เกษตรกรต้นแบบ
"เลี้ยงแพะพารวยกับคุณสะอาด เมี้ยนแม้น"
คุณสะอาด เมี้ยนแม้น
 13 มีนาคม 2561   4,515
จ.นนทบุรี
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม อย่าคิดว่าทำไม่ได้ ทุกอย่างทำได้ เป็นไปได้เสมอ

การเลี้ยงแพะนั้นสมัยก่อนยังไม่เป็นที่นิยมกันเท่าไหร่เพราะคนไทยส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการเลี้ยงโคนมและกระบือกันมากกว่า จนมาช่วงไม่ถึงสิบปีที่ผ่านตลาดและความต้องการในการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแพะนั้นเป็นที่ต้องการมากขึ้น ก็มีเกษตรหันมาลองดูกับการเลี้ยงแพะจนกลายเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่ง แต่กระแสนั้นอาจอยู่ได้ไม่นานหากคุณประโยชน์ในการเลี้ยงแพะนั้นไม่ดีเพียงพอ ในเรื่องนี้คุณสะอาด เมี้ยนแม้น ย่อมรู้ดีเพราะคุณสะอาดเองเคยประสบวิกฤติการเงินจนเป็นหนี้มหาศาล แต่ก็ได้เจ้าแพะนี่แหละมาพลิกฟื้นการเงินของคุณสะอาดให้ยั่งยืนมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้

เดิมทีคุณ สะอาด เมี้ยนแม้น เกษตรกรจาก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ก่อนที่จะมาเลี้ยงแพะนั้น ก็ได้ทำนามาก่อน ซึ่งอาชีพทำนานี้เป็นอาชีพที่เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ “ก็ทำมาตั้งแต่เด็กครับ จนโตแล้วก็คิดว่าทำไมไม่รวยสักที แล้วทำไมไม่คิดทำไรให้รวยขึ้น สมัยก่อนผมได้รับข่าวสารก็แค่จากหนังสือพิมพ์กับ วิทยุเท่านั้น ก็ได้ความรู้จากการฟังการอ่าน”

คุณสะอาดบอกว่า ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสเข้าไปดูการเลี้ยงโคนมของโครงการโคนมแห่งประเทศไทย ในตอนนั้นก็อยากทำแต่ใช้งบเยอะ พ่อแม่ก็ไม่เป็นด้วย คุณสะอาดจึงเก็บความคิดที่อยากทำไว้ก่อน แล้วก็ช่วยพ่อแม่ทำนาเหมือนเดิม

“นาที่ทำกับครอบครัว มีอยู่ประมาณร้อยไร่ครับ ตอนนั้นทำแบบระบบกงสี ถึงแม้จะมีร้อยไร่แต่เมื่อแบ่งกับพี่น้องแล้วมันก็ไม่พอกินอยู่ดี ใน เราก็ถอดบทเรียนมาหลายอย่าง ทำอะไรได้บ้างก็ทำ ตอนนั้นผมเลือกทำมะม่วงเพราะมีคนเก่าที่ทำอยู่เค้าจะเลิกทำเราก็ไปขอพันธุ์เค้ามา แล้วก็ผมไปเรียนรู้จากมหาลัยเกษตร ภาควิชาพืชสวน ก็หาวิธีว่าจะทำไงให้มะม่วงออกนอกดู ตอนนั้นก็ประสบความสำเร็จ ก็มีรายได้ทั้งปี วันนึงได้พันกว่าบาท ทุกคนในบ้านเห็นว่าได้ดีก็มาช่วยกันใหญ่เลยครับ ตอนนั้นก็ทำมาสิบกว่าปี มีเงินเป็นกอบเป็นกำ ใช้หนี้สินได้เกือบหมด”

ฟังดูแล้วชีวิตของคุณสะอาดเหมือนจะดีขึ้น แต่ชีวิตคนเรามันก็ไม่แน่นอน ในปี38เกิดน้ำท่วมใหญ่ สวนมะม่วงของคุณสะอาด เสียหายหมด ก็เกิดความเครียดขึ้น “ตอนนั้นมูลค่าที่เสียหายนับล้านเลยครับ ไหนจะครอบครัวของพี่น้องเราอีก5ครอบครัวที่ยึดอาชีพทำสวนมะม่วงกับเรา ก็เครียดครับ”

แม้จะมีความเครียดแต่คุณสะอาดก็รู้ตัวดีว่าจะท้อไม่ได้ เพราะถ้าตัวเองหยุด คนอื่นๆก็จะแย่ไปด้วย คุณสะอาดก็พยายามฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ให้ได้อีกครั้ง ด้วยการไปยืมหนี้สินมาเป็นทุนอีก

“ไปยืมเงินทุนมา ก็มาเริ่มที่การทำบ่อปลาครับ จะกลับไปทำสวนอย่างเดิมมันก็ยากแล้ว เพราะกว่าต้นไม้จะโต ก็คิดหาอะไรที่มันได้รายได้ในระยะสั้น ก็มีปลูกผักด้วย แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอเดเพราะเราไม่เคยทำไม่มีประสบการ เป็นหนี้กับเฉพาะบ่อปลาก็ 5 แสนครับ ก็คิดผิดไปแล้วให้เป็นบทเรียน กลับมาตั้งสติคิดว่าจะทำไงต่อดี”

ด้วยความที่เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ คุณสะอาดได้มีโอกาสเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์ คุซึ่งตอนนั้นเค้าก็มีโครงการช่วยเหลือเกษตรกร คุณสะอาดก็สมัครเข้าอบรม

“ตอนนั้นพออบรมเสร็จ กรมปศุสัตว์เค้าก็มีให้เลือกว่าเราจะทำอะไร ก็มีคนที่เลือกปลา เป็ด ไก่ ส่วนผมเลือกไม่ทันเค้า ก็เลือกเอาอันที่เค้าไม่เลือกกันก็เลือกแพะ โดยที่ตอนนั้นผมยังไม่ได้มีความรู้เรื่อวงแพะเลยนะ แต่ในใจก็คิดว่าอบยากทำอะไรที่ลงทุนครั้งเดียวแล้วไม่ต้องลงทุนอีก”

แล้วคุณสะอาดก็เริ่มเลี้ยงเริ่มศึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงแพะอย่างจริงจัง ทำตั้งแต่ปลายปี38 มาเรื่อยจนประสบความสำเร็จ “เลี้ยงแพะนี่ดีมากครับ ได้น้ำนมด้วย ลูกค้ามารับซื้อถึงที่ มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย ผมทำเองทุกขึ้นตอนครับ พอเข้าปีที่2 ปีที่3 ก็ขยายโรงเรือนเพิ่มแพะเป็น 50-60 ตัว ซื้อมาด้วย ตอนหลังก็รู้ทิศทางของตัวเองแล้วว่าจะเอาดีทางไหน ก็ไปกู้เงิน ธ.ก.ส.ซะเลย 5 แสนบาท ปีเดียวคืนทุนเลยครับ แล้วก็ทยอยใช้หนี้ธนาคาร และหนี้อื่นๆจนหมด”

การเลี้ยงแพะมีทั้งหมด 4 รูปแบบ : ดังนี้

1. การเลี้ยงแบบปล่อย

เป็นการเลี้ยงโดยปล่อยให้แพะหากินเองตามธรรมชาติ และผสมพันธุ์เอง ไม่มีการจัดการเลี้ยงดูเป็นพิเศษ  มักเลี้ยงตามบริเวณที่มีหญ้า ในช่วงกลางวันจะต้อนให้อยู่ที่มีร่มเงา มักไม่มีการสร้างคอกหรือโรงเรือน แต่จะปล่อยให้อาศัยตามร่มไม้

2. การเลี้ยงแบบกึ่งขังคอก

ลักษณะคล้ายกับการเลี้ยงแบบปล่อย แต่จะมีการสร้างคอกหรือโรงเรือนสำหรับกักขังในตอนกลางคืน มักโรงเรือนที่มีแต่หลังคาเท่านั้น ตอนเช้าจะต้อนให้แพะออกหากินตามทุ่งหรือที่มีหญ้า

3. การเลี้ยงแบบผูกล่าม

เป็นการผูกล่ามแพะไว้กับที่ อาจเป็นหลักไม้ปักหรือเป็นตอไม้หรือต้นไม้ ที่บริเวณโดยรอบเป็นแปลงหญ้าหรือมีหญ้าให้แพะกินเพียงพอ วันหนึ่งอาจมีการย้าย 2-3 จุด เพื่อให้ได้กินหญ้าได้มาก แต่อาจย้ายบ่อยหากพื้นที่นั้นมีหญ้าน้อย ส่วนตอนเย็นจะย้ายมาขังคอก

4. การเลี้ยงแบบขังคอก

เป็นการเลี้ยงในคอกหรือโรงเรือนตลอดเวลา โดยให้น้ำ และอาหารในคอก แต่อาจมีการปล่อยแพะออกไปหากินข้างนอกบ้าง พื้นคอกมักยกสูง และลาดเอียง หรือาจเป็นพื้นดินธรรมดา แต่มักรองพื้นด้วยแกลบ

การเลี้ยงแพะ :

1. สถานที่เลี้ยงแพะ

การเลือกทำเลสถานที่ตั้งโรงเรือนเลี้ยงแพะ ควรเป็นที่เนินหรือเป็นบริเวณที่น้ำไม่ท่วมขังมีแหล่งน้ำสะอาดสำหรับใช้เลี้ยงแพะได้ตลอดทั้งปี มีการคมนาคมสะดวกพอสมควรโดยเฉพาะหากเลี้ยงแพะเพื่อการผลิตน้ำนม มีแหล่งพืชอาหารสัตว์ เช่น ทุ่งหญ้าสาธารณะ แปลงพืชอาหาร ฯลฯ

สำหรับให้แพะได้แทะเล็ม สำหรับขนาดของโรงเรือนหรือคอกสำหรับเลี้ยงแพะจะขึ้นอยู่กับฝูงแพะ
ลักษณะของโรงเรือนแพะ โดยทั่วไปในการเลี้ยงแพะเพื่อผลิตเนื้อนั้น โรงเรือนเป็นเพียงสถานที่ที่อาศัยพักหลักนอนและกักขังแพะในช่วงตอนกลางคืน หรือเมื่อสภาพอากาศแวดล้อมภายนอกไม่เหมาะสมที่จะปล่อยแพะออกไปแทะเล็มหญ้า โรงเรือนและคอกจะมีความสำคัญ และจำเป็นต่อลูกแพะและการเลี้ยงแพะเพื่อผลิตนม อย่างไรก็ดี หลักการสำคัญในการจัดสร้างโรงเรือนแพะ คือ ควรเป็นสถานที่ที่ทำให้แพะได้อาศัยอยู่อย่างสุขสบายสามารถอำนวยความสะดวกต่อการจัดการเลี้ยงดูและการให้การสุขาภิบาลที่ดีแก่แพะได้

ลักษณะโรงเรือนแพะเนื้อมักเป็นโรงเรือนที่มีคอกแบบขังรวม คอกละไม่เกิน 10 ตัว ทั้งนี้ผู้เลี้ยงต้องคัดแพะที่มีขนาดใกล้เคียงกันอยู่ในคอกเดียวกันเพื่อป้องกันการทำอันตรายต่อกัน

สำหรับโรงเรือนแพะนมนั้นภายในควรจัดแบ่งสัดส่วนพื้นที่ออกเป็นส่วนรีดนมและส่วนที่อยู่อาศัยของแพะในช่วงการผลิตต่าง ๆ ในลักษณะเช่นเดียวกับโคนม เช่น แบ่งออกเป็นคอกรีดนม คอกคลอด คอกผสมพันธุ์ คอกแพะพ่อพันธุ์ และคอกแพะขุน เป็นต้น

2. แหล่งอาหารที่ใช้เลี้ยงแพะ

แพะเป็นสัตว์ที่หาอาหารกินเองเก่งและสามารถกินอาหารได้หลายชนิด แต่ไม่ชอบกินพืชอาหารชนิดเดียวกันเป็นเวลานาน ๆ จะเลือกกินพืชอาหารหลายชนิดสลับกันไป พืชอาหารบางชนิดที่โคกระบือไม่กิน แต่แพะยังกิน แพะชอบกินใบของไม้พุ่มมาก รองลงไปคือ หญ้าและถั่ว แพะจะเลือกกินใบและยอดอ่อนของพืชก่อน และจะไม่กินก้านหรือลำต้น

แปลงหญ้า ตามปกติแพะจะกินหญ้าสดประมาณร้อยละ 10 ของน้ำหนักตัว ปัจจุบันทุ่งหญ้าสาธารณะมีจำนวนลดน้อยลงโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ดังนั้นผู้เลี้ยงควรวางแผนการจัดหาพืชอาหารสำหรับใช้เลี้ยงแพะ การเลี้ยงปล่อยให้แพะแทะเล็มพืชอาหารโดยตรงนั้นควรจัดเตรียมพื้นที่สำหรับทำแปลงปลูกหญ้าไว้ให้เดินแทะเล็ม ซึ่งพื้นที่แปลงหญ้าขนาด 1 ไร่สามารถเลี้ยงแพะได้ประมาณ 5 ตัว

หญ้าที่ปลูกจะต้องมีความเหมาะสม คือ เป็นหญ้าชนิดที่แพะชอบกินและทนต่อการเหยียบย่ำของแพะ เช่น หญ้าขน กินนี รูซี่ ฯลฯ แปลงหญ้าต้องได้รับการดูแลและจัดการอย่างดี มีการรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ การดูแลคุณภาพของดินโดยใช้ปุ๋ยคอกจากมูลแพะ

อาหารข้น ถึงแม้ว่าแพะจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยการกินหญ้าและพืชอาหารตามธรรมชาติ แต่การเสริมอาหารข้นก็เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังให้ผลผลิต เพื่อให้แพะได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอต่อการสร้างผลผลิตได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากพืชอาหารตามธรรมชาติมักมีคุณภาพและปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ นอกจากการเสริมอาหารข้นแล้ว ควรเสริมแร่ธาตุก้อนแก่แพะด้วย ได้มีรายงานวิจัยว่า การให้อาหารข้นที่ระดับโปรตีนร้อยละ 13.7 เทียบกับการให้อาหารข้นที่ระดับโปรตีนร้อยละ 20.7 แก่แพะพื้นเมืองน้ำหนัก 26 กิโลกรัม จะให้อัตราการเจริญเติบโตไม่แตกต่างกันทางสถิติ คือ 49.5 ± 5 และ 49.5 ± 4.7 กรัมต่อวัน ตามลำดับ

3. การจัดการเลี้ยงดูแพะ

การจัดการเลี้ยงดูแพะอย่างถูกต้องและเหมาะสม จะช่วยให้แพะสามารถแสดงประสิทธิภาพการผลิตได้เต็มที่ ซึ่งการเลี้ยงดูแพะก็ไม่ได้มีขั้นตอนและเทคนิคเฉพาะที่ยุ่งยากและแตกต่างไปจากการผลิตโคเนื้อหรือโคนม เพียงแต่ผู้เลี้ยงต้องให้ความเอาใจใส่ต่อการจัดหาปัจจัยการผลิตที่แพะต้องการใช้ในการดำรงชีวิตและการให้ผลผลิต
เนื่องจากเกษตรกรมีเป้าหมายและรูปแบบการเลี้ยงแพะที่แตกต่างกัน ทำให้มีการจัดการดูแลที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ดี การจัดการเลี้ยงดูแพะในช่วงการเจริญเติบโตระยะต่าง ๆมีการจัดการเลี้ยงดูที่สำคัญที่ต้องปฏิบัติดังนี้

พ่อพันธุ์ผู้เลี้ยงควรคัดเลือกแพะเมื่ออายุ 3 เดือน โดยเลือกตัวที่มีลักษณะดี แข็งแรงสมบูรณ์ และไม่มีอาการผิดปกติไว้เป็นพ่อพันธุ์ แล้วแยกเลี้ยงให้มีความสมบูรณ์ แต่จะต้องระวังไม่ให้อ้วนและให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แพะเพศผู้จะเริ่มแสดงอาการเป็นหนุ่มเมื่ออายุ 4 – 5 เดือน แต่จะผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุมากกว่า 8 เดือน ช่วงใกล้ฤดูผสมพันธุ์ แพะเพศผู้จะปัสสาวะรดตัวเองโดยเฉพาะบริเวณท้องและอก ต่อมาพ่อแพะจะแสดงอาการม้วนปาก นอกจากนี้ต่อมกลิ่นที่ฐานเขาจะทำงานส่งกลิ่นเพศผู้ออกไป พ่อพันธุ์ที่มีอายุ 1–2 ปี สามารถคุมฝูงแม่พันธุ์ได้ 10–15 ตัว และพ่อพันธุ์ที่มีอายุ 2–5 ปี สามารถคุมฝูงแม่พันธุ์ได้ 20–40 ตัว โดยเฉลี่ยแล้วจะใช้พ่อพันธุ์ 3 ตัวคุมฝูงแม่พันธุ์ 100 ตัว แม่พันธุ์ แพะสาวจะเริ่มเป็นสัดเมื่ออายุ 3–4 เดือน แต่ในช่วงนี้จะยังไม่ให้ผสมพันธุ์เพราะแพะยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ จะรอจนกว่าแพะมีอายุประมาณ 8–10 เดือน จึงจะจัดให้มีการผสมพันธุ์

รายได้เฉลี่ยต่อเดือน คุณสะอาดบอกว่า ถ้าเมื่อสิบปีที่แล้ว ที่เริ่มเลี้ยงเข้าปีที่3 รายได้เกิน3แสนต่อปี แต่หลังน้ำท่วมปี 54 แพะตายไปเยอะ คุณสะอาดบอกว่าเหลือรายได้ปีละแสนกว่า แต่คุณสะอาดก็ยังมองโลกในแง่ดี เพราะอย่างน้อยคุณสะอาดก็ยังมีแพะไว้ขยายรากฐานใหม่ และตอนนี้ก็ไม่มีหนี้สินแล้ว

ช่องทางการตลาด : แพะทั้งฝูงของคุณสะอาดให้ลูกเฉลี่ยปีละ 20 ตัว ซึ่งจะแบ่งขายลูกแพะไว้ประมาณ 15 ตัว ซึ่งจะมีลูกค้ามาติดต่อรับถึงที่ และจะเก็บตัวเมียไว้อย่างน้อยปีละ 5 ตัวเพื่อสร้างฝูง ส่วนการรีดนมขายก็จะได้วันละประมาณ 6 ลิตร ป้อนให้โรงงานผลิตนมแพะในพื้นที่ ลูกแพะตัวผู้ที่ขายไม่ออกก็จะขุนต่ออีก 6 เดือน เพื่อขายเนื้อให้กับตลาดใกล้ๆ

ข้อเสนอแนะจากเกษตรกร : สำหรับข้อเสนอแนะที่คุณสะอาดฝากถึงเกษตรกรที่สนใจจะทำการเลี้ยงแพะ คุณสะอาดบอกว่า ตอนนี้การเลี้ยงแพะเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นแล้วก็ตลาดยังมีความต้องการสูง ถ้าใครสนใจก็อยากให้ตัดสินใจได้เลยครับ เรื่องความรู้ต่างๆก็มีทางกรมปศุสัตว์เป็นที่ปรึกษาให้อย่างดีอีกด้วย

“การเลี้ยงแพะแม้ไม่รวยทันตา แต่แต่ผมรับรองว่าไม่มีอดแน่นอนครับ ถ้าคุณขยันเอาจริงเอาจัง การเลี้ยงแพะจะเป็นอาชีพที่มั่นคงที่สุดอาชีพนึงครับ”

ช่องทางการติดต่อ :

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะศึกษาในเรื่องการเลี้ยงแพะ คุณสะอาดบอกว่ายินดีต้อนรับและให้คำแนะนำได้เสมอ ซึ่งถ้าใครสนใจก็ไปหาคุณสะอาดได้เลย ที่บ้านเลขที่ 53 ม.2 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง นนทบุรี 11110 โทร.02-9230261

เลี้ยงแพะพลิกวิกฤติ สู่ชีวิตที่มีรายได้ยั่งยืน
เรื่อง/ภาพโดย : ทีมงานรักบ้านเกิด.คอม
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×