สัตว์น้ำเค็ม
(146 เรื่อง)
จากการเข้าพบคุณเปรียวพันธ์ ขวัญช่วย นักวิชาการประมง วันที่ 20 กันยายน 2555 ณ ห้องนักวิชาการประมง ได้กล่าวว่า การระบาดของโรคขี้ขาวในกุ้งทะเลเลี้ยง โดยเฉพาะในกุ้งขาวแวนนาไม เป็นกุ้งที่นิยมเลี้ยงมากที่สุดในปัจจุบัน ส่งผลกระทบอย่างมากทางเศรษฐกิจต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้ง ทำให้ผู้เลี้ยงกุ้งมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เพราะกุ้งมีอัตราการเจริญเติบโตช้า ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่ ต้องจับกุ้งขายก่อนกำหนด และมีอัตราการรอดต่ำ รวมทั้งอาจทำให้ผู้แปรรูปกุ้งเสียโอกาสทางการตลาด นอกจากนี้มีแนวโน้มว่า โรคนี้จะอยู่กับการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลไทยไปตลอด เนื่องจากเชื้อสามารถเจริญเติบโต และแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว
5 พฤศจิกายน 2555
โรคเรืองแสงในกุ้งกุลาดำเกิดจากเชื้อ วิบริโอ ฮาวีอาย (Vibrio harveyi) ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมลบ มีลักษณะรูปร่างเป็นท่อนสั้น ๆ สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยหนวด ต้องการสารอินทรีย์เป็นแหล่งคาร์บอนและพลังงาน เติบโตได้ทั้งในสภาวะมีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน เชื้อนี้สามารถให้แสงสีเขียวแกมเหลืองออกมา โดยปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดจากเอ็นไซม์ ลูซิเฟอเรส (Luciferase) ซึ่งทำให้เรืองแสงได้ในที่มืดนั่นเอง เชื้อวิบริโอ ฮาวีอาย จะเพิ่มจำนวนตัวอย่างรวดเร็วในน้ำที่มีความเค็มระหว่าง 10-40 พีพีที ที่อุณหภูมิน้ำสูงประมาณ 25-35 องศาเซลเซียสและค่าพีเอชน้ำที่เชื้อนี้เจริญเติบโตดีคือ7-9ปัญหาการเกิดโรคเรืองแสงของกุ้งในบ่อเลี้ยงพบได้ตั้งแต่ปล่อยลูกกุ้งในบ่อ 2 สัปดาห์จนถึง กุ้งใหญ่ขึ้นกับการจัดการบ่อและสภาพของพื้นบ่อ แต่ที่พบมากกุ้งมีอายุประมาณ 30-60 วัน
12 ตุลาคม 2555
ไวรัสหัวเหลือง (Yellow-head Virus = YHV) โรคหัวเหลือง ทำความเสียหายแก่ผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำตั้งแต่ปี 2533 ในเขตพื้นที่สมุทรสาคร สมุทรสงครามเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ระยอง และในปี 2534 ทำความเสียหายอย่างรุนแรงในจังหวัดฉะเชิงเทราจันทบุรี ตราดและบางจังหวัดในเขตภาคใต้จนกระทั่งปี 2536 ทุกจังหวัดที่มีการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในขณะนั้นมีรายงานการเกิดโรคหัวเหลือง โรคชนิดนี้เรียกตาลักษณะของกุ้งที่ป่วยซึ่งมักจะอยู่ตามริมขอบบ่อลำตัวกุ้งมีสีซีด มองเห็นส่วนหัวมีสีเหลือง เนื่องจากตับและตับอ่อน ( hepatopancreas)มีสีซีดเหลือง กุ้งที่เป็นโรคหัวเหลือง จะมีขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กอายุ 25 วันขึ้นไปจนถึงประมาณ 70 วัน โดยโรคหัวเหลืองที่เกิดกับกุ้งอายุ 25-35 วัน มีลักษณะคล้ายกับโรคตายเดือนแต่ความรุนแรงจะมากกว่า คือ โรคตายเดือนเมื่อให้กินยาปฏิชีวนะร่วมกับการจัดการเรื่องคุณภาพน้ำและพื้นบ่อให้ดีขึ้น มักจะแก้ปัญหาได้ แต่กุ้งที่เป็นโรคหัวเหลืองนั้นพบว่ากุ้งตายอย่างรวดเร็วโดยใช้เวลา 2-3 วันกุ้งจะตายหมดบ่อ
12 ตุลาคม 2555
ไวรัสดวงขาว หรือ ตัวแดงดวงขาว (White Spot Syndrome Virus = WSSV) โรคดวงขาว หรือ โรคตัวแดงดวงขาวในกุ้งกุลาดำ ได้พบมีการระบาดในประเทศจีนและญี่ปุ่นตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 - 2537 ในประเทศไทยเริ่มมีการระบาดของโรคชนิดนี้ตั้งแต่ปลายปี 2537 ทางภาคตะวันออกและใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี สงขลา นครศรีธรรมราช และปัตตานี ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตกพบที่ ตรัง การระบาดของโรคดังกล่าวก่อให้เกิดการสูญเสียอย่างมากในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในประเทศไทย โดยความรุนแรงของเชื้อและการสูญเสียที่เกิดขึ้นใกล้เคียงกับโรคหัวเหลืองที่เคยระบาดในกุ้งกุลาดำในปัจจุบันนี้โรคดวงขาวพบในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำทุกพื้นที่ แต่ความรุนแรงขึ้นอยู่กับฤดูกาลและพื้นที่การเลี้ยงในช่วงปลายปีตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปีและต้นปีซึ่งอากาศหนาวเย็นจะมีการตายของกุ้งโรคดวงขาวมากกว่าช่วงอื่น ๆ
12 ตุลาคม 2555
ไวรัส เอ็มวีบี (MBV: Monodon Baculovirus) โรคไวรัสเอ็มบีวีได้ตรวจพบครั้งแรกในกุ้งกุลาดำจากประเทศไต้หวัน เมื่อปี 2524 หลังจากนั้นก็มีรายงานจากหลายประเทศทั่วโลกและมีรายงานในกุ้งทะเลหลายชนิด ประเทศไทยได้ตรวจพบไวรัสเอ็มบีวีในกุ้งกุลาดำทั้งจากลูกกุ้งในโรงเพาะฟักและกุ้งเลี้ยงในบ่อ อย่างไรก็ตามการตายของกุ้งที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสเอ็มบีวียังไม่มีความรุนแรงมากและไม่ชัดเจนนอกจากจะมีสาเหตุร่วมเช่น คุณภาพน้ำไม่เหมาะสม ปล่อยกุ้งแน่น พื้นบ่อสกปรกประกอบกับมีเชื้อไวรัสอยู่ในตัวกุ้งอยู่แล้วก็อาจทำให้อัตราการสูญเสียเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ในปัจจุบันยอมรับว่า ไวรัสเอ็มบีวีมีผลทำให้กุ้งที่ติดเชื้อเจริญเติบโตช้า
12 ตุลาคม 2555
ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนา ซึ่งมีการเลี้ยงอย่างหนาแน่น โดยปล่อยกุ้งเป็นจำนวนมาก ในบริเวณที่จำกัดพฤติกรรมต่าง ๆ ของกุ้งในขณะที่เลี้ยงและสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมีอีกมากมาย ซึ่งผู้เลี้ยงอาจจะไม่เข้าใจ โดยเฉพาะผู้เลี้ยงที่ยังไม่มีประสบการณ์มาก หรือขาดการสังเกต การเลี้ยงกุ้งกุลาดำในแต่ละฤดูกาลจะมีสิ่งผิดปกติหรือสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอแม้ว่าจะเป็นการเลี้ยงในบ่อเดิมก็ตามทั้งนี้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งจากในบ่อและในแม่น้ำลำคลองในบริเวณนั้น มีผลทำให้การเลี้ยงต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมตามสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย
11 ตุลาคม 2555
ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนาที่มีการปล่อยกุ้งอย่างหนาแน่น แม้ว่าจะมีการจัดการอย่างดีในเกือบทุกขั้นตอนระหว่างการเลี้ยงก็ตาม ปัญหากุ้งป่วยเป็นโรคก็ยังพบเห็นอยู่เสมอ ๆ เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนเป็นบางช่วงซึ่งนอกเหนือการควบคุมและการจัดการเกษตรกรที่มีความรู้และประสบการณ์มากปล่อยกุ้งไม่หนาแน่นเลี้ยงเฉพาะในช่วงที่ไม่เสี่ยงคือฤดูกาลที่โรคไม่รุนแรง อาจไม่เจอปัญหากุ้งป่วยมากนักการจัดการที่ดีทั้งในเรื่องอาหาร น้ำและพื้นบ่อจะลดโอกาสการเกิดโรคได้มาก แต่การเลี้ยงกุ้งหรือสัตว์อะไรก็ตามย่อมต้องมีโอกาสเจ็บป่วย และเป็นโรคได้เสมอ ดังนั้นการวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุของโรคได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วจะทำให้การแก้ปัญหาต่างๆ มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามถ้าวิเคราะห์สาเหตุของการเกิดโรคผิด การสูญเสียย่อมจะเกิดขึ้นมาก
11 ตุลาคม 2555
กุ้งป่วยที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียมักจะพบตลอดระยะเวลาของการเลี้ยง ตั้งแต่โรคตายเดือน ซึ่งอาจจะไม่มีอาการผิดปกติภายนอกเด่นชัด จนถึงกุ้งตัวสีแดง หรือกุ้งป่วยที่มีสีเข้มกว่าปกติ นอกจากนั้นการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยๆ ในช่วงของการเลี้ยงเดือนท้าย ๆ กุ้งที่ป่วยด้วยการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะในกลุ่มวิบริโอ (Vibrio) ซึ่งมีด้วยกันหลายชนิด (species) อาการของกุ้งที่ป่วยที่ขึ้นมาอยู่ตามขอบบ่อ หรือลอยตามผิวน้ำมีตั้งแต่กุ้งตัวสกปรกมีตะกอนตามผิวตัว กุ้งตัวสีส้ม จับดูตัวหลวมตามลำตัวสกปรก หางมักจะกร่อน บางลักษณะจะพบว่าตามลำตัวจะมีจุดสีดำขนาดเล็ก บริเวณแผ่นปิดเหงือกจะบวม หรือตามเปลือกจะมีจุดขาว ๆ ทั่วไป ลักษณะของกุ้งป่วยที่กล่าวไปแล้วนั้นเมื่อนำมาเขี่ยเชื้อจากตับและตับอ่อน หรือจากน้ำเลือด จะมีเชื้อแบคทีเรียเป็นจำนวนมาก ตับและตับอ่อนมักจะมีขนาดเล็กลงกว่าปกติ
11 ตุลาคม 2555
ราคาน้ำมัน
วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2562
น้ำมัน
ราคา
เบนซิล 95
36.96 บาท
เบนซิล 95
0.00 บาท
แก๊สโซฮอล์ 91
29.28 บาท
แก๊สโซฮอล์ 95
29.55 บาท
แก๊สโซฮอล์ E20
26.54 บาท
แก๊สโซฮอล์ E85
20.99 บาท
ดีเซล
28.19 บาท
ดีเซล พรีเมี่ยม
31.79 บาท
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×