(7,982 เรื่อง)
หอยเชอรี่ เป็นศัตรูข้าวที่สำคัญและพบได้ทุกภูมิภาคของไทย มักอาศัยอยู่ในน้ำนิ่ง มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้หลากหลาย เช่น เมื่อน้ำแห้งหรือน้ำลด หอยจะหมกตัวอาศัยอยู่ใต้โคลนตม และ จำศีลได้นาน 3-4 เดือน เมื่อมีน้ำหลากหอยจะลอยตัวไปกับน้ำไหลได้ อีกทั้งยังสามารถวางไข่ได้ทีละ 500 -3,000 ฟอง นอกจากนี้ตัวอ่อนส่วนใหญ่ยังอาศัยหมกตัวอยู่ใต้โคลน จึงยากที่จะกำจัดให้สิ้นซากไปได้โดยง่าย ซึ่งประเด็นสำคัญที่ชาวนาไทยต้องตื่นตัวกับหอยเชอรี่นั่นก็คือ ความสามารถในการทำลายล้างต้นข้าว ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วภายในเวลา 1-2 นาที โดยจะเริ่มต้นเข้ากัดกินต้นกล้าข้าวใต้น้ำเหนือจากพื้นดิน 1- 2 นิ้ว แล้วจึงกัดกินส่วนใบที่อยู่เหนือน้ำจนหมด ซึ่งระยะกล้าข้าวช่วง 10 วันแรกนั้นจะเป็นช่วงที่หอยเชอรี่โปรดปรานมากที่สุด
21 กุมภาพันธ์ 2560
10,641
ปูนา เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่อาศัยหากินอยู่ตามท้องไร่ท้องนาและแหล่งน้ำทั่วไปมาตั้งแต่บรรพกาล โดยมีอาหารเป็นพืชและสัตว์น้ำทั่วไป ขยายเผ่าพันธุ์ได้ดีปีละครั้งในช่วงฤดูฝน (ก.พ.-ก.ค.) ชอบออกหากินเวลากลางคืน ไม่ชอบสภาพอากาศร้อน เป็นสัตว์ที่มีการวิจัยแล้วพบว่ามีสารไคตินสูงกว่าสัตว์เปลือก/กระดองอื่นๆ จึงเหมาะต่อการนำไปทำเป็นไคโตซานบำรุงพืช รวมถึงยังถูกจัดเป็นเครื่องปรุงยอดนิยมในเมนูที่คนไทยโปรดปรานอย่างส้มตำปูอีกด้วย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่เราจะกล่าวถึงในครั้งนี้ เพราะเราจะมาหาวิธีจัดการกับปูนาที่อาศัยหากินอยู่ในนาข้าวอันอุดมสมบูรณ์ จนสร้างความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตของชาวนาต่างหาก
17 มีนาคม 2560
7,786
14 มีนาคม 2560
5,611
หากใครเคยลองปลูกหอมบนน้ำแล้วไม่งาม ลองมาใช้เทคนิคนี้ดูนะคะ รับรองว่าต้นหอมจะงามได้แม้ไม่มีแสงแดดตลอดทั้งวัน เพราะตามธรรมชาติแล้วพืชจำพวกหอมกระเทียมนี้จะงอกและเจริญเติบโตได้เมื่อผ่านระยะพักตัวไปแล้ว ดังจะเห็นได้จากหัวหอมหัวกระเทียมที่เก็บไว้ก้นครัวนานๆ นั้นมักจะมีต้นอ่อนงอกออกมาทั้งๆ ที่ไม่ได้มีการให้น้ำ ให้ดิน ให้ปุ๋ยใดๆ ด้วยพืชตระกูลนี้มีอาหารสะสมไว้ในหัวแบบ Bulb ซึ่งเป็นหัวแบบกาบใบที่หุ้มซ้อนเป็นชั้นๆ ที่พร้อมจะแปลงสภาพให้ต้นอ่อนนำไปใช้เพื่อการเติบโตได้ทุกเมื่อ ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักหอม ชอบทานต้นหอม อยากปลูกหอมไว้ทานเอง ในบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด และไม่ชอบความสกปรกเลอะเทอะของดิน เกษตร D.I.Y. Rakbankerd ขอแนะนำให้ปลูกหอมบนน้ำ ไว้ตามมุมบ้านด้วยวิธีการแสนล้านง่าย ที่สามารถสอนหรือบอกต่อลูกหลานให้ทำตามกันได้ไม่ยากดังนี้
10 มีนาคม 2560
20,171
ถั่วงอก เป็นผักสดเคียงอาหารจานหลัก เช่น ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ผัดไท ฯลฯ ทานได้ทั้งดิบ และ สุก มีรสชาติออกหวานนิดๆ กรุบกรอบ ผลิตได้จากเมล็ดถั่วเขียว เพาะให้งอกเป็นต้นอ่อน ซึ่งสามารถเพาะได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเพาะในขวดโหล , เพาะในกล่องพลาสติก,เพาะในขวดน้ำดื่มพลาสติกหรือแม้แต่จะเพาะในไห ก็ทำได้เช่นกัน หากแต่การเพาะโดยธรรมชาติอาจไม่ทำให้ได้ต้นถั่วงอก ขาว-อวบ-กรอบ อย่างที่ตลาดนิยมกันในปัจจุบัน ซึ่งถั่วงอกที่มีลักษณะขาว-อวบ-กรอบแบบผิดธรรมชาตินั้น จริงๆ แล้วแฝงมาด้วยอันตรายจากสารเคมีตกค้าง ที่ใช้กันมากในกระบวนการเพาะถั่วงอกแทบทั้งสิ้น โดยสารตกค้างที่พบในถั่วงอก ขาว-อวบ-สวย ตามท้องตลาดทั่วไป ก็คือ 1.สารฟอกขาว หรือ โซเดียมไฮโดรซัลไฟต์(Sodium Hydrosulfite) ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป นิยมใช้ฟอกมุ้ง มีราคาถูก เมื่อนำมาใช้กับถั่วงอก จะทำให้ถั่วงอกขาวจั๊ว จนน่าเจี๊ย แบบดูดีผิดธรรมชาติ ไม่ออกเหลืองน้ำตาลคล้ำเหมือนถั่วงอกที่เพาะทานเอง 2. สารส้ม(Alum) คือ สารประกอบ ไฮเดรตโพแทสเซียมอะลูมีเนียมซัลเฟต ที่ทำให้ถั่วงอกกรอบและสดนาน แต่ถ้าร่างกายได้รับสารส้มมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ซึม และอาจมีผลทำให้ไตเสื่อมได้ 3.สารฟอร์มาลิน(Formalin)หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์(Formaldehyde) หรือ น้ำยาดองศพ ได้ถูกกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหัวใสนำมาใช้ในอาหารสดหลายชนิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเน่าเสียง่าย และ ไม่เว้นแม้แต่ถั่วงอก หากร่างกายได้รับเข้าไปโดยตรง จะทำให้เกิดการปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียน อุจจาระร่วง หมดสติและตายในที่สุด และ 4. ฮอร์โมนถั่วอ้วน ผลิตจากสารสังเคราะห์ประเภทไซโตไคนิน(หาซื้อได้ทั่วไป) มีผลทำให้ต้นถั่่วอวบอ้วนผิดปกติ หากร่างกายได้รับเข้าไปมากหรือสะสมเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดโรคมะเร็ง
23 กุมภาพันธ์ 2560
70,196
ตั้งแต่จำความได้(อีกแล้ว)ก็ไม่อาจจะสาวถึงต้นตอของคนที่นำคำว่า "กล้วย" มาใช้นิยามแทนคำว่า "ง่าย" ได้เสียที แต่ที่เห็นชัดเลยก็คือ คนไทยนิยมใช้คำว่ากล้วยในสำนวนที่สื่อถึงความง่ายดาย เช่น "ง่ายดังปอกกล้วยเข้าปาก" หรือ "เรื่องกล้วยๆ" กันมานานหลายชั่วอายุคน จนผู้เขียนเองก็เผลอเชื่อไปได้อย่างสนิทใจว่า อะไรที่เกี่ยวกับกล้วยนั้นคือความง่ายดาย และดันคิดไปเองเสียอีกไกลว่า กล้วยนั้นปลูกไม่ยาก และ โรค-แมลงก็ไม่น่าจะมีมากด้วย แต่ทว่า ไม่ใช่เลย เพราะพออากาศอยู่ในช่วงครึ่มฟ้าครึ้มฝนหรือช่วงปลายฝนต่อร้อน-แล้ง ก็จะพบว่ากล้วยที่ปลูกไว้นั้นมีอาการของโรค ใบจุดประปราย นานๆ ไปก็จะมี โรคซิกาโทกา(ใบจุดอีกชนิดหนึ่ง) เข้ามาเยี่ยมเยือนบ้าง และมีหนอนม้วนใบมาพักอาศัยอยู่ชั่วครู่ชั่วยาม แต่ที่จะพบบ่อยที่สุดก็คือโรคตายพรายหรือโรคเหี่ยว(ใบไหม้จากขอบ และต้นหรือก้านใบหักพับกลางลำ) ที่ล้วนแล้วแต่ทำให้กล้วยที่ปลูกไว้ไม่โต และไม่สวยอย่างที่ใจแอบมโนไปไกล
8 กันยายน 2559
8,375
หลังจากนำเสนอ เรื่อง "จุลินทรีย์ Vs หน่อกล้วย...ฉบับสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย" แบบยาวเหยียด จนต้องเลื่อน Scroll bar อ่านกันจนเมื่อยนิ้วไปเมื่อหลายเดือนก่อน ก็ได้รับการตอบรับจากผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.rakbankerd.com กันอย่างท่วมท้น จนมียอด Share เป็นหลักพันภายในเวลาไม่กี่คืน ปรากฏการณ์นี้เองที่ทำให้ผู้เขียนแอบคิดเอาเองว่า "เรื่องเราคงโดนใจ หรือ ไม่ก็คงเป็นเพราะเจ้าจุลินทรีย์ชนิดนี้เป็นที่สนใจของผู้คนในแวดวงการเกษตรเป็นจำนวนมากแน่ๆ "วันนี้ผู้เขียนจึงเห็นว่า ควรจะนำประโยชน์ของเจ้าจุลินทรีย์หน่อกล้วยนี้มาเรียบเรียงกันใหม่ ให้ย่นย่อขึ้น และเน้นการนำเสนอแต่ประโยชน์ก็คงจะเข้าทีอยู่ไม่หยอก เพื่อให้ผู้อ่าน เข้าถึงวัตถุประสงค์ และไม่ต้องไปทนอ่านบทเขียนพร่ำเพ้อให้ยืดยาว (ก็ไม่รู้ว่าเขียนได้อย่างไร ยาวเหยียดจนรวมเล่มได้เลยเชียว)
2 มีนาคม 2560
16,403
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
22-33°C
เชียงใหม่
15-28°C
นครราชสีมา
18-31°C
ชลบุรี
22-31°C
นครศรีธรรมราช
23-27°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×