เกษตรกรต้นแบบ
"กล้วยไข่นครสวรรค์ ปลูกง่าย ดูแลได้
ขายแค่ในประเทศไทย ยังไงก็รวย"
คุณสุรัตน์ แซ่ตัน
 28 เมษายน 2560   1,215
จ.นครสวรรค์
ถ้าเราพยายามมากขยันมาก เรียนรู้มากเราก็จะสำเร็จมากกว่าคนอื่น และต้องไม่ท้อเมื่อเกิดปัญหา

กล้วยไข่ขึ้นชื่อนอกจากจะมี “กล้วยไข่กำแพงเพชร” แล้ว “กล้วยไข่นครสวรรค์” ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งขึ้นชื่อของกล้วยไข่ ซึ่งจังหวัดนครสรรค์เป็นแหล่งปลูกกล้วยไข่ที่มีมานาน อีกทั้งกล้วยไข่ของที่นี่ยังเน้นการส่งขายในประเทศ ลดความยุ่งยากในเรื่องการส่งออก คัดเกรดคุณภาพ เพื่อให้คนไทยได้รับประทาน ขายได้ราคาดี บวกลบต้นทุนเสร็จสับ ฝันกำไรงาม รวยกว่าการส่งออก

สุรัตน์ แซ่ตัน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกล้วยไข่ ซึ่งปลูกเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก

คุณสุรัตน์ แซ่ตัน หรือคุณรัตน์ อายุ 40 ปี เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ ตำบลตะเคียนเลื่อน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ (โทร.08-9085-0966) เล่าว่าตนใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสวนกล้วยไข่มาตลอด เพราะเป็นอาชีพที่พ่อแม่ใช้หาเลี้ยงครอบครัว แล้วตนก็ได้ทำอาชีพนี้เลี้ยงครอบครัวสืบทอดมาเช่นกัน จากเดิมที่ทำอยู่กับครอบครัว ปลูกกล้วยไข่บนพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ เนื่องจากในสมัยนั้นไม่ได้มีเครื่องมือสะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน การถางการขุด การรดน้ำก็ทำได้ลำบาก จึงทำได้เพียงไม่เกิน 10 ไร่ เมื่อแต่งานมีครอบครัวจึงใช้อาชีพนี้สร้างครอบครัวหันมาทำเป็นของตัวเอง จนปัจจุบัน มีพื้นที่ปลูกกล้วยไข่กว่า 30 ไร่

“ทำมาตั้งแต่สมัยเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตอนนั้นพ่อและแม่ไม่มีเงินส่งให้เรียน จึงต้องหยุดเรียน และออกมาช่วยครอบครัว เริ่มทำตอนแรกไม่ได้อยากทำอาชีพนี้เลย เพราะเห็นพ่อแม่ทำมาตั้งแต่เด็ก มันลำบาก เด็กอย่างเราก็อยากได้อาชีพที่ดีกว่า ถ้าถามเด็กรุ่นใหม่ทุกคนก็ไม่อยากจะทำหรอกอาชีพเกษตรกร แต่พอมีครอบครัว ก็ต้องสร้างครอบครัว เลยต้องหาความมั่นคง ความรู้ก็มีไม่มาก สมัยนั้นเรียนสูงถึง ม.6 ก็ดีแล้ว พ่อแม่ไม่มีเงินให้เรียน ก็ไม่มีทางเลือก ต้องมาทำกับพ่อแม่ ถ้าถามก็คงไม่อยากทำในตอนนั้น แต่มันทำได้ดีแค่นี้ เลยจำใจทำในช่วงนั้น”

พอแต่งงานมีครอบครัวก็หันมาทำเป็นของตนเอง เริ่มต้นปีแรกที่ 17 ไร่ โชคดีที่ปีแรกเป็นจังหวะดี เป็นช่วงที่กล้วยไข่ราคาแพงมาก ขายได้กิโลกรัมละ 15 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ไม่เคยมีมาก่อน ถือว่าเป็นโอกาสดีมาก เพราะการเริ่มทำครั้งแรกต้องมีการกู้เงินมาลงทุนใหม่ทั้งหมด ซื้อรถไถ ซื้อปุ๋ย ซื้อยา พอมาเจอช่วงกล้วยแพง ขายปีแรกก็มีเงินส่งหนี้ ที่ยืมมาลงทุนได้หมด แถมมีเงินไว้ลงทุนปีหน้าด้วย จึงถือว่าทำปีแรกก็ประสบความสำเร็จเลย ซึ่งตอนนั้นทำอยู่ 17 ไร่ ผลผลิตต่อไร่ก็ได้สูงมากถึง 2 ตัน ทำให้มองเห็นเงินก้อนแรกในการสร้างครอบครัว เลยมองเห็นความสำคัญของงานตรงนี้ เห็นว่ากล้วยไข่ดียังไง จึงยึดอาชีพนี้เลี้ยงตนเองมาโดยตลอด

เพราะครอบครัวประสบปัญหาเรื่องหนี้สิน ทำให้ไม่มีเงินส่งเรียนต่อจนจบปริญญาตรีอย่างที่ฝัน จึงต้องผันตัวเองออกมาช่วยงานที่บ้าน ซึ่งทำสวนกล้วยไข่อยู่แล้ว ย้อนไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน สมัยนั้นราคายังไม่ดีเท่าตอนนี้ ที่ราคากระโดดมาเป็นกิโลกรัมละ 15 บาท ขึ้นไปทำให้ ตั้งหลักได้ ปลดหนี้ที่้กู้มาลงทุนได้หมด และมีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะกล้วยไข่

กล้วยไข่ติดผลเต็มเครือ

“ถ้าเทียบกันการทำกล้วยไข่ในสมัยที่พ่อแม่ทำ ลำบากกว่าตอนที่มาทำเองเยอะมาก การถางที่ก็ต้องใช้คนทั้งหมดรถยังไม่มี ทำก็ลำบาก ทำมากก็ไม่ได้ เพราะทำไม่ทัน ลำบากมากไฟฟ้าก็ไม่มีใช้ อย่างการรดน้ำ ก็ทำได้ยาก เพราะใช้เครื่องรดแบบมอเตอร์ไม่ได้ ราคาก็มันสูงขึ้น ใช้ได้เพียงเครื่องเก่า ๆ ราคาถูก ๆ อย่างเครื่องยนต์แบนชินแทน ซึ่งวัน ๆ หนึ่งทำงาน 2 คนรดน้ำได้ไม่ถึง 2,000 ต้น แต่อย่างตอนนี้เรามีทุนซื้อเครื่องรดน้ำได้แล้ว วัน ๆ หนึ่งทำงาน 2 คน สามารถรดได้มากถึง 4,000 ต้น จึงสามารถทำได้มากขึ้น รายได้ก็เพิ่มขึ้น”

เริ่มต้นปีแรกที่ 17 ไร่ โชคดีที่ปีแรกเป็นจังหวะดี เป็นช่วงที่กล้วยไข่ราคาแพงมาก ขายได้กิโลกรัมละ 15 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ไม่เคยมีมาก่อน ถือว่าเป็นโอกาสดีมาก เพราะการเริ่มทำครั้งแรกต้องมีการกู้เงินมาลงทุนใหม่ทั้งหมด ซื้อรถไถ ซื้อปุ๋ย ซื้อยา พอมาเจอช่วงกล้วยแพง ขายปีแรกก็มีเงินส่งหนี้ ที่ยืมมาลงทุนได้หมด แถมมีเงินไว้ลงทุนปีหน้าด้วย จึงถือว่าทำปีแรกก็ประสบความสำเร็จเลย ซึ่งตอนนั้นทำอยู่ 17 ไร่ ผลผลิตต่อไร่ก็ได้สูงมากถึง 2 ตัน ทำให้มองเห็นเงินก้อนแรกในการสร้าง


คุณรัตน์บอกว่าการลงทุนทำกล้วยไข่ อาจจะสูงมาในเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือ แต่มันสามารถใช้ได้ในระยะยาว ส่วนเรื่องของพันธุ์ที่ปลูกไม่ได้มีการซื้อ ใช้ระบบหมุนเวียนจากที่แปลงที่ปลูกไว้แต่เดิม หากคิดต้นทุนแบบต่อหลุม ทั้งขุดหลุม ปุ๋ย หน่อ รวมหมดแล้ว จ้างขุดหลุมอย่างเดียวหลุมละ 3 บาท ตีไปก็สักประมาณ 7 บาท/หลุม ซึ่งพื้นที่ที่ใช้ปลูกก็เป็นการเช่าพื้นที่ ซึ่งจะเช่าหมุนเวียนกันไป ปลูกตรงนี้เสร็จก็จะเก็บพันธุ์ไว้ แล้วเริ่มปลูกที่ใหม่ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะเชื่อว่าการปลูกที่ใหม่จะทำให้ติดหน่อง่ายและกล้วยเจริญงอกงามดีกว่า เพราะมีการพักดินทำพืชอย่างอื่นแทนแล้ว

กล้วยไข่ปลูกไม่ยาก หากมีพันธุ์ที่ดี แข็งแรง ทนโรค ก็รอด แต่หน่อกล้วย ไม่ควรขุดทิ้งไว้ เพราะหน่อจะเหี่ยว ลงปลูกจะไม่ค่อยติด ควรจะขุดหน่อก่อนการลงปลูกเพียง 2 วันเท่านั้น เพื่อให้หน่อติดได้ง่ายมากขึ้น

กล้วยไข่สร้างเงิน งาน อาชีพ

“การไว้หน่อกล้วยไข่เมื่อกล้วยตกเครือ ก็จะปาดหน่อเลี้ยงไว้ ไม่ต้องรดน้ำ หลังจากตกเครือ 2 เดือน ตัดเครือไปจำหน่ายได้ หน่อกล้วยก็พร้อมจะนำไปลงปลูกใหม่ แต่หากต้นพันธุ์ไม่พอก็จะซื้อกับเกษตรกรกรข้างเคียงไป เพราะจะใช้พันธุ์ในพื้นที่ ซึ่งทนโรค ต้นพันธุ์แข็งแรง


ส่วนการขุดหลุมปลูก ควรลึกประมาณ 60 เซนติเมตร กว้าง 50 เซนติเมตร เว้นระยะห่างระหว่างต้นและแถว 1.80x1.80 เมตร กล้วยไข่ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยรองก้นหลุม นำหน่อลงปลูกได้เลย จากนั้นให้กลบดินและรดน้ำตามให้ชุ่ม เพื่อให้ดินละลาย ให้น้ำทุก ๆ 7 วันครั้ง แต่เมื่อแตกใบประมาณ 4-5 ใบให้ลดการรดน้ำเป็นทุก ๆ 5 วันครั้ง และคอยดูแลเรื่องวัคพืช เพราะจะขึ้นมากในช่วงเริ่มปลูก”

การให้ปุ๋ยจะเริ่มให้ปุ๋ยครั้งแรกเมื่อกล้วยอายุ 3 เดือน โดยให้ปุ๋ย สูตร 46-0-0 เพื่อบำรุงใบ ให้เพียงกอละ 1 กำมือ แล้วรดน้ำตาม ถัดไปอีก 1 เดือน ก็จะใช้ปุ๋ยสูตรเดิมปริมาณเท่าเดิมซ้ำอีกรอบ และเมื่อกล้วยเริ่มแทงหน่อใหม่ขึ้นมา ก็จะทำการให้ปุ๋ยอีกครั้ง โดยจะใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ สูตร 15-15-15 ให้ทุก 15 วัน ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้กล้วยตกเครือได้ดี ผลสวย และช่วงนี้ต้องคอยดึงใบเหี่ยว แห้ง ออก เพื่อให้ใบอื่น ๆ ดูซึมสารอาหารได้ดีขึ้น

“กล้วยไข่มักมีปัญหาเรื่องโรคและแมลงหลังฝนตก ส่วนมากจะพบเพลี้ยไฟซ่อนอยู่ในหัวปลี หากมีฝนตกสลับแดดออก จะทำให้เกิดโรคใบจุด เช่น ใบจุดสีดำ ใบจุดสีน้ำตาล ใบจุดสีกระ แต่ละชนิดเกิดจากเชื้อราที่ต่างชนิดกัน ซึ่งที่สวนของคุณรัตน์ไม่ได้ใช้ยาฆ่าแมลง เพราะต้นทุนสูง จะทำเพียงการใส่ปุ๋ยน้ำเพื่อบำรุงผลกล้วย และรอให้กล้วยตกเครือเองตามธรรมชาติ เพราะหากใช้สารเคมีจะส่งผลเสียตามมาอีกหลายทาง”

คุณรัตน์บอกว่าเรื่องตลาดจะเน้นส่งภายในประเทศ เนื่องจากการส่งออกจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องของแรงงานคนเพิ่ม เพราะการจะทำกล้วยไข่ส่งออกต้องมีการห่อเครือ จะใช้เวลาและแรงงานคนเพิ่มมากขึ้น แถมยังต้องมีค่าขนส่งอีก ตนคิดว่าไม่คุ้มค่า สู้ส่งในประเทศไม่ได้ เพราะตลาดในประเทศยังไงก็ขายได้ อีกทั้งการตัดเครือกล้วยไข่ขาย หากตัดขายในประเทศก็ตัดง่ายกว่าตัดในระยะ 90 เปอร์เซ็นต์ ต่างจากการตัดส่งออกที่ต้องตัดในระยะ 70 เปอร์เซ็นต์ ถ้าพลาดก็จะส่งขายไม่ได้ ตลาดไม่รับ แต่ตลาดในประเทศหากตัดในระยะ 90 เปอร์เซ็นต์ยังไงก็ขายได้ จะมีปัญหาในเรื่องของบ้างลูกที่เล็ก ต้องคัดออกขายอีกราคา ซึ่งราคาก็ไม่ได้ต่างกันมาก

“ปริมาณการให้น้ำเป็นสิ่งสำคัญมาก หากไม่เพียงพอกับความต้องการของต้นกล้วย จะทำให้เครือกล้วยเล็ก ผลเล็ก

ต้นทุนการผลิต

แผนการตลาด

ราคาขายจะถูกกว่าราคารับซื้อในท้องตลาด กล้วยไข่ 1 เครือ จะให้ผลผลิตจำนวน 5-7 หวี หวีละ 15-16 ผล ราคาขายจะอยู่ที่ 7-10 บาท/กิโลกรัม แต่ถ้าช่วงราคาสูงมาก ๆ ก็จะสูงถึง 12 บาท/กิโลกรัม ถือว่าเป็นราคาที่สูงมาก ซึ่งการตัดเครือกล้วยขาย ควรทำก่อนเดือนตุลาคม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาน้ำท่วมสวนกล้วยในช่วงหน้าฝน และลดปัญหาเรื่องโรคที่มากับฝนได้อีกทางหนึ่งด้วย”

กล้วยไข่ติดเต็มเครือ - ได้หวีใหญ่ น้ำหนักดี ราคางามๆ

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

คุณรัตน์ยังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่าการปลูกกล้วยไข่เป็นเรื่องที่ง่าย “ขึ้นอยู่กับความพยายามของตนเอง ถ้าเราพยายามมากขยันมาก เรียนรู้มากเราก็จะสำเร็จมากกว่าคนอื่น และต้องไม่ท้อเมื่อเกิดปัญหา ” คุณสุรัตน์เสริมว่า กล้วยไข่พื้นเมืองที่นครสวรรค์ มีเพียงเรื่องโรคและแมลงที่เป็นปัญหา แต่ถ้ารู้จักจัดการ ก็อยู่รอด อย่างเรื่องหนัก ๆ ที่มักพบ ก็จะเป็นโรคที่มากับฝน ก็จักการโดยการเก็บผลิตให้ทันก่อนช่วงหน้าฝน แค่นี้โรคก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ส่วนที่ต้องดูแลเพิ่มก็ช่วงที่อาการเปลี่ยนแปลง ต้องคอยระวังช่วงพายุฤดูร้อนและลม เพราะจะทำให้ต้นล้มได้ หากรู้ว่าจะมีพายุก็ควรมีการค้ำยันต้นเตรียมรับมือไว้ เพื่อให้เสียหายน้อยที่สุด

"การลดต้นทุนเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะทำให้ได้ผลกำไรมีมากขึ้น ส่วนมากจะลดต้นทุนในเรื่องของหน่อพันธุ์ได้มากกว่าส่วนอื่น ๆ อย่างที่บอกกล้วยไข่ปลูกไม่ยาก ต้นพันธุ์ดี พันธุ์แข็งแรง ให้ปุ๋ยให้น้ำตามระบบก็รอด อีกทั้งตลาดยังมีความต้องการอยู่มาก ดั้งนั้นหากเกษตรกรที่กำลังสนใจอยากจะปลูกอยากแนะนำให้เริ่มลงมือปลูกเลย เพราะยังไงก็ขายได้ ไม่ต้องไปมองตลาดส่งออก เอาแค่ตลาดในประเทศไทย ก็ไม่พอขายแล้ว" คุณรัตน์กล่าวในที่สุด...

ช่องทางการติดต่อ : รัตน์ แซ่ตัน โทร. 089-085-0966
3 หมู่ที่ 12 ต.ตะเคียนเลื่อน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000

เรื่อง/ภาพโดย : ทีมงานนรักบ้านเกิด.คอม
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×