เกษตรกรต้นแบบ
"ลุงรีย์ ฟาร์มไส้เดือน เปลี่ยนขยะไร้ค่ามาเป็นทรัพย์ที่ใช้ไม่มีวันหมด"
คุณชารีย์ บุญญวินิจ
 13 มีนาคม 2561   329
จ.กรุงเทพมหานคร
สิ่งที่ผมทำนั้นมีรายได้ดี บางครั้งดีจนน่าตกใจ แต่การต่อสู้กับตัวเองเพื่อไม่ให้หลงเงินนั้นน่ากลัวกว่า เพราะการมีเงินมากๆ นั้นจะทำให้บ้าอำนาจ อยากได้อยากมีใช้เงินจ้างคนอื่นหมด

จากขยะเหลือทิ้งในครัวเรือนคุณชารีย์ บุญญวินิจ (ลุงรีย์) ได้เปลี่ยนสิ่งที่ทุกคนในสังคมไม่ต้องการให้กลับมามีมูลค่าได้อย่างน่าทึ่งด้วยกระบวนการคิดที่ไม่เหมือนใครทำ1ต้องให้ได้4 มูลไส้เดือนจะมีค่าก็ต่อเมื่อไปทำของมีค่า ถ้าเอาไปใส่ต้นโมกก็เป็นเพียงแค่ปุ๋ยมูลไส้เดือน แต่ถ้านำมูลไส้เดือนร่วมกับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงไปเลี้ยงเห็ดเยื่อไผ่ก็จะเกิดมูลค่าเพิ่มทวีคูณ การทำน้ำหมักมูลไส้เดือนเพื่อใช้ในวงการกล้วยไม้หรือจะเป็นมูลไส้เดือนอัดเม็ดเพื่อใช้กับวงการกุ้งและปลาสวยงาม เป็นการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มจากไส้เดือนที่ใครๆก็ทำได้ถ้าเปิดใจศึกษาอย่างจริงจังแถมมีรายได้ไม่ต่ำกว่าแสนบาทเลยทีเดียว

“อายุมากขึ้นเรื่อยๆเดี๋ยวก็ได้เป็นลุงสมใจ” นี่คือที่มาของลุงรีย์ชายหนุ่มที่มิได้เดินตามกรอบของคนทั่วไปจากความคิดที่ว่า“ที่เขาว่ากันว่าบั้นปลายชีวิตที่สงบนั้น ไม่จำเป็นต้องรอจนแก่ตัว ไฉนคนรุ่นใหม่จึงไม่ไขว่คว้าความสุขที่ผู้คนทำงานหนักฝันกันไว้ ตั้งแต่เสียตอนนี้!!” จากเด็กหนุ่มจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำงานเป็นที่ปรึกษาการออกแบบให้กับแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำในเมืองไทย กล้าที่จะก้าวออกสู่โลกกว้างเพื่อค้นหาหนทางของตัวเอง ไปทำงานอยู่ในครัวร้านอาหารในสหรัฐอเมริกา มองเห็นวัฒนธรรมที่แตกต่าง วัฒนธรรมในการสร้างขยะจากสังคมเมืองเกิดขึ้นอย่างมากมายเป็นความสงสัยที่อยากจะหาคำตอบว่าขยะที่เกิดขึ้นทุกวันแบบนี้จะหาวิธีไหนกำจัดมันให้หมดสิ้น หลังจากกลับมาเมืองไทยก็ศึกษาค้นคว้า “ไส้เดือน” คือเครื่องจักรมีชีวิตที่สามารถกำจัดขยะอินทรีย์ได้อย่างเหมาะสมในสังคมเมืองมากที่สุด การศึกษาหาผู้รู้ เริ่มต้นทดลองทำจนกลายมาเป็น ฟาร์มลุงรีย์ ในที่สุด

จากแนวคิดการกำจัดขยะอินทรีย์ในสังคมเมืองด้วยการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อให้กินขยะที่เกิดในครัว ขยะหมดได้มูลไส้เดือนจากมูลไส้เดือนขนาดเล็กจิ๋วได้ก่อเกิดเรื่องราวต่างๆเพิ่มอีกมากมาย ภายในฟาร์มลุงรีย์ที่ใช้ลานจอดรถใต้ต้นหูกวางกับอาคารหอพักเก่าๆมีเรื่องราวกิจกรรมน่าสนใจที่ต่อยอดมาจากมูลของไส้เดือน มีกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อสร้างและกำจัดขยะไปพร้อมกันเพื่อให้เกิดวงจรเกื้อหนุนเป็นวัฎจักรในการพึ่งพาตนเองดังจะเห็นได้จากการนำเศษใบไม้ของต้นหูกวางมาทำปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกอง กิ่งไม้นำมาเผาถ่านด้วยเตาเผาไร้ควัน เลี้ยงหมูเพื่อกำจัดเศษผักที่เหลือจากการปลูกผักแบบอินทรีย์ได้มูลมาเป็นวัตถุดิบเลี้ยงไส้เดือน,เลี้ยงไก่-เป็ดเพื่อกินไข่,เลี้ยงแพะเพื่อได้น้ำนมทุกการเลี้ยงใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเพื่อกำจัดกลิ่น เศษอาหาร ผัก กากถั่วเหลืองที่ทุกคนคิดว่าเป็นขยะคือของมีค่าที่สามารถแปรเปลี่ยนสร้างมูลค่าเพิ่มได้ทั้งสิ้น จากมูลไส้เดือนมาสู่ปุ๋ยไส้เดือน,น้ำหมักมูลไส้เดือน ทำการเกษตรในเมืองทำ1อย่างต้องได้ 4 อย่างถึงจะน่าสนใจสำหรับสังคมเมือง

การทำฟาร์มไส้เดือน :

แนวคิดการทำฟาร์มในเมืองที่ฟาร์มลุงรีย์จะช่วยจุดประกายความคิดได้เป็นอย่างดีที่นี่เปรียบเสมือนห้องเรียนต่อเติมฝันของคนที่อยากทำการเกษตรแต่ไม่มีพื้นที่ ไม่มีเวลา ไม่อยากออกจากเมืองไปสู่ชนบท ไม่ต้องรอเวลาเก็บเงินเพื่อไปซื้อที่แล้วค่อยเริ่มต้นทำเกษตร ฟาร์มลุงรีย์จึงเป็นเสมือนศูนย์เรียนรู้การทำฟาร์มในเมืองโดยเริ่มต้นทำสิ่งใกล้ตัวโดยใช้ไส้เดือนเป็นตัวนำเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเราสามารถทำเกษตรได้ทุกที่ ทุกเวลาฉีกข้อจำกัดในสิ่งที่กล่าวมาแล้ว การกำจัดขยะในเมืองจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปและผลพลอยได้ของการกำจัดขยะยังสามารถต่อยอดไปได้อีกมากมายอย่างไม่รู้จบ

การเริ่มต้นทำฟาร์มไส้เดือนสามารถทดลองเลี้ยงไส้เดือนด้วยชุดทดลองเลี้ยงเพียง 900 บาทจะมีแม่พันธุ์ไส้เดือน 250 กรัม ( 500 ตัว) กะละมังอย่างหนาเจาะรู ผ้าคลุมกันหนี เบดดิ้งอาหารสำเร็จสำหรับ 15 วัน เพียงแค่นี้ก็สามารถเริ่มกระบวนการเรียนรู้ได้แล้ว

การต่อยอดเมื่อเรียนรู้จนเชี่ยวชาญมูลไส้เดือนสามารถเอามาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มได้ด้วยการทำน้ำหมักมูลไส้เดือน ด้วยการนำมูลไส้เดือนใส่ถุงผ้าแช่น้ำซาวข้าวของเหลือทิ้งจากในครัวพร้อมเติมอากาศเข้าไปใส่ใบหม่อนที่มีกรดอะมิโนมากกว่า 20 ชนิด ใส่นมหรือโยเกิร์ตที่มีกรดแลคติคเข้าไป ใช้เวลา 1 สัปดาห์ก่อนนำไปใช้ก็เอาไส้เดือนมาอาบน้ำหมักนี้เพื่อเอาเมือกในลำตัวไส้เดือนผสมเข้าไปก็จะได้น้ำหมักสูตรเข้มข้นใช้กับพืชได้ทุกชนิดฉีดเข้าไปพืชนำไปใช้ได้ทันทีเพราะมันเป็นเอนไซม์ที่อยู่ในลำไส้ไส้เดือนมีอนุภาคขนาดเล็กอยู่แล้ว
การทำปุ๋ยมูลไส้เดือนใช้พื้นที่ไม่มากพื้นที่ข้างบ้านกว้าง 1 เมตรยาวประมาณ 5-6 เมตรก็สามารถผลิตปุ๋ย ได้ 500 กิโลกรัมภายในระยะเวลา 1 เดือน จะเห็นว่าการทำฟาร์มแนวตั้งตัดปัญหาเรื่องการใช้พื้นที่ได้มาก ดังนั้นปุ๋ย 1 ตัน ต่อเดือนใช้พื้นที่ข้างบ้านใครๆก็สามารถทำได้

การทำฟาร์มในเมืองจะต้องใช้พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้คุ้มค่ามากที่สุด การมีกิจกรรมหลายอย่างจะต้องเชื่อมโยงเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ใช้แนวคิด ทำ 1 อย่างให้ได้ 4 อย่างในเมื่อมีปุ๋ยและน้ำหมักมูลไส้เดือนก็สามารถปลูกผักเศษผักที่เหลือจากการตกแต่งนำมาเป็นอาหารไส้เดือน การเลี้ยงสัตว์เอให้ได้มูลมาเป็นอาหารของไส้เดือน ได้ผลผลิตจากสัตว์ที่เลี้ยงเป็นกำไร แปรรูปวัตถุดิบที่มีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งที่มีอยู่
ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากกระบวนการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อกำจัดขยะจากแนวคิดเริ่มต้นเราจะได้มูลไส้เดือนนำมาบรรจุถุงขายเป็นปุ๋ยมูลไส้เดือนกิโลกรัมละ 35 บาท,น้ำหมักมูลไส้เดือน 1ลิตรละ 50 บาท,ดินผสมมูลไส้เดือน 5 กระสอบ 100 บาท ,ไส้เดือนกิโลกรัมละ 1,000 -5,000 บาท,มูลไส้เดือนอัดเม็ดใช้เลี้ยงปลา,กุ้งสวยงามกระปุกละ 200 บาทจะเห็นได้ว่าจากขยะที่ไม่มีใครต้องการสามารถเปลี่ยนเป็นของมีค่าได้ทันทีถ้ามีไส้เดือน

ช่องทางการตลาด : การทำเกษตรยุคนี้ต้องสื่อสารทุกช่องทางต้องมีการสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง มีบุคลิคที่แตกต่างเริ่มตั้งแต่แนวคิด โลโก้ที่สะท้อนตัวตนของเราให้เป็นที่จดจำ คอนเซ็ปฟาร์มคนเมือง เราจะต้องตอบโจทย์คนเมืองให้ได้ในเรื่องของพื้นที่จำกัด เวลาที่มีไม่มาก การดูแลที่ไม่ยุ่งยาก การต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มซึ่งโจทย์เหล่านี้ถ้าตอบได้นั่นคือสินค้าขายตัวเองได้แล้ว บุคลิคของฟาร์มลุงรีย์คือ “ฟาร์มแฟชั่น” ที่มีแนวคิดทันสมัย พัฒนาต่อยอดไม่หยุดนิ่งสามารถเชื่อมต่อได้กับคนทุกกลุ่มการบอกต่อและช่องทางโซเชียลมีเดีย การออกร้าน เพิ่มช่องทางจำหน่ายรวมถึงการสร้างเครือข่ายคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ

รายได้จากการทำในสไตล์ลุงรีย์ ผลิตภัณฑ์จากไส้เดือนปุ๋ยมูลไส้เดือน 1ตัน ต่อเดือน 20,000 บาท,น้ำหมักมูลไส้เดือน 100 ลิตรต่อเดือน 5,000 บาท จำหน่ายชุดเลี้ยงไส้เดือนเดือนละ 40 ชุดขั้นต่ำ 20,000 บาท มีรายได้จากการจัดครอสอบรม,รายได้จากการฝากขายผลิตภัณฑ์,การออกงานอีเว้นท์รวมรายได้เกิน 100,000 บาทและมีแนวโน้มรายได้บวกๆตลอดแต่ทั้งนี้การทำเกษตรในเมืองก็มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าในต่างจังหวัดไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าที่ ค่าน้ำ ไฟ ค่าคนงาน เงินเดือนตัวเองที่ตั้งไว้ในระดับหัวหน้าฝ่ายซึ่งรวมๆแล้วก็ยังมีกำไรอยู่ในสังคมเมืองอย่างสบายๆ

ข้อเสนอแนะจากเกษตรกร :การศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อตอบโจทย์เป็นสิ่งสำคัญ การสร้างแบรนด์เพื่อให้ได้รับการจดจำเป็นสิ่งจำเป็น การรวมกลุ่มแบ่งปันความรู้ช่วยให้เราก้าวไปข้างหน้าอย่างอบอุ่นมั่นคงเพราะถ้าเรามีกลุ่มเราไม่ได้คิดคนเดียว กลุ่มจะช่วยเราคิดช่วยเราแก้ปัญหา เครือข่ายจะช่วยเราผลิต ช่วยเราขายเป็นสังคมที่เกื้อกูลกันเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง การสร้างฟาร์มในเมืองไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มากมายเพียงแค่ลานจอดรถ หรือห้องเก็บของที่ไม่ใช้แล้วก็สามารถสร้างฟาร์ม สร้างรายได้ได้แล้ว แนวคิดฟาร์มแนวตั้งจะเป็นการตอบโจทย์ของการทำฟาร์มในเมืองได้เป็นอย่างดี

ที่อยู่และช่องทางการติดต่อ : UNCLEREE’S FARM ฟาร์มลุงรีย์ 19/29 หมู่ 14 ซอยเพชรเกษม 46 แยก 11 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 10160 โทร.08-3236-0006 , Line:Uncle Ree Farm , Facebook:unclereefarm ,Website:www.unclereefarm.wordpress.com

ลุงรีย์ ฟาร์มไส้เดือนดินเปลี่ยนขยะไร้ค่ามาเป็นทรัพย์
เรื่อง/ภาพโดย : ทีมงานรักบ้านเกิด.คอม
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
25-31°C
เชียงใหม่
21-30°C
นครราชสีมา
23-32°C
ชลบุรี
24-30°C
นครศรีธรรมราช
23-27°C
ภูเก็ต
25-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×