เกษตรกรต้นแบบ
"แค่ปลูกไผ่เป๊าะ รับไปเลยเนาะๆ 4,000 บาทต่อวัน"
คุณประยูร ใจการ
 09 มิถุนายน 2559   9,060
จ.พะเยา
ถ้าเรายังค้นหาตัวเองไม่เจอ ก็แค่หยุดค้นหาและสร้างตัวตนของเราขึ้นมาเอง

คุณประยูร ใจการ เกษตรกรผู้ปลูกไผ่วัย 45 ปี จากจังหวัดพะเยา อดีตพนักงานบริษัท หันหน้าเข้าวงการเกษตร ปลูกไผ่เป๊าะบังคับหน่อให้ออกช่วงฤดูแล้ง เน้นการจัดการน้ำไม่ให้ขาด และวางแผนการตลาดควบคู่การผลิต เพื่อเลี่ยงปัญหาด้านราคา จนสามารถทำเงินได้จากการปลูกไผ่เป๊าะและไผ่ไต้หวันได้แบบรายวันและรายปี ในพื้นที่การทำสวนไผ่เพียง 7 ไร่ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้สบาย

ประยูร ใจการ เจ้าของไผ่เป๊าะที่มีมากกว่า 1000 ต้น

คุณประยูร ใจการ วัย 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 บ้านผาช้างมูบ หมู่ที่ 1 ตำบลสันป่าม่วง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา อดีตพนักงานบริษัทกินเงินเดือนประจำ ได้ผันตัวเองมาทำอาชีพเกษตร เน้นปลูกไผ่เป๊าะ และไผ่ไต้หวัน จำหน่ายพันธุ์และหน่อจนทุกวันนี้สามารถสร้างรายได้ดีถึง 140,000 - 150,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มต้นจากการหากล้าพันธุ์ไผ่มาปลูกครั้งแรกบนพื้นที่ 1 ไร่ เป็นจำนวน 100 ต้น เมื่อปี พ.ศ.2549 และทำการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกไผ่ทั้งหมด 7 ไร่ รวมแล้ว มีไผ่ในการจัดการดูแลมากกว่า 4,000 ต้น มีทั้งต้นไผ่เป๊าะและไผ่ไต้หวัน วันหนึ่งๆ จึงมีหน่อไผ่ที่ต้องเก็บจำหน่ายถึงวันละ 80 กิโลกรัม(ในฤดูฝน) เมื่อนำไปขายจะทำเงินได้วันละ 4,800 บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่อยู่ได้สบาย ๆ และดีกว่าการทำงานเป็นลูกจ้างมากมาย มิหนำซ้ำยังสุขใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดครอบครัวมากขึ้นด้วย

ไผ่เป๊าะ นั้นปลูกง่ายสามารถขุดเหง้าไปปลูกได้เลยโดยไม่ต้องปักชำ ฤดูปลูกที่เหมาะสม คือ ส.ค.-ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงปลายฝน ควรวางระยะการปลูกที่ 5 x 5 เมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ จะได้ต้นไผ่ประมาณ 75 ต้น ไผ่จะเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่ เม.ย.-พ.ค. ซึ่งเป็นฤดูปกติ ช่วงนี้จึงมีหน่อมาก ราคาจึงถูก ต่างจากช่วง ม.ค.-มี.ค. ซึ่งเป็นนอกฤดู หน่อไม้จะออกน้อย ราคาจึงแพง

หน่อไม้ไผ่เป๊าะ ใหญ่ ขาว อร่อย

ไผ่เป๊าะ เป็นไม้ไผ่ขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว สูงได้ 8-10 เมตร เปลือกบาง มีกอกิ่งเรียว ข้อปล้องยาว 10-12 นิ้ว ใบเขียวเข้ม ใบเล็กคล้ายหัวหอก ก้านใบเหลือง พบแพร่กระจายพันธุ์ทั่วไปในเขตชายแดนไทย-พม่า ในเขตจังหวัด แม่ฮ่องสอน และ ตาก มีอายุยืนนาน 70-80 ปี(นับจากการเพาะเมล็ด) หน่ออวบใหญ่ มีขนาดน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5-3 กก. มีรสชาติหวานกรอบอร่อย เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ หน่อไผ่เป๊าะมีเนื้อเยอะ เสี้ยนน้อย เหมาะต่อการทานสด เช่น แกง ลวกจิ้ม หมก ฯลฯ ไม่เหมาะต่อการนำไปแปรรูปอย่างการดอง สำหรับทางภาคเหนือไผ่เป๊าะจะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง เพราะชาวเหนือจะนำไปต้มจิ้มทานกับน้ำพริกหรือแกงหน่อไม้ใส่น้ำปู๋ เกษตรกรที่ปลูกไผ่เป๊าะ จึงไม่ต้องกลัวเรื่องการตลาดเพราะผลผลิตเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค แค่เพียงต้องมีการวางแผนการผลิต มีการบังคับหน่อให้ไปออกนอกฤดู หรือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนมีนาคม ให้ได้แล้วจะได้กำไรหรือผลตอบแทนกลับมาเกินค่าความเหนื่อย คุณสมบัติเด่นของไผ่เป๊าะที่เกษตรกรชอบใจก็คือ การให้หน่อดีในช่วงฤดูแล้ง แค่เพียงมีการให้น้ำไผ่เป๊าะสม่ำเสมอ ก็จะได้ผลผลิตหน่อสูง จนมีฉายาติดปากคนในวงการเกษตรอีกชื่อว่า "ไผ่นอกฤดู"

วิธีการปลูกไผ่เป๊าะ : การปลูกไผ่ของคุณประยูร จะใช้วิธีวางแนวปลูกให้มีความกว้างระหว่างต้นและระหว่างแถว 5 x 5 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ จะได้ไผ่ประมาณ 75 ต้น ขุดหลุม ขนาด 50 x 50 x 30 ซม. ก่อนวางต้นพันธุ์ลงหลุม จะรองพื้นด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 5-7 กำมือ แล้วฝังกลบพอหลวมๆ จากนั้นก็ดูแลให้น้ำกันไปตามสภาพอากาศหรือทุก 2-3 วัน ในการวางแผนการปลูกของคุณประยูรจะเริ่มลงมือปลูกช่วงเดือนสิงหาคม - เดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูฝน พอเข้าธันวาคม ก็จะเริ่มให้ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ อัตรา 1-2 กำมือต่อกอ ผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ครึ่ง กก. ต่อต้น ช่วงหลังใบไผ่ร่วงก่อน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ไผ่งอกงามดี และดูแลไปเรื่อยๆ จนกว่าไผ่จะเริ่มให้ผลผลิต ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 ปี จึงจะเริ่มตัดหน่อขายได้ โดยหน่อไผ่จะออกมากช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ซึ่งคุณประยูรจะตัดหน่อขายในช่วงนี้ได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 70-100 กก. และจะมีหน่อทะยอย ออกเรื่อยไป ในสภาพอากาศร้อนชื้น และออกหน่อน้อยในช่วงที่มีอากาศเย็น(ฤดูหนาว)หรือในช่วงเดือนมกราคม-เดือนมีนาคม นั้นจะมีหน่อน้อย แต่เป็นช่วงที่หน่อไผ่มีราคาแพง เพราะเป็นช่วงนอกฤดูกาลออกหน่อตามปกติ การบังคับให้ไผ่ออกหน่อในช่วงนี้ได้ จึงกลายเป็นนาทีทองสร้างขุมทรัพย์บนดิน ที่เกษตรกรผู้ปลูกไผ่เป๊าะไม่ควรพลาด ในการดูแลสวนไผ่เป๊าะ สิ่งสำคัญที่เกษตรกรควรใส่ใจก็คือเรื่องน้ำ เพราะถ้าให้น้ำหรือได้รับน้ำมากเกินไปก็มีโอกาสเกิดรากเน่าได้ แต่ถ้าให้น้ำน้อยเกินไป รสชาติหน่อไผ่ที่ได้ก็จะฝาดเฝื่อนไม่หวาน ไม่กรอบ ไม่อร่อยไป นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการเลี้ยงต้นแม่ และการตัดแต่งกิ่งที่ควรจะดูแลให้ดี เพราะถ้าเลี้ยงต้นแม่หรือเลือกไว้หน่อไม่เป็นจะทำให้ไผ่กอนั้นตายได้

วิธีการเลือกเลี้ยงต้นแม่ : การเลือกไว้หน่อใดเพื่อทำเป็นต้นแม่นั้นเป็นสิ่งสำคัญ การเลือกหน่อควรเน้นหน่อที่อวบ ใหญ่ สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคแมลง และ เป็นหน่อที่ไม่ใช่หน่อแขนง(หน่อที่ขึ้นจากตาของต้นแม่) แต่ควรเป็นหน่อลำ(หน่อที่ขึ้นห่างจากต้นแม่) เพราะจะเติบโตดี เกิดลำและหน่อใหม่ได้ง่ายกว่า รากชอนไชได้ไกลกว่า

คุณสมบัติเด่นของไผ่เป๊าะก็คือการให้หน่อดีในฤดูแล้งดี จึงมีฉายาติดปากคนในวงการเกษตรอีกชื่อหนึ่งว่า "ไผ่นอกฤดู"และการปลูกไผ่เป๊าะนั้นไม่ต้องกลัวเรื่องตลาด เพราะตลาดต้องการผลผลิตแค่เพียงต้องบังคับหน่อนอกฤดู(ม.ค.-มี.ค.)ให้ได้ แล้วจะได้ผลตอบแทนกลับมาเกินคุ้ม

น้ำหมักผลไม้ บำรุงหน่อไม้ให้มีรสหวาน

การตัดแต่งกอ : เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิตและเอื้อต่อการเกิดหน่อใหม่ได้เรื่อยๆ คุณประยูรแนะนำว่า ต้องหมั่นตัดแต่งต้นที่เกิดกลางกอออกให้หมด เพื่อให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่าย สภาพภายในกอ โปร่งโล่ง น้ำอากาศและแสงผ่านดี หน่อที่เกิดมาจะได้มีขนาดใหญ่ ให้น้ำหนักดี และง่ายต่อการสะดวกดูแลรักษา ที่สำคัญคือไม่มีโรคแมลงเข้ามารบกวนในสภาพกอที่โปร่งโล่งด้วย โดยเทคนิคการจัดการสวนไผ่เป๊าะแบบยั่งยืนของคุณประยูร คือ เมื่อเลี้ยงครบ 1 ปี จะทำการทิ้งหน่อไม้ให้กลายเป็นลำแม่รุ่นต่อไป และตัดลำไผ่ที่มีอายุครบ 1 ปี ทิ้งไปให้เหลือประมาณ 7 - 8 ลำ เพื่อให้มีการเจริญเติบโตที่ดีของหน่อไม้ในรุ่นต่อไป ทำให้ปริมาณหน่อไม้มีเยอะเหมือนเดิม และยังคุณภาพของหน่อไม้ไว้อย่างดี รวมถึงยังเหลือลำแม่ ไว้ใช้ในรุ่นต่อๆ ไปทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อต้นกล้าไผ่ในครั้งต่อไป

เทคนิคการผลิตหน่อไผ่เป๊าะให้ขาวอวบน่าทาน : คุณประยูรเผยเคล็ดลับในการผลิตหน่อไผ่เป๊าะให้มีความขาว อวบอิ่มน่าทานไว้ว่า "แค่หาฟางมาคลุมกอหรือโคนต้นไผ่เอาไว้ หน่อที่เกิดขึ้นมาใหม่ก็จะไม่โดนแสงโดยตรง ทำให้มีความขาว อวบน่าทาน นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเก็บกักความชื้นและคลุมวัชพืชไว้ไม่ให้มารบกวนกอไผ่ได้อีกด้วย" ซึ่งการคลุมกอนี่จำเป็นมากในช่วงหน้าแล้ง เพราะจะช่วยเก็บความชื้นไว้ได้ดี ลดการสูญเสียน้ำไปกับความร้อน และช่วยป้องกันไม่ให้แสงแดดอันรุนแรงในหน้าร้อนทำลายผิวของหน่อทำให้หน่อที่ผลิตได้ในช่วงนี้มีคุณภาพดี

การให้ปุ๋ย : การให้ปุ๋ยไผ่เป๊าะ จะให้สูตรเสมอ เช่น 15-15-15 ยืนพื้น ครึ่ง กก.ผสมกับปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก 1 กระสอบ(ประมาณ 20 กก.) ในช่วงก่อนที่ไผ่จะให้หน่อ(เดือนธันวาคม) และต้องมีการให้ปุ๋ยยูเรียบ้าง เพราะไผ่คือพืชตระกูลหญ้า ซึ่งต้องการไนโตรเจนในการเติบโตสูงพอกับข้าวและหญ้าชนิดอื่น โดยเกษตรกรอาจพิจารณาให้สลับกับปุ๋ยสูตรเสมอ เป็นคราวๆ ไป

เทคนิคกระตุ้นหน่อ : ในการปลูกไผ่เป๊าะคุณประยูรจะเน้นผลิตหน่อขายนอกฤดู เพราะมีราคาดีกว่าและไผ่เป๊าะนั้นทำให้ออกหน่อในมากแม้จะเป็นช่วงนอกฤดูก็ตาม โดยมีวิธีการบังคับหน่อให้ออกนอกฤดู คือ การงดน้ำ หรือ ตัดแต่งยอดหรือฉีดพ่นสารเคมี ให้ใบร่วงหล่นลงมา จากนั้นบำรุงให้ไผ่แตกยอกใบใหม่ ด้วยการให้ปุ๋ยสูตรผสมเสมอผสมปุ๋ยคอก ไม่นานไผ่จะแตกใบใหม่แล้วเริ่มให้หน่อ เพียงเท่านี้ก็จะได้ผลผลิตนอกฤดูแล้ว

ต้นทุนการผลิต

ต้นทุนคำนวณ ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน คุณประยูรลงทุนซื้อต้นกล้าจำนวน 100 ต้น ในราคาต้นละ 100 บาท และทำการขยายหน่อไม้ ให้เป็นลำแม่ จนมีลำไผ่มากพอที่ ไม่ต้องไปซื้อกล้าต้นไผ่ จึงลงทุนในการซื้อต้นกล้าไผ่แค่ช่วงแรก ในราคาเพียง 10,000 บาท หลังจากนั้นจะมีค่าดูแลรักษาต้นไผ่ คือ ค่าปุ๋ยคอก กระสอบละ 20 บาทต่อ 1 ก่อ ค่าวัสดุคลุม (ฟาง) กองละ 20 บาทต่อ 1 ก่อ ส่วนของการเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้น จะอยู่ที่ 20 - 25 กิโลกรัมต่อ 1 กอ เฉลี่ยแล้ว 1 ไร่จะได้อยู่ที่ 2,200 - 2,500 กิโลกรัม นำจำหน่ายสู่ท้องตลาดขายในกิโลกรัมละ 60 บาท รายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 150,000 บาท

แผนการตลาด

ในส่วนของการตลาดของคุณประยูรจะจำหน่ายโดยการส่งให้ลูกค้าขาประจำในตลาดสดของจังหวัดพะเยาทุกวัน จะเริ่มส่งตั้งแต่ตี 3 โดยลูกค้าจะมารับและนำไปจำหน่ายต่อให้กับผู้บริโภค โดยหน่อไม้ที่จะจำหน่าย คุณประยูรจะนำมาทำความสะอาด ตัดแต่งให้สวยงาม บรรจุถุงถุงละ 10 กิโลกรัม บางส่วนพ่อค้าก็มารับซื้อถึงแปลง เพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้กับผู้บริโภคในหมู่บ้านและตำบลใกล้เคียง สำหรับช่องทางการขายในต่างจังหวัดนั้นคุณประยูร ก็มีแนวคิดที่จะนำจำหน่ายเช่นเดียวกัน แต่คงต้องรอให้มีพื้นที่ปลูกมากกว่านี้ เพราะพื้นที่ 7 ไร่ ผลผลิตที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนในพื้นที่อยู่แล้ว พูดได้ว่า ทุกวันนี้มีผลผลิตเท่าไหร่ก็ไม่เพียงต่อความต้องการของผู้บริโภค

หน่อไม้คุณประยูร น้ำหนักดี มีถึง 1.5 กิโลกรัม ต่อหน่อกันเลยที่เดียว

ปลูกไผ่หวานนอกฤดูขาย รายได้เดือนละแสน
เรื่อง/ภาพโดย: จามจุรี จักรสมศักด์ จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.เชียงราย
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
24-32°C
เชียงใหม่
21-29°C
นครราชสีมา
20-29°C
ชลบุรี
25-31°C
นครศรีธรรมราช
25-28°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×