เกษตรกรต้นแบบ
"ผลิตข้าวฮางงอกนำสู่เส้นทางรวยด้วยภูมิปัญญา"
คุณหนูคูณ สนธิ์ดา
 25 พฤษภาคม 2559   1,080
จ.หนองบัวลำภู
ซื่อสัตย์สุจริต ขยันอดทน ประหยัดมัธยัสถ์ ปฏิบัติตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง

ข้าวฮาง คือข้าวกล้องชนิดหนึ่ง เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนอีสานที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ที่คิดแก้ไขปัญหาชีวิตความเป็นอยู่เนื่องจากสาเหตุ 2 ประการ คือปัญหาในการผลิตข้าวไม่พอกินจนต้องเก็บเกี่ยวข้าวทั้งที่ยังไม่แกจัดมาทำเป็นข้าวฮางเพื่อกินรอข้าวให้แก่จัดแล้วจึงเก็บเกี่ยว และในกรณีที่น้ำท่วมนาข้าวก่อนเก็บเกี่ยวชาวนาจำเป็นต้องเกี่ยวข้าวที่แช่น้ำในนามานึ่งให้สุกแล้วตากแห้งเพื่อให้เก็บข้าวเปลือกไว้ได้เป็นเวลานานขึ้น ต่อมามีการพัฒนากระบวนการผลิตต่อยอดภูมิปัญญาเพื่อเสริมสร้างคุณค่าทางโภชนาการ ในการแปรรูปข้าวฮางเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิตข้าว ป้อนให้กับตลาดและกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพที่มีความต้องการสูง ทำให้เกษตรกรมีอาชีพและมีรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัวเพิ่มขึ้น พร้อมสร้างโอกาสทางการตลาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ภูมิปัญญาซึ่งนำมาสู่ความสำเร็จและภาคภูมิใจ

คุณหนูคูณ สนธิ์ดา ปราชญ์เกษตรวัย 74 ปี 231 หมู่ 1 บ้านหนองภัยศูนย์ ตำบลหนองภัยศูนย์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นอีกหนึ่งคนที่มีอาชีพทำนาข้าวเป็นหลัก เป็นอาชีพหลักของชาวอีสานสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ คุณหนูคูณได้กล่าวว่าเดิมนั้นตนได้ปลูกข้าวแล้วนำไปขายให้พ่อค้าคนกลางก็ได้ราคาไม่ดีจึงคิดหาวิธีการแปรรูปข้าว ได้เข้าอบรม ศึกษาดูงานต่างๆ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ตนจึงได้ทำการแปรรูปข้าวฮางเพื่อไปจำหน่ายในงานต่างๆโดยบรรจุถุงละ 1 กิโลกรัมราคา 60 บาท/กิโลกรัม ทำให้เพิ่มมูลค่าของข้าวธรรมดาจึงทำให้เกิดความสนใจที่จะทำเป็นอาชีพหลักแน่นอน โดยนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติจนประสบความสำเร็จ และหันมาเอาดีในการแปรรูปข้าวเป็นทุนหมุนเวียนในการแปรรูปข้าวฮางเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิตข้าว ตกเฉลี่ยสูงถึงสัปดาห์ละ 15,000 บาทเลยทีเดียว

คุณหนูคูณ สนธิ์ดา ได้กล่าวว่าตนได้มีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 7 ไร่ ที่ทำการเกษตรหลายอย่างในรูปแบบไร่นาสวนผสม 1 ไร่ แบ่งเป็นที่นา 6 ไร่ ที่สำคัญปลูกข้าวไว้แปรรูปเพื่อจำหน่าย และตนยังได้รับซื้อข้าวจากชาวบ้านเป็นการส่งเสริมเกษตรกรในหมู่บ้านด

ในการแปรรูปข้าว นั้น คุณหนูคูณ สนธิ์ดา ได้มีความคิดเริ่มทำการแปรรูปตั้งแต่ปี 2546 เนื่องจากตนนั้นได้ทำนาข้าวปีละครั้งจึงศึกษาเรียนรู้การแปรรูปข้าวฮางเพื่อเพิ่มมูลค่าทาโภชนาการโดยใช้ภูมิปัญญาตัวเองเป็นหลักและพัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆจนประสบผลสำเร็จในการทำข้าวฮางงอก จึงทำให้ชาวบ้านได้เข้ามาเรียนรู้การผลิตข้าวฮางงอก และสนใจผลิตบริโภคเองได้ ซึ่งเป็นการสร้างความรัก สามัคคี และสร้างรายได้ให้กับชุมชนและครัวเรือน แก้ไขปัญหาความยากจนได้

โรงเรือนอบข้าวฮางงอก

ได้ลองนำข้าวเปลือกหอมมะลิที่ตนเก็บไว้ในฉางข้าวจำนวน 10 กิโลกรัมมาแช่น้ำ 10-12 ชม.แล้วนำขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ ก่อนนำไปบ่มให้งอก 24 ชม. ระหว่างนี้ต้องรดน้ำให้ชุ่มทุกวัน เมื่อข้าวเปลือกงอก 1 ซม. นำไปนึงในหวดเพิ่มความหอมด้วยใบเตยจนข้าวสุก( 30 นาที) แล้วนำไปตากแดด 3 แดดให้แห้งสนิท จากนั้นสีด้วยเครื่องสีข้าวกล้อง คัดแยกเมล็ดหักและฝุ่นออกก่อนจำหน่าย

ผลผลิตสร้างด้วยตนเอง

วิธีการทำข้าวฮางงอกให้งอกเร็วขึ้น :

1.นำข้าวเปลือกมาแช่ในภาชนะที่ใส่น้ำ แล้วใส่น้ำหมักลงไปแช่ทิ้งไว้ 10 ชั่วโมง (ปริมาณข้าวเปลือก 10 กก./น้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะและน้ำเปล่า)ปริมาณน้ำแช่ข้าวเปลือกให้ท่วมข้าวเปลือกประมาณ 2 นิ้ว

2.นำข้าวเปลือกที่แช่น้ำหมักมาล้างด้วยน้ำสะอาด 1 ครั้ง จากนั้นนำข้าวเปลือกที่ล้างน้ำเรียบร้อยนำไปนึ่งให้สุกใช้เวลาในการนึ่ง 30 นาที

ต้นทุนการผลิต

ด้านต้นทุนการผลิตของคุณหนูคูณนั้น ตนได้ซื้อข้าวจากชุมชนจำนาน 1,000 กิโลกรัมๆ ละ10บาท หวดนึ่งข้าว 2 ใบราคา 20บาท/ใบ หม้อนึงข้าว 2 ใบราคา 40 บาท/ใบ ถุงพลาสติกใน 1 มัดใหญ่ราคา 150 บาท ยางรัดถุง 1 ถุงใหญ่ราคา 100 บาท เมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการแปรรูปข้าวฮางงอกแล้วจะตกอยู่ที่ 10,370 บาท ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งแรกอาจจะมีค่าใช้จ่ายสูงไปหน่อยแต่พอได้นำข้าวไปจำหน่ายก็เรื่มมองเห็นทุนและกำไรเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีรายได้ต่อเดือน 60,000 บาทเลยทีเดียว

แผนการตลาด

ในการมองหาตลาดนั้น จะนำข้าวฮางงอกไปออกบูธแสดงผลิตภัณฑ์ในงานประเพณีชุมชน เช่น งานกาชาด งานเกษตรแฟร์ งานโอทอป และได้รับมาตรฐานรางวัลการประกวดบรรจุภัณฑ์มาตรฐานการคัดสรรข้าวฮางงอก ระดับ 5 ดาว ตนจึงคิดว่าผลิตภัณฑ์ต้องขายได้ตามห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าออนไลน์ โดยคำนึงถึงความสะดวกในการเลือกซื้อ และลูกค้าที่ซื้อไปก็ไปพูดต่อและกลับมาซื้ออีก สำหรับการจำหน่ายข้าวฮางงอกก็ไม่ยากเพราะเป็นที่นิยมของคนทั่วไป

ผลงานและความสำเร็จ

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

ปัจจุบันการทำข้าวฮางเริ่มได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมาขึ้นจากกระแสการรักสุขภาพเพราะข้างฮางมีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นข้าวสารแปรรูปที่ผลิตขึ้นตามกรรมวิธี ซึงเป็นภูมิปัญญาของชาวไทย ในการนึงข้าวฮางงอกให้หอมนั้นคุณหนูคูนได้มีเทคนิคเคล็ดไม่ลับในการผลิตดังนี้ เวลาที่เรานึงข้าวกล้องให้นำใบเตยใส่ลงไปด้วยเพื่อให้มีกลิ่นหอมติดในข้าวฮางงอกหอมแบบสมุนไพรธรรมชาติ

วิธีทำให้ข้าวฮางงอกเร็วขึ้น
เรื่อง/ภาพโดย: ปาริฉัตร โพพันเรือ จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.ขอนแก่น
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×