เกษตรกรต้นแบบ
"เลี้ยงหอยแครงสู่การท่องเที่ยวโฮมสเตย์อาชีพเสริมรายได้งาม"
คุณวัชริพงศ์ ขวัญอ่อนวีระ
 13 มีนาคม 2561   450
จ.สมุทรสงคราม
สิ่งที่ทุกคนจะได้เมื่อมาเที่ยวที่โฮมกระเตงชาวเล ได้นั่งเรือชมธรรมชาติดูวิถีชีวิตของชาวบ้าน ไปนั่งกระดานถีบหาหอยแครง ดูเขาดักเคยนำไปทำกะปิคลองโคนอันเลื่องชื่อ ดูปูก้ามดาบ พาไปปลูกป่าชายเลน พักผ่อนยามบ่ายบนกระเตงกลางทะเล ยามเย็นค่อยกลับเข้าฝั่งพักผ่อน

เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยแครง อาชีพที่ตกทอดมาแต่บรรพบุรุษเป็นอาชีพหลักต้นทุนทางการท่องเที่ยวแต่มีรายได้ที่ไม่แน่นอนการหาอาชีพเสริมจากต้นทุนที่มีอยู่แล้วคือสิ่งที่คุณฤทธิ์ วัชริพงศ์ ขวัญอ่อนวีระ สร้างขึ้นมาพร้อมกับเพื่อนๆ เกษตรกรที่มีความเชื่อเดียวกัน อาชีพเสริมที่มีรายได้มากกว่าอาชีพหลักเขาทำอย่างไร แล้วทำไมไม่ทำอาชีพเสริมเพียงอย่างเดียวมีคำตอบในช่วงท้ายๆ ซึ่งเป็นแนวทางให้เกษตรกรที่สนใจลองหันกลับไปดูในชุมชนของตัวเองว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง

เป็นเกษตรกรโดยกำเนิดพ่อแม่เลี้ยงหอยแครงเห็นมาตั้งแต่เด็กเรียนรู้การเลี้ยงหอยจากพ่อแม่ เมื่อเติบโตมาก็ยึดอาชีพเลี้ยงหอยแครงเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด “บ้านผมเลี้ยงหอยแครงมาตั้งแต่ปู่ ย่า สืบต่อมาจนถึงรุ่นพ่อและส่งต่อมาถึงผม มันเป็นอาชีพของบรรพบุรุษครับ” แต่ก่อนคนแถวนี้เลี้ยงหอยพันธุ์พื้นเมืองคือพันธุ์เพชรบุรีตัวเล็กโตช้าปัจจุบันนิยมเลี้ยงหอยแครงพันธุ์มาเลเซียที่ตัวใหญ่กว่า การเลี้ยงหอยแครงในแบบชาวคลองโคนเป็นการเลี้ยงแบบปล่อยให้ธรรมชาติดูแลเพียงจัดการพื้นที่เลี้ยงที่เหลือหอยจะหากินเองตามธรรมชาติเกษตรกรเพียงแค่ดูแลอยู่ห่างๆคอยเอาหอยที่เป็นศัตรูออกไปเท่านั้นเมื่อถึงเวลาก็ค่อยมาเก็บหอยไปขาย “เลี้ยงหอยมันไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับธรรมชาติ” แต่ถ้าเจอโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสียลงทะเลหอยที่เลี้ยงอยู่อาจตายได้ทั้งหมดนั่นคือเสียหอยเหลือแต่หนี้กันเลยทีเดียว

อาชีพประมงเป็นอาชีพที่เสี่ยงถ้าโชคดีจับได้ก็รวยไปเลยแต่ถ้าซวยก็เหลือเป็นหนี้ไว้ดูต่างหน้า คนเลี้ยงหอยแครงอย่างคุณฤทธิ์ วัชริพงศ์ ขวัญอ่อนวีระบอกว่า “มันเอาแน่นอนไม่ได้เลี้ยงหอยแครงอย่างน้อย 1 ปีถึงจะจับขายได้ระหว่างรอจับขายถ้าโรงงานปล่อยน้ำเสียลงมาทุกอย่างจบกันต้องเริ่มต้นใหม่เป็นหนี้กันใหม่” คุณฤทธิ์ปรึกษากับภรรยาว่าจะทำอย่างไรเพราะทุกวันนี้ผู้ชายเลี้ยงหอย ผู้หญิงต้องไปทำงานโรงงานไปเป็นลูกจ้างจะทำอย่างนี้ไปตลอดชีวิตหรือ คุณฤทธิ์ตัดสินใจสอบถามความคิดเห็นเพื่อนๆ ที่เลี้ยงหอยแครงกัน 20 คนว่าน่าจะลองหาอาชีพเสริมด้วยการทำท่องเที่ยวโฮมสเตย์ ให้คนมาเที่ยวบ้านเรามานอนกระเตงเฝ้าหอยดูวิถีชีวิตของพวกเรา คำถามของเพื่อนๆ แล้วใครจะมาเที่ยว คุณฤทธิ์บอกว่า "ก็ต้องลองดู" เมื่อทุกคนตกลงก็เลยไปขอกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตร มาสร้างกระเตงขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐานเพียงพอต่อการรับนักท่องเที่ยว ผ่านไป 2 ปีแรกไม่มีใครมาเที่ยวเลยทุกคนท้อจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายธนาคาร คุณฤทธิ์บอกกับทุกคนว่า "ไม่เป็นไรเรายังมีหอย" พอเข้าปีที่ 3 เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเขาบอกว่าทำไมเราไม่ทำเว็บไซด์ คุณฤทธิ์เลยทำเว็บไซด์ซึ่งก็ได้ผลในปีที่ 4 มีนักท่องเที่ยวทยอยมาเที่ยวทั้งนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติมาเที่ยวกันอย่างต่อเนื่องนับแต่นั้นมาซึ่งเป็นเวลากว่า 13 ปีที่คุณฤทธิ์ วัชริพงศ์ ขวัญอ่อนวีระและเพื่อนๆ ในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลนโฮมกระเตง ได้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้งพ่อแม่ลูกได้อยู่กันพร้อมหน้าไม่ต้องออกไปทำงานตามโรงงานอีกต่อไป

วิธีการเลี้ยงหอยแครง :

หอยแครงเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำหรับชาวคลองโคน จังหวัดสมุทรสงครามประกอบอาชีพเลี้ยงหอยแครงกันมาจากรุ่นสู่รุ่นพื้นที่การเลี้ยงอยู่บริเวณป่าชายเลนปากคลองเป็นดินเลนราบเรียบคนเลี้ยงหอยแครงจะทำการเช่าพื้นที่จากรัฐในอัตราค่าเช่า 80-200 บาทต่อไร่ต่อปี พื้นที่การเลี้ยงมีตั้งแต่ 10ไร่ไปจนถึงเป็นร้อยไร่ การเลี้ยงจะมีการทำความสะอาดปรับที่ให้ราบเรียบ จากนั้นจะนำไม้ไผ่ผ่าซีกความยาวราว 1 เมตรชาวบ้านเรียกว่าเฝือกมาทำการปักลงในเลนทำเป็นรั้วกันหอยหายไปจากพื้นที่การปักเฝือกจะปักชิดติดกันกันเลนไหลแต่น้ำออกได้ความสูงจากพื้นเลนราว 30 เซนติเมตรโดยจะปักล้อมรอบพื้นที่ที่เช่าเลี้ยงหอยแครง เมื่อเตรียมพื้นที่เรียบร้อยแล้วจะต้องสั่งซื้อลูกหอยแครงในอดีตจะใช้พันธุ์พื้นเมืองเพชรบุรีแต่ปัจจุบันไม่นิยมแล้วจะใช้พันธุ์มาเลเซียที่ให้ผลผลิตมากกว่าแทน 1 ไร่จะใช้ลูกหอยแครงประมาณ 500 กิโลกรัม ต้นทุนลูกหอยแครงกิโลกรัมละ 200 บาท เมื่อได้ลูกหอยแครงจะใช้วิธีหว่านหอยแครงให้ทั่ว เป็นอันเสร็จสิ้น เรื่องอาหารหอยแครงกินแพลงตอนเป็นอาหารซึ่งในพื้นที่ป่าชายเลนแบบนี้ไม่จำเป็นต้องให้อาหารเลี้ยงปล่อยไปตามธรรมชาติ การดูแลราว 1 เดือนหอยจะเดินลงทะเลผู้เลี้ยงจะต้องคอยช้อนหอยแครงที่ติดเฝือกกลับขึ้นมาปล่อยด้านบนเป็นประจำ

หอยแครงเป็นสัตว์ที่ต้องการสภาพน้ำสะอาดไม่มีน้ำเสียเจือปน ข้อควรเฝ้าระวังถ้าต้นน้ำมีโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำหอยแครงจะตายหมดซึ่งเป็นเรื่องที่ป้องกันยากมากเกษตรกรทำหอยแครงทำได้แต่เพียงการเฝ้าระวังและเตือนกันเองเท่านั้น ระยะเวลาการเลี้ยงประมาณ 1 ปีจะเก็บผลผลิตได้การเก็บหอยแครงมีอยู่ 2 วิธีคือการงมเก็บด้วยมือโดยใช้กระดานแผ่นไม้ไสไปบนดินเลนคลำเก็บหอยขึ้นมา วิธีที่ 2 คือการใช้ชะเนาะจุ่มลงไปในน้ำแล้วให้เรือแล่นช้อนหอยขึ้นมา ขนาด 130 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม เป็นขนาดที่ตลาดต้องการ รายได้การเลี้ยงหอยแครงในกรณีที่ไม่เกิดน้ำเสียไหลลงทะเลตัวแปรที่จะทำให้หอยตายทั้งหมดจะอยู่ที่ 70,000-80,000 บาทต่อ 1 ไร่เป็นรายได้เฉลี่ยที่ยังไม่ได้หักต้นทุนลูกหอยแครง ค่าแรงและไม้ไผ่ที่ใช้ทำเฝือกซึ่งจะเปลี่ยนทุกๆ 2 ปี

นอกจากการเลี้ยงหอยแครงแล้วการท่องเที่ยวเชิงเกษตรยังเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้อย่างงามให้แก่คุณฤทธิ์ วัชริพงศ์ ขวัญอ่อนวีระและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลนโฮมกระเตงถึงเดือนละ 300,000 บาทเลยทีเดียว รายได้จากการท่องเที่ยวเป็นรายได้ที่กระจายเข้าสู่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลนโฮมกระเตงไม่ว่าจะเป็นแม่บ้านทำอาหาร พ่อบ้านขับเรือ ลูกๆที่เป็นมัคคุเทศก์น้อยซึ่งชุมชนได้และเติบโตไปพร้อมๆกัน การที่จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวได้ก็ต้องมีต้นทุนทางการท่องเที่ยวอย่างของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯนี้ก็คือการเลี้ยงหอยแครงและกระเตงเฝ้าหอยธรรมชาติรอบๆถ้าขาดสิ่งเหล่านี้ก็หมดเสน่ห์ เหมือนดังที่ คุณฤทธิ์ วัชริพงศ์ ขวัญอ่อนวีระ บอกไว้ว่า “อาชีพหลักคือเลี้ยงหอยแครงอาชีพของบรรพบุรุษจะกำไรหรือขาดทุนก็ต้องเลี้ยงกันต่อไป” เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด

จากเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยแครงมีรายได้ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับธรรมชาติ สู่การทำท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ในชื่อ โฮมกระเตงชาวเล มีสโลแกนว่า “ธรรมชาติดูแลธรรมชาติ เพื่อธรรมชาติที่แท้จริง” จากต้นทุนอันแข็งแรงของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลนโฮมกระเตง ที่ประกอบอาชีพเลี้ยงหอยแครง มีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์คือต้นทุนอันเยี่ยมยอดบวกกับความจริงใจต้อนรับทุกคนแบบญาติพี่น้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าเหมือนมาเยี่ยมญาติแล้วญาติพาเที่ยวเป็นความประทับใจที่ทุกคนสัมผัสได้และพร้อมจะบอกต่อๆกันไป คุณฤทธิ์บอกว่า “สิ่งที่ทุกคนจะได้เมื่อมาเที่ยวที่โฮมกระเตงชาวเล ได้นั่งเรือชมธรรมชาติดูวิถีชีวิตของชาวบ้าน ไปนั่งกระดานถีบหาหอยแครง ดูเขาดักเคยนำไปทำกะปิคลองโคนอันเลื่องชื่อ ดูปูก้ามดาบ พาไปปลูกป่าชายเลน พักผ่อนยามบ่ายบนกระเตงกลางทะเล ยามเย็นค่อยกลับเข้าฝั่งพักผ่อน” คนที่มาเที่ยวจะได้สัมผัสชีวิตจริงๆของชาวบ้านเห็นที่มาของหอยแครงอาชีพหลักของเราเกิดความประทับใจจึงบอกต่อ ช่องทางการสื่อสารของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯนี้คือการมีเว็บไซด์ โต้ตอบกันผ่านทางเฟสบุ๊ค และที่ทำให้คนทั่วไปรู้จักเราก็จากการออกสื่อทั้งทีวี นิตยสาร,หนังสือพิมพ์,เว็บต่างๆ

ข้อเสนอแนะ : เกษตรกรที่สนใจอยากทำท่องเที่ยวเป็นอาชีพเสริมต้องสำรวจดูว่าเรามีทรัพยากรอะไรให้นักท่องเที่ยวมาดู ถ้ามีก็ต้องรวมตัวกันตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ทำงานร่วมกัน ผลประโยชน์จะตกอยู่ในชุมชนเป็นการส่งเสริมให้คนในชุมชนมีรายได้มีความเป็นอยู่ที่ดีเสริมจากการทำเกษตรที่เป็นอาชีพหลักของเรา

ที่อยู่และช่องทางการติดต่อ :

โฮมกะเตงชาวเล 124/2 หมู่7 ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม 75000
โทร.08-1941-9152,08-7828-5420 www.homekrateng888.com , FB:homekratengchaoly

จากเกษตรกรเลี้ยงหอยแครงสู่การท่องเที่ยวโฮมสเตย์
เรื่อง/ภาพโดย : ทีมงานรักบ้านเกิด.คอม
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×