เกษตรกรต้นแบบ
"สำเนาพันธุ์ปลา ปลาดุกเงินล้าน"
คุณสำเนา เกาะกาเหนือ
 23 มิถุนายน 2559   3,659
จ.นครนายก
ทำทุอย่างให้จริงจัง ตั้งใจ มีความแข็มแข็ง มีความซื่อสัตย์ แล้วความสำเร็จจจะตามมา

สำเนา เกาะกาเหนือ อายุ 45 ปี จากพนักงานบริษัทผันตัวเข้าสู่อาชีพประมง ด้วยการเพาะพันธุ์ปลาดุกขาย จนประสบความสำเร็จ ที่นอกจากจะสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับตนเอง และครอบครัวแล้ว ยังสามารถสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน และระแวกใกล้เคียง ได้อีกกว่า 40 ราย นับเป็นความภาคภูมิใจของ สำเนา เกาะกาเหนือ เจ้าของสำเนาพันธุ์ปลา ที่ ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก คุณสำเนา เกาะกาเหนือ จากเคยทำงานบริษัทเอกชนมาก่อน จนกระทั่งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ต้มยำกุ้ง เมื่อปี พ.ศ.2540 ทำให้รายได้เริ่มลดลง จึงอยากจะทำอาชีพอะไรสักอย่างเป็นของตนเอง ณ ตอนนั้นเลยมองไปที่การเลี้ยงปลา เพราะในวัยเด็กได้มีโอกาศได้คลุกคลีกับการเลี้ยงปลามาบ้าง ประกอบกับได้เห็นเพื่อนคนหนึ่งประสบความสำเร็จจากการเลี้ยงปลา จึงตัดสินใจกลับมาบุกเบิกพื้นที่ของอตนเอง ทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาจำนวน 3 บ่อ

จากอดีดพนักงานโรงเหล็ก กับการเลี้ยงปลาดุกแบบเต็มตัว

เริ่มจากการเป็นผู้อนุบาลปลา โดยซื้อลูกปลามาอนุบาลต่อ จนอายุประมาณ 35 วัน ก็ส่งขายให้กับผู้เลี้ยงปลาเนื้อต่อไป โดยช่วงแรกจะเลี้ยงปลาควบคู่กับการทำงานประจำ โดยมีญาติๆช่วยดูแลบ้าง ผ่านไป2 ปี เริ่มเล็งเห็นว่าน่าจะทำเป็นธุรกิจที่มั่นคงได้ จึงตัดสินใจลาออกจากการทำงานประจำ มาเลี้ยงปลาอย่างเต็มตัว โดยเป็นทั้งผู้เพาะพันธุ์ และอนุบาลลูกปลา เน้นเพาะพันธุ์ปลาดุกอุยเป็นหลักสำหรับการเพาะพันธุ์ลูกปลาจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การเลี้ยงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ซึ่งจะทำเองทั้งหมด อีกส่วน คือการเพาะลูกปลา ซึ่งจะส่งให้ฟาร์มเครือข่ายเป็นผู้เพาะเลี้ยง
การเพาะพันธุ์ลูกปลาจะใช้วิธีการผสมเทียม โดยมีบ่อสำหรับเลี้ยงแม่พันธุ์ ซึ่งเป็นปลาดุกจากแหล่งธรรมชาติไว้หนึ่งบ่อ และอีกหนึ่งบ่อสำหรับเลี้ยงพ่อพันธุ์ ซึ่ง เป็นพันธุ์รัสเซีย และทำการเลี้ยงให้ได้พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง ก่อนทำการผสมเทียม หลังจากลูกปลาที่ผ่านการผสมเทียมมีอายุได้ประมาณ 4 วัน ก็จะนำมาอนุบาลต่อไปอีกประมาณ 30-35 วัน ก็จะทำการส่งให้ลูกค้านำไปเพาะเลี้ยงเป็นปลาเนื้อต่อไป อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาดุก จะใช้อาหารสำเร็จรูป สำหรับอาหารปลาดุกเล็กเบอร์ 1 โปรตีน 3

น้ำเป็นสิ่งสำคัญ ทางฟาร์มจะมีบ่อบำบัดน้ำ หมุนเวียนไว้ใช้ในฟาร์ม เพราะปัจจุบันได้มีการขยายบ่อเลี้ยงปลากว่า 80 ไร่ จึงต้องมีพื้นที่กว่า 20 ไร่ เพื่อทำเป็นบ่อเก็บน้ำ และบ่อบำบัดน้ำ เพราะหากใช้แหล่งน้ำจากธรรมชาติอาจส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน จึงจำเป็นต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติให้น้อยที่สุด ส่วนใหญ่จะใช้น้ำจากบ่อกักเก็บ และบ่อบำบัดน้ำ หมุนเวียนกลับมาใช้ในฟาร์ม โดยจะมีการถ่ายเทน้ำจากบ่อเลี้ยงไปไว้อีกบ่อ ซึ่งจะเลี้ยงปลานิลเอาไว้

ขนาดบ่อปลาดุกที่มาตาฐาน

เพื่อให้ปลานิลกินแพลงตอนพืชที่อยู่ในน้ำ จนแพลงตอนพืชหมดบ่อ ก็จะได้น้ำที่มีลักษณะขุ่น จากนั้นสูบน้ำไปยังบ่อบำบัดเพื่อให้ตกตะกอน จนมีค่า PH ที่เหมาะสม จนเป็นน้ำดีหมุนกลับมาใช้สำหรับเลี้ยงปลาใหม่ได้ ปลามีคุณภาพ ขายได้ราคาดี เรื่องของการตลาด บอกได้เลยว่าไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย เนื่องจากลูกค้ามีความต้องการมาก เพราะที่ฟาร์มเน้นการผลิตลูกปลาที่มีคุณภาพ ทำให้ได้ปลาที่แข็งแรง เลี้ยงแล้วเจริญเติบโตดี เปอร์เซ็นการรอดสูง จึงเป็นที่ต้องการของลูกค้ากลุ่มผู้เลี้ยงปลาเนื้ออย่างมาก

ประโยชน์หลักๆ คือใช้ป้องกันนกทั้งนกกลางวันและนกกลางคืนมากินปลาโดยที่ไม่ต้องยิงนกเมื่อนกบินมาชนเอ็นก็จะตกใจและไม่กล้ากลับมาที่บ่ออีกแล้วนกติดเส้นเอนบินออกไม่ได้ นกจึงไม่กล้าลงมาโฉบกินปลาอีก ซึ่งสามารถทำให้คุณสำเนาประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาได้เยอะเพราะไม่ต้องซื้อปะทัดและนั่งเฝ้าตลอดเวลา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถนำไปใช้ในบ่อปลาของเกษตร

การดูแล เอาใจใส่ ในการเลี้ยงปลาดุก

ต้นทุนการผลิต

1 บ่อ มีขนาด 4 ไร่ จะเลี้ยงปลาดุกได้ 1,500,000 ตัว ตัวละ 40 สตาง จะเป็น 600,000 บาท จะใช้เวลาในการเลี้ยง 35 วันจะใช้อาหาร 120 กระสอบ กระสอบละ 545 บาท จะเป็นเงิน 65,400 บาท ราคาบ่อ 300,000 บาท ราคาลูกไก่ตัวละ 40 สตาง (.40*1,500,000)เท่ากับ 600,000 บาท บาท ค่าอาหารรวม 65,400 บาท
รวมทั้งสิ้น 965,400 บาท

แผนการตลาด

-การกำหนดราคาและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
-การออกแบบ การจัดทำบรรจุภัณฑ์และการสร้างคุณค่าของตราสินค้า
-การจัดการโลจิสติกส์ กระจายสินค้าไปสู้ผู้บริโภค
-การแข่งขันการตลาดและคู่แข่งขันทางธุรกิจ

ที่สุดของความภาคภูมิใจการเลี้ยงปลาดุก

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

การเลี้ยงปลาดุกนั้นเกษตรกรต้องเลือก สถานที่ไม่เป็นที่ลุ่มหรือที่ดอนเกินไป สามารถจัดระบบน้ำระบายน้ำเข้า-ออกได้ดีและสภาพดินควรเป็นดินเหนียวสามารถทำเป็นคันบ่อเก็บกักน้ำได้ดี สภาพน้ำต้องเป็นน้ำสะอาดปราศจากสารพิษของโลหะหนักหรือยาฆ่าแมลง หรือของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม สิ่งสุดท้ายก็คือ ความขยัน ความเอาใจใส่ในการเลี้ยง

ใช้พื้นที่เล็กๆ รอบบ้านเลี้ยงปลาดุกขาย รายได้งาม
เรื่อง/ภาพโดย: พรชัย พิมขุนทด จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.นครราชสีมา
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×