เกษตรกรต้นแบบ
"ความคิดต่างที่สร้างหนทางรวย กับพลูสกัดน้ำมันหอมระเหย"
คุณจันทมาศ เหมะพรรณไพเราะ
 19 เมษายน 2560   803
จ.สมุทรสาคร
เชื่อในเรื่องของมูลค่าในตัวของพืชหรือสินค้า ยิ่งมีคนทำน้อย ของหายาก มูลค่ายิ่งมหาศาล

เมื่อต้องเปลี่ยนอาชีพมาทำการเกษตร คนส่วนใหญ่มักจะเลือกและเริ่มทำในสิ่งที่คนอื่นทำอยู่ก่อนแล้ว แล้วประสบความสำเร็จ มันไม่ใช่เรื่องผิดเพราะอย่างน้อยมันก็การันตีว่าจะล้มเหลวน้อยกว่าสิ่งอื่น แต่แนวความคิดนี้สำหรับคุณจันทมาศ เหมะพรรณไพเราะแล้ว ไม่ใช่ความคิดที่สมบูรณ์แบบนัก คุณจันมาศเชื่อในเรื่องของมูลค่าในตัวของพืชหรือสินค้า ยิ่งมีคนทำน้อย ของหายาก มูลค่ายิ่งมหาศาล เมื่อคิดได้อย่างนั้นคุณจันทมาศจึงเปลี่ยนจากความต้องการให้เป็นความถนัดในสิ่งที่เลือกทำ นั่นก็คือการรู้จริงเรื่องการปลูกต้นพลูและศึกษาอย่างจริงจังเพื่อสกัดพลูออกมาเป็นพลูสกัดน้ำมันหอมระเหย สินค้าที่คุณจันทมาศการันตีในเรื่องของมูลค่าที่มั่นใจได้ในทางการตลาด

ผลิตภัณฑ์จากใบพลู

คุณจันทมาศ เหมะพรรณ หรือคุณเหมียว อยู่บ้านเลขที่ 62/1 หมู่ 7 ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ดีกรีปริญญาตรีด้านการเกษตร จากรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณจันทมาศเล่าว่า หลังจากเรียนจบก็ยังไม่ได้ทำการเกษตรเลย ไม่ได้ทำการเพาะปลูกพลูแต่อย่างใดเลย แต่ผันตัวเองไปทำธุรกิจส่วนตัวก่อน แต่เมื่อทำไปสักพัน ก็รู้สึกว่าธุรกิจส่วนตัวที่ทำอยู่นี้ยังไม่ได้ราบรื่นซักเท่าไหร่ ก็เลยอยากจะมองหาทำอะไรที่ดูมั่นคงถาวรกว่า “ก็คิดอยู่หลายอย่างนะคะ ว่าอยากจะได้อะไรที่ทำแล้วเป็นเราและอยู่กับเรามากที่สุด อย่างตอนเราทำธุรกิจส่วนตัวนี่มันต้องขึ้นอยู่กับหลายส่วนเกินไป ถึงเราจะตัดสินใจอะไรไปถ้าสถานการณ์และสภาพแวดล้อมทั้งของลูกค้ากับสายงานที่ติดต่ออยู่กับเราไม่สอดคล้องกันมันก็เป็นอะไรที่ไปต่อยากอยู่ ก็กลับมาคิดเรามีที่ดินที่อยู่ที่บ้านแพ้ว สมุทรสาครอยู่นะ เห็นมันว่างอยู่ก็เลยคิดว่าน่าจะทำประโยชน์ ดีกว่าปล่อยไว้ให้ว่างเปล่า” เมื่อนึกถึงที่ดิน คุณจันทมาศจึงนึกถึงการทำเกษตรและคิดได้ว่าการทำเกษตรนี่แหละเป็นอะไรที่ยั่งยืนที่สุด

เมื่อคิดว่าจะทำการเกษตรแล้ว ในใจคุณจันทมาศก็คิดเอาไว้ว่าอยากทำการเกษตรที่ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ก็เลยมาตกผลึกทางความคิดที่การทำสวนสมุนไพรแบบเกษตรอินทรีย์

เดิมพื้นที่ตรงนี้จะเป็นบ่อปลาสลิด แต่เราไม่อยากฆ่าสัตว์ เลยพลิกบ่อปลามาเป็นสวนซะดีกว่า การแปลงบ่อปลาสลิดมาเป็นสวนเกษตรนั้น ผลพลอยได้ก็คือดิน จะมีธาตุอาหารอยู่เยอะ พอยกเป็นลักษณะท้องร่อง จึงมีปุ๋ยธรรมชาติอยู่แล้ว ข้อนี้ถือว่ามีทรัพย์ในดินที่เป็นประโยชน์อีกด้วย

จันทมาศ เหมะพรรณไพเราะ

และเหตุผลสำคัญที่คุณจันทมาศ เลือกทำสวนสมุนไพรก็เพราะไม่อยากทำอะไรที่เหมือนคนอื่น อยากได้ความแตกต่าง ในลักษณะที่ว่าสิ่งที่เราปลูกต้องแปรรูปได้ด้วย อันนี้คือวัตถุประสงค์หลักคือต้องแปรรูปได้ด้วย พร้อมกับการเป็นสวนเกษตรอินทรีย์และสิ่งที่คุณจันทมาศคิดอยากจะนำมาทำการแปรรูปที่สุดก็คือต้นพลู เพราะ พลูนอกจากจะกินกับหมากแล้ว พลูยังเป็นพืชสมุนไพรที่สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยและนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ เมื่อได้ข้อสรุปและได้พืชที่ถูกใจแล้ว คุณจันทมาศก็เดินหน้าทำสวนพลูตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันนี้

เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะปลูกพลู คุณจันทมาศก็เนรมิตบ่อปลาสลิดมาเป็นสวนพลู บนพื้นที่ 18 ไร่ คุณจันทมาศ ปลูกพลูทั้งหมด 9 ไร่ ส่วนที่เหลือแบ่งปลูกไพรและต้นปีบไว้ ซึ่งต้นปีบแต่เดิมนั้นตั้งใจปลูกเป็นไม้บังลมกันสิ่งแปลกปลอมเข้าสวนเท่านั้น แต่เมื่อต้นปีบโตได้ระยะออกดอกมากเข้า คุณจันทมาศก็ได้แนวคิดจะนำปีบมาสกัดเป็นหัวน้ำหอมปีบโดยธรรมชาติไม่พึ่งพาเคมีในอนาคตอีกด้วย เรียกว่าสิ่งที่อยู่บนที่ดินของคุณจันทมาศปลูกนั้นล้วนทำเงินได้ทั้งสิ้น

สำหรับพลู พืชหลักที่คุณจันทมาศ ปลูกนั้น คือ พลูเหลืองหรือพลูทอง พลูพันธุ์นี้ใบมีขนาดเล็กกว่าพลูขาวเล็กน้อย ลักษณะใบจะบางและมีสีเหลืองออกสีทอง รสไม่เผ็ดมากนัก เลยเป็นที่นิยมของตลาดและผู้บริโภค สำหรับระยะเวลาในการปลูกประมาณ 1ปี ต้นพลูก็สามารถให้ผลผลิตได้แล้ว แต่จะมีอายุการให้ผลผลิตนานถึง 20 ปี เรียกว่าปลูกครั้งหนึ่งนี่อยู่ไปจนรุ่นลูกเลยละคุณจันทมาศบอก ยิ่งดูแลดียิ่งมีอายุอยู่นาน ส่วนวิธีการปลูกนั้นจะเน้นปลูกเพื่อให้ต้นพลูได้ลักษณะที่ดี ใบโต ก้านใหญ่ เหมาะสำหรับการแปรรูปทำน้ำมันหอมระเหยไม่เน้นการตัดใบขายเพื่อนำไปเคี้ยวหมาก การปลูกพลูของ คุณจันทมาศ เป็นการปลูกแบบยกร่อง ก่อนปลูกก็ต้องเตรียมดินโดยการไถดินตากไว้ประมาณ 1-2 วัน จากนั้นขุดหลุมกว้างขนาดประมาณ 50 x 50 ซม. ลึกประมาณ 60 ซม. ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 1.5-2.0 เมตร และระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 1.50 เมตร เมื่อพลูลงหลุมปลูกแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ต้องทำค้าง เนื่องจากพลูเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยที่ต้องอาศัยรากเจริญเกาะขึ้นไปกับค้าง

สำหรับพันธุ์ที่นำมาปลูกเริ่มแรกเลยคุณจันทมาศ ซื้อกิ่งพันธุ์มาราคากิ่งพันธุ์ละ30- 40 บาท ซื้อมา 2,000 กิ่ง แต่เมื่อปลูกไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว คุณจันมาศก็ทำการตอนกิ่งพันธุ์เอง ส่วนการให้น้ำก็ให้เช้าเย็น แต่อย่าให้น้ำมาก เพราะพลูไม่ชอบที่ชื้นแฉะหรือมีน้ำขัง ส่วนหน้าแล้งจะมีปัญหาเรื่องน้ำ คุณจันทมาศก็แก้ไขด้วยการทำระบบน้ำหยด นอกจากเรื่องการให้น้ำแล้ว ก็จะมีเรื่องการให้ปุ๋ย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคุณจันทมาศจะทำปุ๋ยใช้เอง และจะปลูกหญ้าเนเปียร์ไว้เป็นวัตถุดิบหลักในการย่อยสลาย เพื่อช่วยในการลดต้นทุนทำปุ๋ยอีกด้วย

สำหรับการเก็บเกี่ยวจะเน้นเก็บใบแก่ ใบใหญ่ ก้านโต เพราะ ยิ่งใบแก่มากเท่าไหร่น้ำมันก็จะเยอะมากท่านั้น คุณจันทมาศบอกว่า เน้นตัดใบแก่มาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยมากว่า จะมีตัดใบอ่อนขายบ้างก็เป็นเรื่องรอง หลังจากตัดใบพลูแล้วต้องเว้นช่วงเก็บเกี่ยวรอบใหม่ประมาณ 20-30 วัน

พืชทำเงินของคุณจันทมาศ เหมะพรรณไพเราะ

ส่วนวิธีการสกัดน้ำมันหอมระเหยนั้น คุณจันทมาศบอกว่าใช้วิธีการสกัดด้วยด้วยไอน้ำ โดยใช้เครื่องสกัดแบบไอน้ำ สำหรับขั้นตอนการสกัด คุณจันทมาศ เล่าให้ฟังว่า ต้องเลือกใบพลูที่แก่จัด นำมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นก็หั่นใบพลูให้ละเอียด แล้วนำไปเข้าเครื่องสกัด ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงก็จะได้น้ำมันสกัดหมอระเหย จากนั้นก็ทำการแยกน้ำและน้ำมันสกัดหอมระเหยออกจากกันด้วยการตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอนระหว่างน้ำกับน้ำมันสกัดจะแยกชั้นกัน ก็เทส่วนที่เป็นน้ำทิ้งไป ส่วนน้ำมันสกัดหอมระเหยก็เก็บใส่ขวดสีชาแช่ตู้เย็น รอการใช้งานต่อไป ซึ่งน้ำมันสกัดหอมระเหย สามารถเก็บได้นานเป็นปีเลยทีเดียว ซึ่งอัตราส่วนของน้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้แต่ละครั้งจะขึ้นอยู่กับจำนวนของใบพลู อย่างใบพลู 100 กิโลกรัมสามารถสกัดน้ำมันหอมระเหยได้ 100 ซีซี

ต้นทุนการผลิต

แผนการตลาด

สำหรับช่องทางการตลาดนั้นมีทั้งแบบขายใบสดและแปรรูป ในส่วนของการตัดใบสดจะขายอยู่กิโลกรัมละ 40- 60 บาท แต่ส่วนใหญ่แล้ว จะเน้นการทำพลูสกัดน้ำมันหอมมากกว่า เพราะคุณจันทมาศไม่อยากทำอะไรที่เหมือนคนอื่น เหมือนอย่างที่คนอื่นเห็นว่าใครทำอะไรแล้ว ได้กำไรดีแล้วก็ทำตาม พอมีทำเยอะเข้า ก็จะโดนเรื่องกลไกของราคาเข้ามาเป็นตัวแปร เพราะฉะนั้นถ้าเราเลือกทำอะไรที่เขายังทำกันไม่มาก ก็คิดว่าโอกาสในตลาดเราก็จะเยอะขึ้น แถมเรายังเป็นผู้กำหนดและต่อรองได้อีกด้วย ก็เริ่มทำแบรนด์ของตัวเอง การแปรรูปสินค้าจากสิ่งที่เรามีอยู่น่าจะเป็นอะไรที่ยั่งยืนที่สุด สวนพลูของคุณจันทมาศนั้นไม่ได้เน้นตลาดขายสดเลย จะมีขายสดหน้าสวนบ้าง แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว คุณจันทมาศปลูกเพื่อแปรรูป 90 เปอร์เซ็นเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นตลาดของเราขึ้นอยู่กับขั้นตอนสุดท้ายที่เราทำเป็นสินค้า เมื่อเราสร้างเป็นแบรนด์ของเราแล้ว ตลาดก็เล็งไปที่คนคนรักสุขภาพ โดยมีตลาดขายประจำอยู่ที่เเควิลเลจ สุขุมวิท ซึ่งเป็นพื้นที่ขายประจำ นอกจากจะมีพื้นที่ขายประจำแล้ว คุณจันทมาศก็ยังมีการตลาด แบบเดินสายตามโรงแรมต่างๆอีกด้วย โดย เน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติที่รักสุขภาพ

นอกจากนี้ผู้ที่สนใจยังสามารถสั่งซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากน้ำมันสกัดหอมระเหยได้จาก http://www.madame-esther.com ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย เช่นเทียนสมุนไพรไล่ยุงและแมลง ถุงใบพลูดับกลิ่น ใบพลูดับกลิ่นในรองเท้า น้ำมันนวดผ่อนคลายอาการปวดเมื่อย เป็นต้นโดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 50 บาทไปจนถึง 400-500 บาท ส่วนเรื่องรายได้นั้น คุณจันทมาศบอกว่าขึ้นอยู่กับบริบทของเวลามากกว่า อย่างเวลาที่ของเรามีน้อย ลูกค้ามาถามในฤดูที่เก็บเกี่ยวยาก มูลค่าก็จะสูงขึ้น แต่เฉลี่ยแล้วรายได้จะอยู่ที่ประมาณ 30,000 -50,000 บาท แต่ถ้ามีออกบูทอีเว้นท์ก็ จะมียอดขายเพิ่มขึ้นตามสภาวะตลาด นี่ยังไม่นับรวมกับลูกค้ารายใหญ่ที่มารับไปทำธุรกิจต่อ ส่วนนี้จะเป็นรายได้ก้อนใหญ่ที่สุด คุณจันทมาศ กล่าวทิ้งท้ายเรื่องการตลาดไว้ด้วยรอยยิ้ม

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะให้กับคนที่อยากจะหันมาทำธุรกิจแปรรูปจากการเกษตร คุณจันทมาศให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจดังนี้ "อยากให้เกษตรกรรุ่นใหม่ก้าวข้ามคำว่าใครๆเขาก็ทำกัน อันนี้กำลังฮิต อันนั้นคนทำเยอะ น่าทำตาม แต่คุณไม่รู้หรอกว่านั่นมันเป็นการทำให้มูลค่าของสิ่งที่คุณทำลดลง ถ้าจะให้แนะนำก็คงบอกให้คุณค้นหาความถนัดที่สามารถทำตลาดได้เองดีกว่า นั่นมันจะทำให้คุณมีตลาดที่มั่นคงได้อย่างยั่งยืนมากกว่า"

ที่อยู่และช่องทางการติดต่อ : สำหรับผู้ที่สนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรงที่ คุณจันทมาศ เหมะพรรณไพเราะ (หรือคุณเหมียว ) เลขที่ 62/1 หมู่ 7 ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โทร. 089-6011955

คิดให้ต่างสร้างหนทางรวย ด้วยพลูสกัดน้ำมันหอมระเหย
เรื่องโดย : ทีมงานรักบ้านเกิด.คอม
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×