เกษตรกรต้นแบบ
"ผึ้งโพรง นักล่าน้ำหวานตัวจิ๋ว"
คุณไชยุทธ์ ไทยวงษ์
 16 ธันวาคม 2559   1,676
จ.ชุมพร
การเป็นคนที่ทำอะไรจริงจังในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ จะทำให้ทำสิ่งเหล่านั้นออกมาได้ดีที่สุด

ไชยุทธ์ ไทยวงษ์ เกษตรกรผู้ เลี้ยงผึ้งโพรง จากจุดเริ่มต้นเพียง 16 ลัง ปัจจุบันสามารถขยายการเลี้ยงออกไปได้ถึง 600 ลัง บนพื้นที่ 3 ไร่ สามารถ สร้างงาน สร้างน้ำหวาน สร้างอาชีพได้ด้วยการเลี้ยงผึ้งเกษตร(ผึ้งพันธุ์) ชุมพร ขายผลผลิตน้ำผึ้งเดือนห้า นมผึ้ง เกสรผึ้ง ไขผึ้ง และ เครื่องดื่มน้ำผึ้ง ภายใต้แบรนด์ "ผึ้ง บายดี ไทยวงษ์" จนต่อยอดเป็นธุรกิจเฟรนไชส์ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวเป็นกอบเป็นกำทำเงินได้เป็นหลักแสนต่อรอบการผลิต

ไชยุทธ์ ไทยวงษ์ กับอาชีพเลี้ยงผึ้งโพรงที่รัก

ไชยุทธ์ ไทยวงษ์เกษตรกรหนุ่มผู้มีความมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพเลี้ยงผึ้งพันธุ์ จนประสบความสำเร็จ จากตำบลนาสัก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ย้อนรอยเล่าเรื่องชีวิตในวัยหนุ่มที่โตมาท่ามกลางสวนยางมีฐานะแค่พอมีพอกิน จบการศึกษาระดับชั้น ปวส. ที่มุ่งมั่นหางานทำหลังจบใหม่ๆ เหมือนหนุ่มสาวทั่วไป ในกรุงเทพฯ โดยมีแรงจูงใจให้ต้องไปหาเงินเพื่อการดำรงชีวิต กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำงานอยู่ในเมืองใหญ่แสนวุ่นวายอยู่ 7 ปี ก็เบื่อระบบมนุษย์เงินเดือน จึงคิดว่าน่าจะอยู่ตัวแล้วสำหรับงานตรงนี้ และพบว่านี่ไม่ใช่ชีวิตในแบบที่ฝันไว้ จึงลาออกจากการทำงานประจำกลับมาบ้านเกิด เริ่มต้นชีวิตแบบชาวบ้าน ชาวสวนกับอาชีพ "การเกษตร" ทำสวนยางและผลไม้ อย่างที่คุ้นชินเพราะงานตรงนี้ทำให้สามารถดูแลและอยู่กับครอบครัวได้ จากนั้นมีคนในชุมชนมาชักชวนให้เลี้ยงผึ้งแบบจัดตั้งกลุ่ม โดยมีศูนย์วิจัยพันธุ์ผึ้งจังหวัดชุมพรคอยให้สนับสนุน จึงได้เริ่มเลี้ยงผึ้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 และรวมกลุ่มกันเลี้ยงได้ 8 คน โดยคุณไชยุทธ์ ไทยวงษ์ เป็นประธานกลุ่ม

น้ำผึ้งที่บริโภคกันตามท้องตลาดเกือบทั้งหมด จะได้จากผึ้งพันธุ์ ซึ่งเป็นผึ้งโพรงชนิดหนึ่งที่มีการนำพันธุ์เข้ามาจากต่างประเทศเมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว มีลักษณะนิสัยเชื่องไม่ดุร้ายและสามารถเก็บน้ำหวานได้ในปริมาณมาก ต่อมาได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้สามารถปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมของเมือง และเติบโตได้ดีในบ้านเราจนกลายเป็นพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงในปัจจุบัน

การปาดคอนผึ้งเพื่อเก็บน้ำผึ้ง

สืบเนื่องจากพื้นที่ของ ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร ส่วนใหญ่จะปลูกปาล์มน้ำมันกันมากหรือประมาณ 60% ของพื้นที่ และอีก 40% ของพื้นที่ เป็นพื้นที่ปลูกยางพาราผลไม้ประเภทเงาะ ทุเรียน ลองกอง กาแฟ กันมาก ชัยภูมิดังกล่าวจึงเหมาะต่อการเลี้ยงผึ้งเป็นอย่างดี ทำให้ผึ้งมีแหล่งอาหารตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ในขณะที่ ผึ้งเองก็จะช่วยปรับความสมดุลของสภาพแวดล้อมในทางธรรมชาติ และช่วยผสมเกสรเพิ่มผลผลิตให่แก่ชาวสวนทางอ้อมได้อีกด้วย หลังจากเลี้ยงผึ้งแบบตั้งกลุ่มมาได้ประมาณ 2 ปี ทางกลุ่มก็มีปัญหาเรื่องแนวคิดในการเลี้ยงไม่ตรงกัน จึงแยกย้ายกันไป ทำให้ผมต้องเริ่มจากศูนย์ใหม่อีกครั้งในการเลี้ยงผึ้ง จึงไปหาซื้อพันธุ์ผึ้งมาเลี้ยงใหม่เป็นจำนวน 16 ลัง พร้อมศึกษาตั้งใจเลี้ยงอย่างจริงจังจนสามารถขยายพันธุ์ผึ้งได้ถึง 600 ลังและคนส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม ผึ้งเกษตร(ผึ้งพันธุ์)ชุมพร

สำหรับผึ้งในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ชนิดด้วยกัน คือ

1. ผึ้งหลวงจะชอบทำรังในที่โล่งแจ้งบนต้นไม้สูงๆ มีขนาดใหญ่กว่าผึ้งทุกชนิด

2. ผึ้งมิ้มเป็นผึ้งตัวเล็กทำรังในพุ่มไม้เตี้ย ซึ่ง 2 ชนิดนี้ไม่สามารถนำมาประยุกต์เลี้ยงในกล่องแล้วทำการเคลื่อนย้ายได้จึงนำมาเลี้ยงไม่ได้

3. ผึ้งโพรงชอบทำรังในที่มืดตามโพรงไม้ โดยสามารถนำมาเลี้ยงโดยอาศัยธรรมชาติ ผู้เลี้ยงเพียงแต่ช่วยทำรังโดยใช้วัสดุธรรมชาติแล้วนำไปวางไว้ภายในสวน รอประมาณ 3 เดือน ก็จะได้นำผึ้งจากผึ้งโพรง

วิธีการเลี้ยงผึ้งโพรง/การจับผึ้งโพรงตามธรรมชาติมาเลี้ยง :

1. เตรียมสถานที่เลี้ยงให้เหมาะสม ควรมีการจัดตั้งรังไว้ตามร่มเงาไม้ หรือ ที่ร่มรื่น อากาศถ่ายเทสะดวก มีแหล่งอาหารสมบูรณ์ ไม่อยู่ในพื้นที่ที่มีแสงไฟส่องสว่าง(หากอยู่ใกล้ไฟตอนกลางคืนผึ้งจะออกมาเล่นไฟทำให้ไม่ได้พักผ่อน ส่งผลให้ตายเร็วเพราะอายุสั้นลง)

2. สำรวจหาผึ้งโพรงที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เมื่อพบแล้วให้ทำการจับผึ้งโพรงในตอนเย็น เพราะเป็นช่วงที่ผึ้งอยู่กันพร้อมหน้า ผึ้งงานกลับรังเกือบหมดแล้ว

3. กำจัดสิ่งกีดขวางบริเวณที่จะจับให้หมด แล้วทำการพ่นควันให้ทั่วรัง เพื่อสยบการเคลื่อนไหวของผึ้ง พอทำให้ผึ้งมึนเมาไม่เข้ามาทำร้ายขณะทำการจับ แต่ต้องระวังการพ่นควันไม่ควรมากเกินไปเพราะจะทำให้ผึ้งตายเพราะควันไฟที่รมได้

4. เมื่อผึ้งสลบหมดแล้วให้ใช้มือค่อย ๆ จับและดึงรวงผึ้งใส่ภาชนะ ที่ละรวงอย่างช้า ๆ ให้เบามือที่สุด เพราะถ้าลงน้ำหนักมากไปอาจทำให้รวงบี้แบน เกิดความเสียหาย ขณะเก็บได้ ในขณะที่ดึงเก็บรวงผึ้งให้มองหานางพญาผึ้งด้วย เพราะเป็นส่วนสำคัญต่อการสร้างรัง หากพบผึ้งนางพญา ให้ใช้มือรวบปีกทั้ง 4 เข้าด้วยกัน โดยต้องจับเบา ๆ (อย่าจับที่ตัวนางพญา เพราะอาจทำให้ตายได้) ใส่กล่องขังนางพญา แล้วจับผึ้งงานอายุน้อย ๆ ใส่ลงไปด้วย 3-5 ตัว พร้อมกับตัดเอารวงผึ้งที่มีน้ำหวาน ใส่ลงไปด้วยเพื่อเป็นอาหารสำรองระหว่างการสร้างรังใหม่

สำหรับการเลี้ยงผึ้งเกษตร(ผึ้งพันธุ์)ชุมพร ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ไปซื้อรังผึ้งมาต่อขยายรังเลียนแบบการต่อรังตามธรรมชาติ ก็จะได้ผึ้งโพรงไว้เลี้ยงพร้อมจำหน่ายผลผลิตได้ในเวลาไม่นาน ด้านการจัดการดูแล จะดูแลเหมือนกันทั้งผึ้งโพรงจากธรรมชาติและผึ้งพันธุ์

หลอดนางพญา(ใส่นางพญาไว้เพียง 1 ตัว/รัง)

5. เมื่อจับผึ้งนางพญาได้แล้ว ให้เตรียมรวงผึ้งมาใส่คอนไม้ ดังนี้

- นำรวงผึ้งมาวางบนฝ่ามือ แล้วนำคอนมาทาบ ตัดให้ได้ขนาดพอที่จะใส่คอนได้ โดยรวงผึ้งที่จะนำมาใส่นั้น พยายามเลือกรวงผึ้งที่มีอายุน้อย ๆ และมีตัวอ่อนของผึ้งมาก ๆ

- พลิกคอนให้เส้นลวดทับรวงผึ้ง แล้วใช้มีดคม ๆ กรีดตามรอยเส้นลวด ให้ลึกประมาณครึ่งรวง ตามรอยเส้นลวดทั้งสามเส้น ใช้มือกดเส้นลวด ให้ฝังลึกลงไปในรวงผึ้ง แล้วใช้เชือกเส้นเล็ก ๆ ผูกประกอบรวงผึ้ง เพื่อกันหลุดอีกทีหนึ่งเมื่อครบ 3 วันแล้วจึงแก้เชือกออกได้

-นำรวงผึ้งที่ใส่คอนแล้ว วางในกล่องเลี้ยงผึ้งที่เตรียมไว้ ให้ห่างกัน 1 ซม.

6. นำผึ้งนางพญาใส่ลงไปในกล่องขังนางพญา แล้วใช้เชือกยึดผูกติดกับคอนผึ้งคอนใดคอนหนึ่งไว้

7. นำกล่องเลี้ยงผึ้งไปตั้งไว้ที่ตำแหน่งเดิม ที่รังเคยอยู่ ผึ้งจะบินเข้าสู่รัง เพื่อเข้าหานางพญาที่ถูกขังไว้เพียง 1 คืน ผึ้งที่เหลือก็จะบินเข้ากล่องเลี้ยงจนเกือบหมด

8. เช้าวันถัดมาให้ย้ายกล่องที่ต่อรังเสร็จเรียบร้อยแล้วไปจัดวางไว้ในพื้นที่ที่ต้องการเลี้ยง แล้วรีบเปิดหน้ารัง เพื่อให้ผึ้งงานออกหากินตามปกติ จากนั้นจึงปล่อยผึ้งนางพญาให้ทำหน้าที่ต่อไป

9. การสร้างนางพญาผึ้งเพื่อเตรียมการแยกรัง

ให้ทำการคัดเลือกตัวอ่อน 1 ตัวมาใส่ไว้ในหลอดเพาะจากนั้นจึงแยกเอาผึ้งงานมาใส่ไว้ในรังใหม่ที่จะเลี้ยง แล้วนำเอาหลอดเพาะนางพญาที่มีตัวอ่อนมาเหน็บในรัง จากนั้นผึ้งงานจะรุมให้นมผึ้งจนตัวอ่อนใหญ่แล้วก็จะเกิดเป็นนางพญาผึ้งเพื่อไปผสมพันธุ์กับผึ้งตัวผู้แล้วก็วางไข่ต่อไป

ต้นทุนการผลิต

ด้านต้นทุนในการผลิตหรือการจัดการดูแลผึ้งโพรงนั้น คุณไชยุทธ์ ไทยวงษ์ เริ่มจากการซื้อพันธุ์ผึ้งพร้อมเลี้ยงมาจากศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์ผึ้งจังหวัดชุมพร ในราคากล่องละ 2,500 บาท เลี้ยงภายในสวนประมาณ 50 วัน ก็จะได้น้ำผึ้ง พร้อมกับสามารถขยายพันธุ์ผึ้งได้อีกเป็น 10 ลัง เท่ากับคืนทุนพร้อมทั้งได้กำไรจากการขายน้ำผึ้งอีกด้วย เพราะฉะนั้นการเลี้ยงผึ้งจึงมีต้นทุนค่อนข้างน้อย

ถ้าในกรณีมีการขยายพันธุ์ได้เป็นจำนวนมากหรือ 500 ลังขึ้นไปนั้น จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในเรื่องการเดินทางนำพันธุ์ผึ้งไปวางตามสวนผลไม้ต่างๆ ตามจังหวัดตามฤดูกาล เพื่อเป็นการเพิ่มผลผลผลิตที่ดีให้แก่น้ำผึ้ง ซึ่งจะมีค่าเช่ารถบรรทุก 6 ล้อ ค่าเช่าพื้นที่ตั้งกล่อง ค่าอาหารเสริมในช่วงหน้าแล้ง ประมาณ 45,000-50,000 บาท ต่อรอบการจัดการ แต่ผลผลิตน้ำผึ้งที่ได้นั้นสามารถขายได้ถึง 150,000-200,000 บาท/ฤดูกาลการเก็บเกี่ยว ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุน

แผนการตลาด

คุณไชยุทธ์ จะเช่าพื้นที่และเก็บเกี่ยวผลิตภัณฑ์จากผึ้ง ช่วงเดือนห้าตามฤดูกาลของน้ำผึ้ง โดยผลผลิตน้ำผึ้งที่ได้ มีดังนี้

- ลำไย ได้จากการเช่าพื้นที่ในจังหวัดลำพูน

- ลิ้นจี่ ได้จากการเช่าพื้นที่ในจังหวัดสมุทรสงคราม

- เงาะ ได้จากการเช่าพื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

- กาแฟ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ได้จากพื้นที่ในจังหวัดชุมพร

เมื่อได้น้ำผึ้งมาจะนำมาผ่านกระบวนการผลิตและบรรจุขวดเพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้า โดยผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูเก๋ไก๋ ซึ่งมี น้ำผึ้งเดือนห้า นมผึ้ง เกสรผึ้ง ไขผึ้ง เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าทั้งในจังหวัดชุมพรและต่างจังหวัด นอกจากนี้ยังมีการนำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มบรรจุขวดพร้อมดื่ม เช่น น้ำผึ้งผสมมะนาว น้ำผึ้งผสมน้ำกระเจี๊ยบ น้ำผึ้งผสมน้ำดอกอัญชัน น้ำผึ้งผสมน้ำสตรอเบอร์รี ออกขายตามงานแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งขายดีจนไม่น่าเชื่อ จึงเกิดไอเดียในการสร้างเฟรนไชส์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากน้ำผึ้งพร้อมดื่ม ภายใต้แบรนด์ "ผึ้ง บายดี ไทยวงษ์"มีแพ็คเกจชุดเล็ก ชุดกลาง ชุดใหญ่ ให้กับผู้ที่สนใจนำไปทำธุรกิจต่ออีกทางหนึ่งด้วย

ความสำเร็จกับผลิตภัณฑ์ ผึ้งเกษตร(ผึ้งพันธุ์)ชุมพร ผึ้งยิ้มบายดีไทยวงษ์

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

บางฤดูกาล เช่น หน้าแล้ง เกษตรกรก็ไม่สามารถควบคุมให้พืชออกดอกติดผลได้ ดังนั้น เกษตรกรควรหาอาหารเสริมให้กับผึ้งด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมใช้น้ำตาลทรายขาวเคี่ยวเป็นน้ำเชื่อมแล้วให้เป็นอาหารเสริม แต่สำหรับผึ้งเกษตร(ผึ้งพันธุ์)ชุมพร จะใช้วิธีการนำเกสรผึ้งบดละเอียดผสมกับข้าวโพดป่น เสริมให้ผึ้งกินในช่วงหน้าแล้งทำให้ผึ้งแข็งแรงและสามารถสร้างน้ำผึ้งที่ดีมีคุณภาพเต็มรวงได้เป็นอย่างดี

ภาพ : นงพงา ไกรวิลาศ
เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์ Web Content Editor
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
24-30°C
เชียงใหม่
22-28°C
นครราชสีมา
22-30°C
ชลบุรี
24-30°C
นครศรีธรรมราช
23-31°C
ภูเก็ต
25-29°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×