ข้าว
(2,013 เรื่อง)
ดินเค็ม (Salinity) ดินเค็มคือดินที่มีปริมาณเกลือสูงจนมีผลเสียต่อพืช ซึ่งพิจารณาได้จากค่าการนำไฟฟ้า Electrical conductivity (EC) ของดิน ในดินเค็มมีค่าการนำไฟฟ้าของดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำมากกว่า 4 dS/m มีอิออนที่เกี่ยวข้องหลายตัวแต่ที่สำคัญๆ คืออิออนของโซเดียม (Na) แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม (Mg) คลอไรด์ และซัลเฟต ผลของดินเค็มที่มีต่อพืชคือทำให้พืชขาดน้ำ เพราะพืชดูดน้ำไปใช้ไม่ได้ เกิดความเป็นพิษของโซเดียมและคลอรีน การมีเกลือมากยังไปยับยั้งการดูดใช้โพแทสเซียมและแคลเซียมด้วย นอกจากนี้ยังทำให้ปริมาณคลอโรฟิลล์และอัตราการสังเคราะห์แสงลดลง เพิ่มอัตราการหายใจและเพิ่มปริมาณไนโตรเจนในพืชในขณะที่ปริมาณโพแทสเซียมและแคลเซียมกลับลดลง (เนื่องจากการดูดใช้ลดลง) ในข้าวที่ทนต่อความเค็ม โดยปกติจะเป็นข้าวที่ยังคงสามารถดูดใช้ธาตุอาหารพืชโดยเฉพาะโพแทสเซียมได้ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากดินเค็ม ทำให้ข้าวที่ทนเค็มมีค่า K:Na สูงกว่า และมีระดับของ Ca2+ ในใบสูงกว่าพันธุ์อ่อนแอ
3 ตุลาคม 2555
3,475
เกิดจากการที่ดินมีระดับธาตุเหล็กที่เป็นประโยชน์ในสารละลายดินสูง จนทำให้พืชดูดใช้มากเกินไป (ระดับที่ทำให้เกิดอาการคือมีเหล็กในเนื้อเยื่อ 300-2000 มิลลิกรัม Feต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับอายุพืช) จนเกิดเป็นพิษขึ้น เกิดได้ตั้งแต่ระยะที่ปักดำข้าวใหม่ๆ จนถึงระยะข้าวออกรวง โดยในระยะแรกจะมีจุดสีน้ำตาลเกิดบนใบล่าง เริ่มจากปลายใบลามเข้าสู่ฐานใบ ต่อมาจุดสีน้ำตาลเหล่านี้จะเชื่อมต่อกันทำให้ใบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลออกส้มและตายในที่สุด ใบบนจะแคบแต่มักจะยังคงมีสีเขียว ในกรณีที่มีการขาดรุนแรงใบข้าวจะกลายเป็นสีน้ำตาลม่วง ในข้าวบางพันธุ์ปลายใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มและแห้งลง ข้าวจะอ่อนแอต่อเหล็กเป็นพิษมากในระยะแรกของการเจริญเติบโต ซึ่งระบบรากยังพัฒนาไม่เต็มที่ อาการอื่นๆ ของข้าวที่ได้รับผลกระทบจากเหล็กเป็นพิษคือข้าวชะงักการเจริญเติบโต การแตกกอลดลง ต้นแคระแกรน รากข้าวมีปริมาณน้อยและมีสีดำหรือสีน้ำตาลเคลือบผิวรากไว้ รากบางส่วนจะตาย ความเป็นพิษของเหล็ก เป็นสาเหตุให้ข้าวขาดธาตุฟอสฟอรัส โพแทสเซียมและแมกนีเซียมได้ เพราะในสารละลายดินที่มีความเข้มข้นของเหล็กสูง ทำให้การเจริญของรากเป็นไปอย่างจำกัด และผิวรากจะถูกเคลือบด้วยออกไซด์ของ Fe2+ ทำให้ประสิทธิภาพการดูดใช้ธาตุอาหารพืชลดลง
3 ตุลาคม 2555
4,653
การขาดซิลิกอน (Silicon deficiency) ซิลิกอน (Si) เป็นธาตุอาหารที่มีประโยชน์สำหรับข้าว แต่หน้าที่ของธาตุนี้ในพืชยังไม่ทราบแน่ชัด ซิลิกอน จำเป็นในการพัฒนาใบ รากและลำต้นที่แข็งแรง ซิลิกอนที่เป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ ช่วยให้พืชต้านทานโรค แมลงและปลวกดีขึ้น ข้าวที่ได้รับซิลิกอน พอเพียงจะมีใบและลำต้นตั้ง ทำให้การสังเคราะห์แสงดีขึ้น ข้าวที่ขาดซิลิกอนจะมีใบไม่กระด้างและโน้มลง (Droopy) ทำให้ประสิทธิภาพในการสังเคราะห์แสงลดลง ข้าวจะอ่อนแอต่อการทำลายโรคและแมลง การขาดที่รุนแรงจะเกิดจุดสีน้ำตาลบนใบข้าว จำนวนรวงต่อตารางเมตรและจำนวนเมล็ดดีต่อรวงลดลง ข้าวจะหักล้มมาก การขาดซิลิกอนมีสาเหตุจากการที่ดินมีปริมาณซิลิกอนไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต วัตถุต้นกำเนิดดินมีปริมาณซิลิกอนต่ำ รวมทั้งการขนฟางออกจากแปลงนาเป็นระยะเวลาหลายปีติดต่อกันก็ทำให้ดินขาดซิลิกอนได้เช่นกัน การขาดซิลิกอนมักพบในดินนาที่เสื่อมโทรมดินที่มีปริมาณซิลิกอนต่ำ และดินนาน้ำฝนที่มีการชะล้างสูง เช่นดินนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3 ตุลาคม 2555
4,986
การขาดกำมะถัน(Sulfur deficiency) กำมะถัน (S) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของกรดอะมิโนและโคเอนไซม์ ที่ช่วยในการสร้างคลอโรฟิลล์และสังเคราะห์โปรตีน กำมะถันไม่ค่อยเคลื่อนย้ายในพืชทำให้อาการขาดเกิดกับใบอ่อนก่อน ต้นข้าวที่ขาดกำมะถันจะมีอาการคล้ายกับการขาดไนโตรเจน ต่างกันตรงที่การขาดไนโตรเจนจะเกิดที่ใบแก่ก่อน แต่การขาดกำมะถันจะเกิดที่ใบอ่อนก่อนแล้วตามด้วยใบแก่ โดยเริ่มแรกที่กาบใบจะมีสีเหลืองแล้วลุกลามสู่ใบ อาจพบต้นข้าวมีสีเหลืองทั้งต้นในระยะแตกกอ ความสูงและการแตกกอลดลง ต้นข้าวและใบข้าวเล็กลง นอกจากนี้การขาดกำมะถันยังทำให้การเจริญเติบโตและการพัฒนาของข้าวช้าลง รวงข้าวจะน้อยและสั้น จำนวนเมล็ดต่อรวงลดลง จำนวนท้องไข่ของเมล็ดเพิ่มขึ้น ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าข้าวที่ขาดกำมะถันจะแสดงอาการใกล้เคียงกับการขาดไนโตรเจนมาก จนบางครั้งไม่สามารถบอกความแตกต่างได้ชัดเจน การวินิจฉัยที่แม่นยำอาจต้องใช้ผลจากการวิเคราะห์ตัวอย่างดินและพืช มาประกอบด้วย การขาดกำมะถันมีสาเหตุมาจากหลายประการ ที่สำคัญคือดินมีปริมาณกำมะถันไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตการใช้ปุ๋ยเคมีที่ไม่มีกำมะถันเป็นส่วนประกอบ เช่น ยูเรีย, 0-46-0 เป็นต้น รวมทั้งการเผาฟางข้าวหลังเก็บเกี่ยว การขาดกำมะถันมักพบในดินที่มีการผุพังอยู่กับที่ (Weathering) สูง โดยแร่ที่อยู่ในรูปออกไซด์จะดูดยึดซัลเฟตไว้ หรือพบในดินที่มีอินทรียวัตถุต่ำ เนื้อดินเป็นทรายจัด หรือพื้นที่ที่มีการเผาฟางข้าวเป็นประจำ
3 ตุลาคม 2555
6,954
การขาดแมกนีเซียม (Magnesium deficiency) แมกนีเซียม (Mg) ช่วยในการทำงานของเอนไซม์หลายชนิด เป็นองค์ประกอบหนึ่งของคลอโรฟิลล์จึงมีส่วนในการสังเคราะห์แสง และการสังเคราะห์โปรตีนด้วย แมกนีเซียมเป็นธาตุที่เคลื่อนย้ายได้ง่าย อาการขาดจึงมักเกิดกับใบแก่ก่อน ต้นข้าวที่ขาดแมกนีเซียมจะมีอาการคล้ายการขาดโพแทสเซียม คือจะมีสีซีด พื้นที่ระหว่างเส้นใบจะเป็นสีเขียวซีด โดยจะเกิดกับใบแก่ก่อนและเมื่อขาดมากขึ้นจะลามมาถึงใบอ่อน ในกรณีที่ขาดรุนแรงใบแก่ของข้าวจะกลายเป็นสีเหลือง ข้าวมีการแตกกอ จำนวนใบและขนาดใบปกติ แต่ใบจะบิดไปมาและโน้มลง (Droopy) ข้าวจะมีจำนวนและน้ำหนักเมล็ดลดลง คุณภาพเมล็ดไม่ดี การขาดแมกนีเซียมมักพบในดินที่เป็นกรดและมี CEC ต่ำ และดินทรายที่มีอัตราการซึมน้ำและการชะล้างสูง
3 ตุลาคม 2555
3,106
การขาดโพแทสเซียม (Potassium deficiency) โพแทสเซียม (K) มีส่วนสำคัญในการเคลื่อนย้ายสารอาหารหรือผลผลิตจากการสังเคราะห์แสง ในพืช โพแทสเซียมจะช่วยทำให้ผนังเซลล์แข็งแรง เพิ่มพื้นที่ใบและปริมาณคลอโรฟิลล์ ชะลอการร่วงของใบ ช่วยเพิ่มจำนวนเมล็ดและจำนวนเมล็ดดีต่อรวง เพิ่มน้ำหนักเมล็ด แต่ไม่ช่วยในการแตกกอ ข้าวที่ขาดโพแทสเซียมต้นจะแคระแกรน การแตกกอลดลง ใบสั้น เหี่ยวแห้ง ใบโน้มลง (Droopy) และมีสีเขียวเข้ม ใบล่างจะมีปลายใบสีน้ำตาลเหลือง มีสีเหลืองระหว่างเส้นใบโดยเริ่มจากปลายใบและขอบใบแล้วค่อยๆ ลุกลามสู่โคนใบในที่สุด ต่อมาใบจะแห้งและกลายเป็นสีน้ำตาล ถ้าการขาดรุนแรงมากขึ้นบางครั้งจะมีจุดประสีน้ำตาลบนใบที่เป็นสีเขียวเข้มโดยเริ่มที่ปลายใบก่อนจะขยายสู่ส่วนอื่นๆ ของใบ รวงข้าวจะผอมยาว อาจมีจุดด่าง ขนาดและน้ำหนักของเมล็ดลดลง การหักล้มสูง มักจะเกิดในระยะหลังของการเจริญเติบโต อาการขาดโพแทสเซียมนี้อาจสังเกตเห็นได้ยากในข้าวทั่วไป สาเหตุของการขาดโพแทสเซียมเกิดจากการปลูกข้าวในดินทรายหรือดินที่มีปริมาณดินเหนียวต่ำ มีธาตุโพแทสเซียมในดินต่ำหรือไม่อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ หรือดินที่มีการชะล้างสูง นอกจากนี้อาจพบอาการขาดโพแทสเซียมในดินอินทรีย์ เช่นดินพีท (Peat) ดินมัก (Muck)
3 ตุลาคม 2555
3,026
การขาดฟอสฟอรัส (Phosphorus deficiency) ฟอสฟอรัส (P) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของ Adenosine triphosphate (ATP) นิวคลีโอไทล์ (Nucleotile) กรดนิวคลีอิก (Nucleic acids) และฟอสโฟไลปิด (Phospholipid) ฟอสฟอรัสจะช่วยในการแตกกอ การพัฒนาของราก การออกดอกและการสุกแก่ของข้าว ปุ๋ยฟอสเฟตจะจำเป็นมากสำหรับข้าวที่ระบบรากยังไม่พัฒนาเต็มที่ เช่นหลังการปักดำใหม่ๆ ดังนั้นจึงควรใส่ปุ๋ยฟอสเฟตเป็นปุ๋ยรองพื้นก่อนการปักดำหรือในวันปักดำ ข้าวที่ขาดฟอสฟอรัสจะแคระแกรน การแตกกอน้อย ใบแคบ สั้น ตั้งตรงและมีสีเขียวเข้ม ลำต้นผอมเรียว ข้าวจะชะงักการเจริญเติบโต จำนวนใบ จำนวนรวงและจำนวนเมล็ดต่อรวงลดลง ใบอ่อนสมบูรณ์ดีแต่ใบแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและตายในที่สุด ถ้าพันธุ์ข้าวที่ปลูกสามารถผลิต Anthocyanin ได้ใบอาจเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือสีม่วง ในดินที่เป็นกรดการขาดฟอสฟอรัสมักจะเกิดร่วมกับเหล็กเป็นพิษ
2 ตุลาคม 2555
5,265
วันที่ 19 กันยายน 2555 เวลา 14.35 น. ทีมงานรายการ Farmer in fo สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันพิษณุโลก FM 92.50 Mhz สัมภาษณ์คุณนงนุช โพธิ์ทอง บ้านเลขที่ 29 หมู่ 1 ตำบลมะตูม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะรองประธานกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ ในโครงการกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษและเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ ผ่านทางรายการ Farmer in fo *1677 ร่วมด้วยช่วยเกษตรกร ว่าภายในกลุ่มได้มีการคิดค้นสูตรน้ำหมักกันเองเพื่อลดต้นทุนไว้บ้าง ซึ่งก็ใช้ได้ผลค่อนข้างดี โดยส่วนใหญ่ใช้วัตถุดิบที่มีในครัวเรือนมาใช้ เพื่อจะได้ลดต้นทุน กำจัดโรคและแมลงศัตรูข้าวต่างๆ และได้ฝากให้พี่น้องชาวเกษตรกรได้ทดลองนำไปใช้
26 กันยายน 2555
2,071
วันที่ 20 กันยายน 2555 เวลา 16.30 น.เจ้าหน้าที่ farmer info ลงพื้นที่พบคุณทองคำ เข็มทองคำ ประธานปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดสุโขทัย บ้านเลขที่ 2/1 หมู่3 บ้านดอนสัก ตำบลไกลกลาง อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เกษตรกรผู้ทำปุ๋ยอินทรีย์น้ำจากปลาหรือหอยเชอรี่ สูตรพิเศษ (แบบพอเพียง) และเมื่อใช้ในนาข้าวจะช่วยให้ข้าวเจริญเติบโตได้เร็ว ทำให้ข้าวมีน้ำหนักดีและข้าวจะออกรวงเร็วสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้เร็วกว่ากำหนด 15 วัน อีกทั้งช่วยย่อยตอซังข้าว ภายใน 7- 10 วัน และยังมีคุณสมบัติพิเศษสามารถย่อยสลายเมล็ดข้าวซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เมล็ดข้าวมีความเต่งเต็มเมล็ดใด้ โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี และหากเป็นผลไม้ ก็จะช่วยในการกระตุ้นผลผลิตของไม้ผลให้ออกลูกตามฤดูกาล และช่วยเร่งไม้ผลที่ไม่ออกดอกให้ติดดอกออกผลตามฤดูกาล ส่วนพืชผัก ก็จะช่วยในการเจริญเติบโตของต้นพืช ช่วยในการติดดอกและผลผลิตได้อย่างดี ทั้งนี้คุณทองคำ เข็มทองคำ ได้แนะนำสูตรปุ๋ยอินทรีย์น้ำจากปลาหรือหอยเชอรี่ สูตรพิเศษ (แบบพอเพียง) ผ่านทางเจ้าหน้าที่ Farmer info จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเผยแพร่ให้กับเกษตรกรท่านอื่นที่สนใจ ซึ่งทำได้ง่าย ประหยัด เหมาะกับเกษตรกรที่ต้องการลดต้นทุนในการทำการเกษตรต่อไป
26 กันยายน 2555
1,869
การป้องกันและกำจัดแมลงในนาข้าวมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าพบว่ามีการระบาดจากแปลงนาของตนเองหรือของเกษตรกรรอบข้าง เกษตรกรควรรู้จักวิธีในการป้องกันก่อนความเสียหายจะเกิดขึ้น อาจด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านหรือวิธีการต่างๆที่มีความแตกต่างกันไป สำหรับคุณจรูญ พลายด้วง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอ่าวเคียน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการ Farmer info ทางด่วนข้อมูลการเกษตร ว่า หากพบมีการเริ่มระบาดของแมลงในนาข้าว เกษตรกรสามารถใช้สารกำจัดกลิ่นและไล่แมลงในบ้านเรือน มาปรับใช้ไล่แมลงในนาข้าวได้ ซึ่งพบว่าได้ผลดีสามารถป้องกันและไล่แมลง ไม่ให้มาทำลายนาข้าวได้ มีรายละเอียดและวิธีการดังนี้
25 กันยายน 2555
3,566
ราคาน้ำมัน
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563
น้ำมัน
ราคา
แก๊สโซฮอล์ 91
26.08 บาท
แก๊สโซฮอล์ 95
26.35 บาท
แก๊สโซฮอล์ E20
23.34 บาท
แก๊สโซฮอล์ E85
19.49 บาท
ดีเซล
25.99 บาท
ดีเซล พรีเมี่ยม
29.86 บาท
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
22-35°C
เชียงใหม่
19-33°C
นครราชสีมา
17-35°C
ชลบุรี
23-32°C
นครศรีธรรมราช
23-30°C
ภูเก็ต
25-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×