เกษตรกรต้นแบบ
"อำลาชีวิตลูกจ้าง หันมาเลี้ยงปลาหมอ มีเงินใช้ไม่ขาดมือ"
คุณณัฐวัฒน์ บำเหน็จพันธุ์
 21 กรกฏาคม 2559   2,510
จ.นครราชสีมา
งานหนักไม่เคยฆ่าคน อดทนทำวันนี้ แล้วสิ่งดีดีจะตามมา ทางเดียวที่จะประสบผลสำเร็จ คือการก้าวต่อไปข้างหน้าเท่านั้น

พนักงานบริษัท ที่ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน ซึ่งจำนวนเงินที่ได้ในแต่ละเดือนก็เท่าเดิม ไม่มีเพิ่ม จะเพิ่มก็ต้องรอปีหน้า ต้องรอดูยอด นี่แหละนะชีวิตมนุษย์เงินเดือน จะเดินเส้นทางไหนดี ทำอะไรดีที่จะมีรายได้แบบงอกเงย ไม่ต้องมาแข่งขันทำยอดในแต่ละเดือน สุดท้ายทุกคนย่อมมีทางเดินเสมอ อย่างคุณณัฐวัฒน์ บำเหน็จพันธุ์ ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงปลาหมอ ที่เรียกได้ว่าเดือนๆ หนึ่งรายได้นับแสนคุณณัฐวัฒน์ บำเหน็จพันธุ์ เจ้าของแม่ศรีฟาร์ม หรือที่รู้จักกันในนาม พี่หม่ำ หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตเป็นลูกจ้างบริษัทมานับ 10 กว่าปี พร้อมกับการค้นหาตัวเองของหม่ำ ที่ทำให้ผันตัวเองจากมนุษย์เงินเดือน มาประกอบอาชีพประมง ซึ่งในการเลือกตัดสินใจในการมาทำเป็นประมง สาเหตุอย่างหนึ่งก็เพราะใจรัก

ณัฐวัฒน์ บำเหน็จพันธุ์ เจ้าของแม่ศรีฟาร์ม กับปลาหมอเงิ

เนื่องจากพี่หม่ำได้จบการศึกษาปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สาขาประมง จึงทำให้พี่หม่ำถนัดที่จะหันมาประกอบอาชีพประมง อีกทั้งยังให้เหตุผลว่า ทำงานบริษัท เมื่อเวลาเราแก่ตัวไป บริษัทก็ต้องรับคนรุ่นใหม่เข้ามา อีกอย่างเราได้แค่เงินเดือน แต่บริษัทรวย เค้าสามารถจ้างใครก็ได้ แต่ถ้าหากเราหันมาทำอะไรที่เป็นของตัวเองก็สามารถเป็นมรดกตกทอดในการทำมาหากินให้ลูกหลานได้ พี่หม่ำจึงหันมาทำการเพาะเลี้ยงปลาหมอ ซึ่งปลาหมอที่พี่หม่ำทำการเพาะเลี้ยงคือ ปลาหมอสายพันธ์ ชุมพร1 ซึ่งเกิดจากคัดเลือกสายพันธ์ปลาหมอที่จังหวัดชุมพร อีกทั้งยังอยู่ในโครงการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาทำการเพาะเลี้ยง เหตุผลที่พี่หม่ำเลือกเพาะเลี้ยงปลาหมอนั้น ก็เพราะว่า ปลาหมอเป็นปลาที่มาความอึด อดทน เลี้ยงง่าย และใช้พื้นที่ในการเลี้ยงไม่เยอะเมื่อเทียบกับปลาพันธ์อื่น ลักษณะการเลี้ยงไม่ได้แตกต่างจากปลาดุกมากนัก สามารถเลี้ยงเพื่อบริโภค หรือจำหน่ายก็ได้ และปลาหมอยังเป็นปลาเศรษฐกิจที่สามารถสร้างผลผลิตและรายได้ได้เป็นอย่างดี

ในพื้นที่ของไร่แม่ศรีฟาร์ม มีพื้นที่ด้วยกันทั้งหมด 14 ไร่ ทำการเพาะเลี้ยงปลาหมอทั้งหมด 2 บ่อ บ่อละ 50,000 ตัว โดยใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงทั้งหมด 5 เดือน ผลผลิตที่ได้ครั้งล่าสุดได้คือ 5,000 กิโลกรัม/1 บ่อ รวม 2 บ่อ เท่ากับ 10,000 กิโลกรัม ซึ่งจะตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท เรียกได้ว่ากำไรในการเพาะพันธ์ปลาหมอไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับอาหารที่ใช้ในเลี้ยงปลาหมอนั้น ระยะแรกจะใช้อาหารปลาดุกเล็กในการเลี้ยง ต่อมาอีก 2 เดือน จะใช้อาหารปลาดุกขนาดกลางในการเลี้ยง

เกษตรกรตามรอยพ่อกับแนวคิดแบบเรียบง่าย

ซึ่งจะช่วยให้ปลาหมอเติบโตได้ดี และมีเนื้อเยอะ เนื้อแน่นอยู่ที่ 80-90% ส่วนหัวปลาจะมีขนาดเล็ก และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลี้ยงปลาหมอก็คือ น้ำที่ใช้ในการเลี้ยง ซึ่งที่ฟาร์มของพี่หม่ำเองจะใช้การเลี้ยงปลาหมอในระบบปิด คือ จะไม่นำน้ำออกจากฟาร์มใช้ระบบหมุนเวียนของน้ำ มีจุลินทรีย์บำบัดมีการวัดค่าต่างๆ และต้องมั่นตรวจสอบเป็นประจำเลยคือ การวัดค่าระดับมาตราของน้ำในบ่อที่เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นค่า PH ความเป็นกรด เป็นด่าง การวัดค่าแอมโมเนีย ตรวจสอบความเป็นพิษของน้ำ การวัดค่าไนเตรท์ที่จะไม่สร้างความอันตรายให้กับปลาที่เลี้ยง รวมถึงการวัดค่าออกซิเจนในน้ำด้วย จากเหตุผลดังกล่าว เนื่องจากการวัดค่ามาตรฐานของน้ำในระดับต่างๆ เป็นการรักษาความสมดุลของน้ำในการมีน้ำเลี้ยงปลาที่ดี ซึ่งจะส่งผลให้ได้พันธุ์ปลาที่ตัวใหญ่ เกรดดี เนื้อแน่นตรงสเปค

อีกหนึ่งเทคนิคที่อยากแนะนำให้เกษตรกร คือ เทคนิคการเปลี่ยนสีปลาหมอให้เป็นสีเหลืองนวล ปลาหมอนั้นเป็นปลาที่ต้องการของตลาดอยู่แล้ว เพราะปลาหมอเป็นปลาที่มีความอดทน อึด เลี้ยงง่าย และนิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นปลาที่มีรสชาติดี เนื้อนุ่มอร่อย ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมากไม่ว่าจะทั้งภายในและต่างประเทศ

การให้อาหารปลากหมอ และการดูแลเอาใจใส่

ต้นทุนการผลิต

1 บ่อ มีขนาด 2 ไร่ จะเลี้ยงปลาหมอได้ 50,000 ตัว ตัวละ 1 บาท จะเป็น 50,000 บาท จะใช้เวลาในการเลี้ยง 120 วัน จะใช้อาหาร 570 กระสอบ กระสอบละ 500 บาท จะเป็นเงิน 285,000 บาท

ราคาบ่อ 150,000 บาท ราคาลูกปลาหมอตัวละ 1 บาท (1*50,000)เท่ากับ 50,000 บาท ค่าอาหารรวม 285,000 บาท ค่าอื่นๆ น้ำมัน ยา 3,000 บาท ค่าแรงงาน 36,000 บ.

รวมทั้งสิ้น 524,000 บาท

แผนการตลาด

สำหรับแผนการตลาดปลาหมอพันธุ์ชุมพร คือจากการศึกษาทดลองเลี้ยง แม้ว่าหลังจากจับปลาขายจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงปากบ่อเอง แต่หากพื้นที่เลี้ยงอยู่ใกล้ตลาด จะทำให้ได้เปรียบในการขนส่งผลผลิตเพื่อการจำหน่ายได้และทำการตลาดเอง ตอนนี้ปลาหมอได้ส่งออกไปยังในประเทศพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงเช่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ตลาดที่มาจากส่วนกลางของห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ตลาดนางรองจังหวัดบุรีรัมย์ ตลาดยโสธร ฯลฯ รายได้เฉลี่ยการขายปลาหมอต่อครั้งล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 800,000-1,00,000 บาท อีกทั้งยังมีแผนขยายการส่งออกให้ทั่วประเทศอีกด้วย และได้มีการกำหนดราคาและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคการจัดการโลจิสติกส์ กระจายสินค้าไปสู้ผู้บริโภค การแข่งขันการตลาดและคู่แข่งขันทางธุรกิจ

ปลาหมอพันธุ์ชุมพรที่สร้างรายได้ไม่น้อย

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

1.ลักษณะของดินควรเป็นดินเหนียว หรือดินเหนียวปนทราย น้ำไม่รั่วซึม สามารถเก็บกักน้ำได้ 4-6 เดือน ไม่ควรเลือกพื้นที่ที่เป็นดินทรายหรือดินปนกรวด

2. ลักษณะน้ำพื้นที่เลี้ยงควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง ที่มีน้ำตลอดปี หรืออยู่ในเขตชลประทาน หากเป็นพื้นที่ที่อาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาปริมาณน้ำฝนที่ตกในรอบปีด้วย

3.รูปแบบบ่อและขนาดบ่อควรเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลึก1.5 – 2 เมตร ขนาด 1 – 3 งานไม่ควรเกิน 1 ไร่

เรื่อง/ภาพโดย: อังศุมาลิน รัตนจิตร จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.นครราชสีมา
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×