พืชไร่
(304 เรื่อง)
หนอนชอนใบถั่ว (Leafminer)
หนอนชอนใบถั่วชนิดนี้พบเห็นในแหล่งปลูกถั่วทั่วประเทศ จะพบมากในถั่วที่ปลูกต้นฤดูและจะระบาดรุนแรง ถ้าอากาศแห้งแล้ง ฝนไม่ตกหรือทิ้งช่วงเป็นระยะเวลานาน
1 กันยายน 2551
เสี้ยนดิน (subterranean ant)
เสี้ยนดิน (subterranean ant) เป็นมดชนิดหนึ่งหรือชาวบ้านเรียกว่าแมงแดง เกษตรกรถือว่าเป็นศัตรูที่สำคัญที่สุดของถั่วลิสง อาศัยอยู่ในดิน ทำลายฝักถั่วลิสง โดยการเจาะเปลือกถั่วเป็นรูแล้วกัดกินเมล็ดในฝัก หลังจากนั้นจะนำดินเข้าไปใส่ไว้ในฝักแทนเมล็ดที่ถูกทำลาย ในพื้นที่ที่มีการระบาดของเสี้ยนดินจะทำให้ผลผลิตลดลงมากจนไม่คุ้มทุนที่จะเก็บเกี่ยว
1 กันยายน 2551
ปลวก (Termites)
ปลวก (Termites) เป็นศัตรูถั่วลิสงที่กัดแทะกินฝักทำให้เป็นรอยผุ และกัดกินรากทำให้ต้นเหี่ยวตายได้ ความสำคัญที่มีต่อผลผลิตยังไม่มาก พบการทำลายในบางแหล่งปลูกเท่านั้น แต่มีบทบาทโดยทางอ้อมในด้านคุณภาพเมล็ดกล่าวคือผลของแมลงศัตรูใต้ดินทำลายฝัก เปิดโอกาสให้ติดเชื้อรา Aspergillus flavus (เชื้อสาเหตุของการสร้างสารพิษแอฟลาทอกซินในเมล็ดถั่วลิสง) ได้ง่ายขึ้น ปรากฎว่าเปอร์เซนต์การติดเชื้อราจะสูงขึ้นเรื่อย เมื่อระดับการทำลายเนื่องจากแมลงศัตรูใต้ดิน เช่น ปลวกมีปริมาณมากขึ้น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือการทำลายของแมลงและการเกิดเชื้อรา สาเหตุของสารพิษแอฟลาทอกซินมีสหสัมพันธ์กันในทางบวก
1 กันยายน 2551
หนอนด้วงปีกแข็ง (White grub)
หนอนของตัวด้วงปีกแข็ง อาศัยอยู่ใต้ดินลึกประมาณ 25-40 ซม. มีการกระจายตัวอยู่กันเป็นกลุ่ม กัดกินรากของถั่วลิสง เป็นส่วนน้อยที่พบในแปลงถั่วลิสง
1 กันยายน 2551
หนอนเจาะสมอฝ้าย (Cotton bollwarm)
หนอนเจาะสมอฝ้ายจะทำลายฝ้ายอยู่นาน 2-3 เดือน ของแต่ละฤดูการปลูกฝ้าย โดยจะทำลายดอกและสมอทุกขนาด ถ้ามีการทำลายของหนอนชนิดนี้ในขณะที่ดอกยังไม่บาน พบว่าใบเลี้ยงดอกจะบานอ้าออกและดอกจะร่วงเสียไป
2 กันยายน 2551
เพลี้ยจักจั่นฝ้าย (Cotton leafhopper หรือ Cotton jassids)
เพลี้ยจักจั่นทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย จะทำลายฝ้ายตั้งแต่เริ่มงอกจนกระทั่งเก็บผลผลิต โดยจะระบาดมากในช่วงต้นฤดูและเมื่อฝนทิ้งช่วงนาน ๆ ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบฝ้าย พร้อมกับปล่อยสารบางชนิดทำให้ขอบใบฝ้ายเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ใบฝ้ายจะโค้งงอแล้วเปลี่ยนเป็นสีม่วงและแดงในที่สุด ถ้าระบาดในขณะฝ้ายยังเล็กอยู่จะทำให้ต้นฝ้ายแห้งตายทันที แต่ถ้าระบาดในช่วงที่ฝ้ายโตแล้วจะทำให้ดอกและสมอร่วง
3 กันยายน 2551
เพลี้ยอ่อนฝ้าย (Cotton aphid)
เพลี้ยอ่อนจะเข้าระบาดโดยตัวมีปีกจะบินมาจากบริเวณใกล้เคียง หรือจากมดที่กินน้ำหวานจากมูลของเพลี้ยอ่อนคาบมาปล่อยบนต้นฝ้าย การทำลายของเพลี้ยอ่อนจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอดและใบฝ้ายในทุกระยะการเจริญเติบโตของต้นฝ้าย ทำให้ใบฝ้ายหงิกงอ และยอดชะงักการเจริญเติบโต จะระบาดมากในขณะที่ฝ้ายยังเล็กและเมื่อฝนทิ้งช่วง นอกจากนี้เพลี้ยอ่อนยังนำเชื้อสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคใบหงิก ซึ่งทำความเสียหายร้ายแรงที่สุดแก่ฝ้าย การระบาดของเพลี้ยอ่อนในฝ้ายที่สมอกำลังแตกปุย เพลี้ยอ่อนจะถ่ายมูลและน้ำหวานลงบนปุย เป็นสาเหตุให้เกิดโรคราดำ ทำให้เส้นใยฝ้ายเหนียว ดำ สกปรก ไม่เป็นที่ต้องการของโรงงาน
31 มีนาคม 2553
แมลงหวี่ขาว
แมลงหวี่ขาว เป็นศัตรูของพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจหลายชนิด จึงพบเห็นการระบาดตลอดทั้งปี และมักทำความเสียหายให้กับถั่วเหลืองที่ปลูกในฤดูแล้ง และต้นฤดูฝน ซึ่งมีอากาศร้อน แห้งแล้ง อุณหภูมิและความชื้นสูง ถ้าการระบาดของแมลงหวี่ขาวในถั่วเหลืองเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการระบาดของเพลี้ยอ่อนจะเพิ่มความรุนแรงของการทำลายพืชได้มาก ทำความเสียหายให้กับถั่วเหลืองโดยทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบพืชทำให้ใบเหลืองซีด ถ้าระบาดมากในระยะแรกของการเจริญเติบโตของถั่วเหลือง จะทำให้ต้นแคระแกร็น ผลผลิตลดลง และถ่ายมูลบนใบพืชเช่นเดียวกับเพลี้ยอ่อน
31 มีนาคม 2553
เพลี้ยไฟ (Trips)
เพลี้ยไฟฝ้ายเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญมากที่สุดอีกชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีการทำลายพืชผักหลายชนิดทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยทำลายส่วนต่างๆของพืช โดยใช้ปากที่เป็นแท่ง (stylet) เขี่ยเนื้อเยื่อพืชให้ช้ำแล้วจึงดูดน้ำเลี้ยงจากเซลล์พืช ทำให้บริเวณที่ถูกดูดมีลักษณะแตกต่างกันเช่น อาการที่เกิดขึ้นกับแตงโม หากเกิดในระยะที่แตงโมทอดยอดจะทำให้ชะงักการเจริญเติบโต ลักษณะอาการที่เกิดจากเพลี้ยไฟนี้เรียกว่า ยอดตั้ง ส่วนในผักชนิดอื่นๆ ทำให้บริเวณที่ถูกทำลายมีรอยแผลสีน้ำตาล ใบแห้ง การทำลายของเพลี้ยไฟต่อส่วนการเจริญเติบโตทำให้ยอด กอด ตาอ่อน ไม่เจริญเติบโต หากเป็นในระยะพืชขาดน้ำแล้วไม่ทำการแก้ไขป้องกันกำจัด จะทำให้พืชตายได้ ความเสียหายที่เกิดจากเพลี้ยไฟแตกต่างกัน เช่นในกรณีของผักที่มีการส่งออกจะมีความเสียหายไม่ชัดเจน แต่การติดไปของเพลี้ยไฟชนิดนี้ไม่ว่าจะเป็นระยะไข่ ตัวอ่อน หรือตัวเต็มวัยก็ตาม จะมีผลกระทบต่อการส่งออกทันที
31 มีนาคม 2553
โรคใบจุดสีดำ (Leaf spot)
โรคใบจุดที่สำคัญจัดเป็นโรคที่สำคัญชนิดหนึ่งของถั่วลิสง สามารถทำความเสียหายโดยทำให้ผลผลิตลดลงได้ถึง 20 - 80 %
12 กันยายน 2551
โรคราสนิม (Rust)
โรคราสนิมจัดเป็นโรคที่มีความสำคัญโรคหนึ่งของถั่วลิสง พบระบาดในทุกแหล่งที่มีการเพาะปลูกถั่วลิสง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน มักพบเกิดร่วมกับโรคใบจุด
12 กันยายน 2551
โรคยอดไหม้ (Bud necrosis)
ถั่วลิสงจะมีอาการ ใบลาย (mosaic) ใบด่างวงแหวน (ringspot) ใบซีด (chlorosis) ทั้ง 3 อาการเกิดบริเวณใบส่วนยอด ใบโค้งงอ บิดเบี้ยว ขนาดเล็กกว่าปกติและมีลักษณะเป็นกระจุก เนื่องจากเชื้อ GBNV สามารถทำให้เกิดความผิดปกติกับถั่วลิสงได้หลายลักษณะ นับตั้งแต่อาการ ใบลาย (mosaic) ใบด่างวงแหวน (ringspot) ใบซีด (chlorosis) แตกช่อมากกว่าปกติ (rosette) ยอดกุด (bunchy top) ไปจนถึงตาไหม้หรือยอดไหม้ (bud blight) การวินิจฉัยไม่ควรใช้อาการแต่เพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัยสาเหตุโรค
15 กันยายน 2551
ราคาน้ำมัน
วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2560
น้ำมัน
ราคา
เบนซิล 95
32.16 บาท
แก๊สโซฮอล์ 91
24.78 บาท
แก๊สโซฮอล์ 95
25.05 บาท
แก๊สโซฮอล์ E20
22.54 บาท
แก๊สโซฮอล์ E85
18.94 บาท
ดีเซล
23.49 บาท
ดีเซล พรีเมี่ยม
26.49 บาท
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-30°C
เชียงใหม่
23-30°C
นครราชสีมา
24-29°C
ชลบุรี
25-30°C
นครศรีธรรมราช
24-30°C
ภูเก็ต
25-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×