ว มาจากเมืองจีนเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว มีพ่อค้าชาวจีนนำขึ้นมากับเรือสำเภาเพื่อมาเป็นอาหาร หลังจากนั้นขาก็เอามาเลี้ยงต่อที่ประเทศไทย ตามสถานที่ค้าขายต่างๆ จนเกิดการขยายพันธุ์ แต่ช่วงหลัง ๆชาวบ้านไม่ค่อยนิยมเลี้ยงแล้ว ไก่ตะเภาทองจึงค่อยๆสูญพันธุ์ไป และถ้าสูญพันธุ์ไปจริงๆจะน่าเสียดายมาก อาจารย์สุชาติบอกว่าไก่สายพันธุ์นี้ เป็นไก่ที่ดี แข็งแรง ทนโรค คนจีนถือว่าไก่ตะเภาทองเป็นไก่มงคลด้วยเพราะมีสีทอง

อาจารย์สุชาติและทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เลยนำไก่สายพันธุ์นี้มาพัฒนาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการผสมข้ามพันธุ์ ระหว่าง ไก่ตะเภาทอง กับ ไก่สามเหลือง ซึ่งเป็นไก่พื้นเมืองจีน จนได้สายพันธุ์ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” ขึ้นมา

ลักษณะเด่นของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เป็นไก่ลูกผสม ลักษณะทั่วไป รูปร่างสมส่วนสวยงามทั้งตัวผู้และตัวเมีย มีหงอนแบบจักร และหงอนหินแบบไก่พื้นเมือง ขนสีเหลืองทอง แข้งสีเหลือง จะงอยปากเหลือง หนังเหลือง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำพันธุ์

นอกจากนี้ยังเป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย แข็งแรง ทนโรคเช่นเดียวกับไก่พื้นเมืองของไทย แม้จะเลี้ยงในที่ชื้นแฉะก็อยู่ได้ ถ้าเป็นไก่สายพันธุ์อื่นอาจจะป่วยไปแล้ว ส่วนคุณภาพเนื้อ หมอโต้งบอกว่า ถ้าใครได้ลองกินหรือชอบกินไก่บ้าน ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์นี้ รสชาติเนื้อจะเหนียวนุ่ม กระดูกร่อน หนังกรอบ มันน้อย ใครได้ลองกินเป็นต้องติดใจในรสชาติความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ เฉพาะของไก่สายพันธุ์นี้เลย

วิธีการเลี้ยงไก่สายพันธุ์นี้ เป็นอย่างไร หมอโต้งเล่าอย่างภูมิใจว่า ไก่ของเราทุกตัวในฟาร์มจะเลี้ยงแบบเกษตรอินทรีย์ ที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคสูง เป็นหลักที่เรายึดมั่นมาตลอด คือ ผลิตไก่อินทรีย์ป้อนสู่ตลาด วิธีการเลี้ยงของเราก็ง่ายๆ คือ เน้นการเลี้ยงแบบไม่หนาแน่น มีพื้นที่ให้ไก่เดินเล่น และไม่มีการใช้สารเคมี ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ตลอดระยะเวลาการเลี้ยงไก่เลย ส่วนวิธีการให้อาหาร ก็จะให้อาหารข้น คืออาหารไก่ทั่วไปที่ขายตามท้องตลาด ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ตลอดอายุของไก่ คือ ประมาณ 4 เดือน จากนั้นจะเสริมด้วยอาหารธรรมชาติที่หาได้ง่ายๆ พืชผักต่างๆที่หาได้ ไม่ว่าจะเป็นกระถิน พืชผัก ข้าวงอก หญ้าขน ให้กินได้หมด

จุดเด่นอีกอย่างของไก่ตะเภาทองที่แตกต่างจากไก่พื้นเมืองทั่วไป คือ ถ้าเราเลี้ยงไก่ไข่แล้วอาหารไม่สมบูรณ์ไก่จะไม่ไข่ แต่ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ แม้จะเลี้ยงตามธรรมชาติก็ยังไข่ปกติ เขาจะมีนิสัยเหมือนไก่บ้านเลย สามารถฟักไข่เอง ตามธรรมชาติได้ ระยะเวลาเลี้ยงประมาณ 4เดือน ก็เริ่มจำหน่ายได้แล้ว ตัวผู้จะได้น้ำหนักอยู่ 2 โลกว่า ตัวเมียอยู่ที่ 1.7-1.8 กิโล

โรงเรือนในการเลี้ยงไก่สายพันธุ์นี้ เป็นอย่างไร โรงเรือนทำอย่างง่ายๆ มีหลังคาแล้วปูพื้นด้วยคอนกรีต เพื่อเป็นพื้นที่นอน พื้นที่กินอาหาร ที่จะได้ไม่ชื้นแฉะ มีพื้นที่เดินเล่น ล้อมรอบด้วยตาข่ายเพื่อกันไม่ให้ไก่ออกไป ส่วนพื้นที่ต่อการเลี้ยง คือ 7ตัวต่อ1 ตารางเมตร ไก่จะได้อยู่อย่างไม่หนาแน่น ส่วนน้ำที่ให้กินก็เป็นน้ำประปาทั่วไป

ตลาดในการจำหน่าย สำหรับตลาดไก่ตะเภาทอง เราจะเน้นเป็นตลาดอินทรีย์ปลอดสารเคมี เพื่อให้ผู้บริโภคได้กินไก่ที่ปลอดสารเคมีจริงๆในราคาที่ไม่แพงมาก ไก่ที่เราขายจะใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงประมาณ 4เดือนขึ้นไป ถ้าเป็นไก่ชำแหละ เราจะส่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 140 -170บาท แต่ถ้าเป็นลูกไก่ที่เราเพาะพันธุ์ จะขายอยู่ที่ตัวละ 25 บาท เดือนๆหนึ่งผลิตลูกไก่ออกมาขายได้ประมาณ 4,000 ตัว เฉลี่ยเป็นอาทิตย์ก็ผลิตลูกไก่ไก้ประมาณ 700 กว่าตัว ในส่วนของรายได้ที่มาจากการผลิตไก่เนื้อเราจะคิดจากต้นทุนอาหารไก่และสิ่งที่เราลงทุนไป เฉลี่ยอยู่ที่ กิโลกรัมละ 60 บาท เพราะว่าเราไม่ได้ใช้อาหาร 100 เปอร์เซ็นต์ เราใช้พืชผักมาเป็นอาหารเสริมด้วย ต้นทุนในการเลี้ยงไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์จึงไม่ได้สูงมาก

หมอโต้งยังเล่าอีกว่า ในอีกไม่เกินสิ้นปีนี้ จะผลิตลูกไก่ออกมาจำหน่ายให้ได้เดือนละ10,000 ตัว เพราะทุกวันนี้เราผลิตไก่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

สำหรับเกษตรกรท่านใดที่สนใจอยากเลี้ยงไก่พื้นเมืองตะเภาทองเกษตรศาสตร์หรืออยากลิ้มลองรสชาติความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ สามารถติดต่อสอบถามที่หมอโต้งได้โดยตรงที่ โทร 083-0906629 หรือจะแวะมาที่ฟาร์มไก่ตะเภาทอง ตั้งอยู่ที่ 328 หมู่. 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอ สองพี่น้อง จังหวัด.สุพรรณบุรี 72190 หมอโต้งก็ยินดี

10 กว่าปีในการพลิกฟื้นไก่สายพันธุ์ตะเภาทองไม่ให้สูญหายไปของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกิดผลสัมฤทธิ์ ทำให้ทุกวันนี้ ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ กลายมาเป็นไก่พื้นเมืองยอดนิยม ที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ และยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่งคงจากไก่พื้นเมือง...

เรื่องโดย : ทีมงานรักบ้านเกิด.คอม
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×