เกษตรกรต้นแบบ
"สร้างรายได้ทวีคูณจากปุ๋ยมูลไส้เดือน"
คุณณัศพงศ์ เพชรพันธุ์ช่าง
 23 มิถุนายน 2559   2,277
จ.เพชรบุรี
คิดสร้างสรรค์ ขยันทดลอง มองรอบข้างสร้างรายได้ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ความสำเร็จเกิด จากการลงมือทำ

หากพูดถึงไส้เดือนดิน เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จักและเคยเห็น โดยเฉพาะเกษตรกร ซึ่งไส้เดือนดินจะอาศัยอยู่ในดินที่มีความชื้น แต่เนื่องจากไส้เดือนดินเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ ที่ลักษณะภายนอกที่ไม่น่าดูและไม่น่าสัมผัสมากนักสำหรับใครหลายๆคน คนส่วนใหญ่จึงมองข้ามไป แต่ความจริงแล้ว ไส้เดือนดินเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคเกษตรและการรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากไส้เดือนเป็นสัตว์ที่ช่วยย่อยสลายขยะอินทรีย์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในทุกๆพื้นที่ และขับถ่ายออกมาเป็นมูลไส้เดือน ซึ่งมีธาตุอาหารสูงเป็นประโยชน์ต่อต้นพืชเป็นอย่างมาก ทำให้มีเกษตรกรเล็งเห็นประโยชน์และความสำคัญ จนสามารถนำมาสร้างรายได้ทำเงินได้เป็นอย่างดี ในรูปแบบ ปุ๋ยมูลไส้เดือน

ณัศพงศ์ฟาร์มไส้เดือน ผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนคุณภาพร้อยเปอร์เซ็นต์

ณัศพงศ์ เพชรพันธุ์ช่าง ชายวัย 53 ปี บ้านเลขที่ 127 ถ.โพธิ์การ้อง ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เจ้าของร้านขายโทรศัพท์ในตัวเมืองเพชรบุรี ผู้หันมาประกอบธุรกิจเลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนดินจำหน่าย ในพื้นที่เล็กๆเพียง 80 ตารางเมตร แต่ประสบผลสำเร็จ สร้างรายได้ต่อเดือนได้เป็นอย่างดี โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากธุรกิจร้านขายโทรศัพท์มือถือของพี่ณัศพงศ์เริ่มมีรายได้ลดลง เนื่องจากมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้เริ่มมองหาธุรกิจที่จะช่วยสร้างรายได้เสริม โดยมองจากสิ่งที่อยู่รอบๆตัวก่อน ด้วยความที่พื้นที่บ้านอยู่ในเขตตลาดเทศบาลมาตั้งแต่เด็กๆ สิ่งที่เห็นและคิดว่าน่าจะนำมาใช้ประโยชน์ได้คือ เศษผักจำนวนมากที่เหลือทิ้งในตลาดสด จึงคิดจะเลี้ยงสัตว์เพื่อเศษผักเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์และสามารถลดต้นทุนค่าอาหารได้ แต่ด้วยพื้นที่ ที่จำกัด และเป็นเขตชุมชน การเลี้ยงสัตว์โดยทั่วไปจึงไม่สามารถทำได้ จนได้มาศึกษาเรื่องไส้เดือนดิน ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมตามความต้องการทุกอย่าง ทั้งช่วยกำจัดขยะอย่างเศษผักได้และสามารถเลี้ยงได้ในพื้นที่จำกัด ไม่มีมลภาวะรบกวนในชุมชน จึงทดลองเลี้ยงดูและประสบความสำเร็จ

ปัจจุบัน ณัศพงศ์ฟาร์ม เลี้ยงไส้เดือนในรูปแบบการเลี้ยงในกะละมัง วางเรียงกันเป็นชั้นๆ ไว้ในโรงเรือนที่ร่ม โปร่ง และอากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยสายพันธุ์ที่เลี้ยงอยู่ในฟาร์ม คือไส้เดือนสายพันธุ์แอฟริกัน หรือเรียกกันสั้นๆว่า สายพันธุ์ เอเอฟ ซึ่งมีลักษณะเด่นประจำสายพันธุ์ คือ กินเก่ง โตเร็ว และขยายพันธุ์ได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อื่น โดยวัตถุดิบหลักๆที่ใช้เลี้ยงในฟาร์ม เลี้ยงในมูลโคนม ซึ่งมีธาตุอาหารอยู่เป็นจำนวนมากและเหมาะกับการเป็นที่อยู่ให้กับไส้เดือน

ภายในโรงเรือนมีควาชื้น อากาศถ่ายเทสะดวก

โดยในแต่ละเดือน ณัศพงศ์ฟาร์ม มีกำลังผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนอยู่ที่ 500 กะละมัง ต่อเดือน สามารถผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนได้ถึง 3-4 ตันต่อเดือนมีการต่อยอดผลิตเป็นปุ๋ยน้ำหมักไส้เดือนได้ผลผลิต 500 ลิตรต่อเดือนนอกจากนี้ยังสามารถขยายพันธุ์ไส้เดือนได้ถึง 150 กิโลกรัมต่อเดือน และมีแนวโน้มจะเพิ่มกำลังผลิตขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้พี่ณัศพงศ์ ยังรับเป็นวิทยากรเผยแพรเรื่องราวดีๆ ของประโยชน์ของการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อ ลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตรกร และยังช่วยกำจัดขยะอินทรีย์ โดยใช้เป็นอาหารไส้เดือน

สร้างวินัยในการคัดแยกขยะเหล่านั้น ให้กลายเป็นปุ๋ยคุณภาพสูงซึ่งมีทั้งคุณค่าและมูลค่า เพื่อนำไปใช้ในการดูแลต้นไม้พืชผลต่างๆ สร้างอากาศที่ดี ลดภาวะโลกร้อน ซึ่งได้แนะนำให้ความรู้กับผู้ที่มีความสนใจหลายๆกลุ่ม ทั้งในกลุ่มสหกรณ์เกษตรต่างๆ นักเรียนนักศึกษา หรือแม้กระทั่งให้ความรู้ในสื่อวิทยุกระจายเสียงในพื้นที่ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้บุคคลหรือกลุ่มคนต่างๆ ที่มีความสนใจ

เรียงซ้อนได้หลายชั้น ช่วยประหยัดพื้นที่

การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ย : นำมูลโคนมที่เตรียมไว้ใส่ในกะละมังจนเกือบเต็ม และพันธุ์ไส้เดือนดินลงไปในอัตราส่วน กะละมังละ 200 กรัม หรือ 2 ขีด โดยวิธีการปล่อยคือ ใช้มือเกลี่ยมูลโคในกะละมังบริเวณตรงกลางให้เป็นหลุมเล็กน้อย แล้วปล่อยพันธุ์ไส้เดือนลงไป และโรยมูลไส้เดือนปิดบางๆ ถ้าไส้เดือนชอบที่อยู่ที่เตรียมให้ไส้เดือนจะค่อยมุดหายลงไปจนหมด แล้วนำกะละมังที่ปล่อยไส้เดือนเรียบร้อยแล้ว ไปวางในโรงเรือน ที่อยู่ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทได้สะดวก และที่สำคัญ ห้ามวางกะละมังไว้กับพื้นที่มีความทึบ เพราะจะทำให้น้ำและอากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก

ต้นทุนการผลิต

สำหรับต้นทุนการผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนนั้น นับเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้มีผู้หันมาเลี้ยงไส้เดือนดินมากขึ้น เนื่องจากมีการลงทุนเริ่มต้นที่ไม่สูง ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงไม่มาก แต่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า โดยวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการเลี้ยงต่อ 1 กะละมัง ใช้งบประมาณ 100 บาทเท่านั้น โดยแบ่งเป็น กะละมัง 1 ใบ ราคา 20 บาท มูลโคนม 1 กะละมัง ไม่เกิน 10 บาท และพันธุ์ไส้เดือน 1-2 ขีด ประมาณ 80 บาท โดยใน 1 กะละมัง จะผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนได้ประมาณ 5 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 35 บาท น้ำหมักจากไส้เดือน 1ลิตร ขายอยู่ที่ลิตรละ 70 บาท และเพิ่มจำนวนไส้เดือนดินได้อีก 1 เท่าตัว ซึ่งราคาซื้อขายพันธุ์ไส้เดือนดินปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 600 บาทพอจะสรุปได้ว่าในการเลี้ยงไส้เดือนดิน 1 กะละมัง จะได้ผลตอบแทนเป็นเงิน ถึง 365 บาทเลยทีเดียว นับว่าเป็นธุรกิจที่ทำได้ไม่ยุ่งยาก และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและน่าสนใจ

แผนการตลาด

ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน นิยมบริโภคผักปลอดสารพิษกันมากขึ้น คนเมือ ทำให้ปุ๋ยมูลไส้เดือนเริ่มเป็นที่รู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น กลุ่มลูกค้าอีกกลุ่มคือประชาชนกลุ่มคนเมืองที่ชอบการปลูกต้นไม้ บริเวณบ้าน เพื่อความสวยงาม เพราะมีข้อดีคือ ปุ๋ยมูลไส้เดือนจะไม่มีกลิ่นเหม็นรบกวน เหมือนปุ๋ยคอกชนิดอื่น โดยช่องทางการตลาดมีทั้งการติดต่อสื่อสารผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ซึ่งสามารถเข้าถึงกลุ่มคนต่างๆได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยมีผลิตภัณฑ์ปุ๋ยมูลไส้เดือนเป็แพคเก็ตสวยงามพร้อมบริการจัดส่ง

นอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงไส้เดือนในพื้นที่เพื่อหาช่องทางการตลาดร่วมกัน และยังมีการติดต่อกับกลุ่มผู้ปลูกผักอินทรีย์ ปลูกผักสลัด อีกหลายกลุ่ม ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ที่อยู่ของไส้เดือนควรมีความชื้นสูงแต่ไม่ควรให้เปียกแฉะจนเกินไป

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

สำหรับการเลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนนั้น มีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากมากนัก เมื่อนำไส้เดือนลงเลี้ยงเรียบร้อยแล้ว ก็คอยดูแลให้มีความชื้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อครบ 1 เดือนก็ทำการเก็บมูล แต่ก็มีเทคนิคง่ายๆ เพื่อช่วยให้ไส้เดือนถ่ายมูลและขยายพันธุ์ได้รวดเร็วขึ้น นั่นก็คือ ระหว่างที่ทำการเลี้ยงไส้เดือน ให้หมั่นดูที่ภาชนะด้านบน หากมีมูลไส้เดือนอยู่มากให้หมั่นกวาดออกโดยใช้มือกวาดเบาๆ เอาเฉพาะมูลไส้เดือนขึ้นมา เช่น 1 ครั้งต่อสัปดาห์ วิธีนี้จะช่วยให้ไส้เดือนดินระบายอากาศได้ดีขึ้น กินอาหารได้มากขึ้น ถ่ายมูลและขยายพันธุ์ได้รวดเร็วขึ้นด้วย

เลี้ยงไส้เดือนในกะละมังเพื่อผลิตปุ๋ยคุณภาพ
เรื่อง/ภาพโดย: อรรถพงศ์ ศักนา จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.ชุมพร
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×