เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร


ใช้กล้วยสุกงอมที่คิดว่ากินไม่ได้แล้ว ประมาณ 3 - 4 หวี (มีความหวานแบบไม่ต้องใช้กากน้ำตาล) น้ำตาลที่มีอยู่กล้วยงอมจะทำให้น้ำหมักไม่เน่าไม่จำเป็นต้องใช้กากน้ำตาล จากนั้นหั่นพร้อมเปลือกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในถัง เติมน้ำพอท่วมกล้วย แล้วนำแป้งข้าวหมากประมาณ 2 ลูกบดผสมลงไป คนให้เข้ากัน ปิดฝาวางไว้ในที่ร่ม และเปิดคน วันละ 1 รอบ เพื่อเติมออกซิเจน ประมาณ 7 วัน ก็มีธาตุอาหารตามที่พืชต้องการแล้ว แต่ถ้าอยากจะให้สูงกว่านั้น ก็หมักทิ้งไว้ 1 - 2 เดือน การนำมาใช้ สำหรับฉีดพ่นทางใบ ใช้ประมาณ 4-5 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร และฉีดพ่นเพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้กับพืชตามปกติ ส่วนกรณีที่จะเติมธาตุอาหารให้กับดิน ใช้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ลิตร ระวังอย่าให้โดนใบในขณะที่ใช้ อาจจะทำให้ใบไหม้เนื่องจากมีความเป็นกรดสูง
22 มกราคม 2562
121
"น้ำส้มควันไม้" เชื่อว่าหลายท่านรู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งประโยชน์ของน้ำส้มควันไม้นั้น นำมาใช้ทางด้านการเกษตรเรียกได้ว่าแทบจะครอบจักรวาล อย่างเช่น เพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืช ขับไล่แมลงต่าง ๆ ช่วยในการเร่งการหมักน้ำหมักชีวภาพต่าง ๆ ช่วยบำรุงดิน ช่วยการเจริญเติบโตของพืช และยังสามารถนำไปผสมอาหารเพื่อเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในครัวเรือนได้ ทั้งในเรื่องของการลดกลิ่นเหม็นที่เกิดจากน้ำเน่าเสีย และขยะมูลฝอยต่าง ๆ ไม่เพียงแค่นั้น น้ำส้มควันไม้ 1 ส่วน ต่อน้ำ 500 - 1000 ส่วน แล้วฉีดพ่นผัก ผลไม้ จะช่วยเพิ่มความหวานได้ เพราะน้ำส้มควันไม้จะช่วยลดไนโตรเจนส่วนเกิน กระตุ้นการสันดาปของพืช และเพิ่มระดับน้ำตาลให้กับพืชชนิดที่ให้รสหวาน สำหรับผลไม้ติดผลนั้น ใช้ฉีดพ่นผลอ่อนหลังติดผลแล้ว 15 วัน และพ่นอีกครั้งก่อนเก็บเกี่ยว 20 วัน นี่ก็เป็นเทคนิคง่าย ๆ จากน้ำส้มควันไม้ที่จะช่วยเพิ่มความหวานอย่างเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค
9 มกราคม 2562
283
กล้วย เป็นหนึ่งในผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพดีที่สุดในโลกเพราะเป็นแหล่งรวมทั้งวิตามิน แร่ธาตุรวมทั้งเส้นใยที่ดีเข้าด้วยกัน ลอร่า ฟลอเรสนักโภชนาการแห่งซานดิเอโกกล่าวว่ากล้วยเป็นผลไม้ที่มีแมกนีเซียมและวิตามินซีและ B6 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เธอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ากล้วยเป็นที่รู้จักกันในการลดอาการบวม ป้องกันสิ่งที่ทำให้พัฒนาเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ช่วยในการลดน้ำหนัก เสริมสร้างระบบประสาทและช่วยในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะในกล้วยมีวิตามิน B6 เมื่อรู้ประโยชน์ของกล้วยแล้ว คำถามคือเรากินกล้วยตอนไหนถึงจะมีประโยชน์ที่สุด อันนี้ก็อยู่ที่ความชอบของแต่ละคนแล้วหละค่ะ เพราะไม่ว่าจะกินแบบไหน ก็ได้ประโยชน์ทั้งนั้น
3 มกราคม 2562
309
"เห็ดฟาง" เป็นเห็ดที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ของบ้านเรา เรียกได้ว่า ผลิตเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย จึงทำให้การเพาะเห็ดฟางได้รับความสนใจจากเกษตรกรและคนทั่วไปเป็นอย่างมาก ทีมงานรักบ้านเกิดดอทคอมจึงนำสูตรอาหาร ที่ใส่ในวัสดุปลูกเห็ด ที่จะช่วยให้ได้ผลผลิตสูง เพียงพอต่อความต้องการของตลาดมาฝาก ส่วนสัดส่วนของส่วนผสมแต่ละอย่าง ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของโรงเรือน และวัสดุปลูกที่ต้องการใช้ ด้วยการที่เราสิ่งที่เตรียมไว้ทั้งหมดมาหมัก เริ่มจากการนำขี้ฝ้ายแช่ในอ่างน้ำ ย่ำให้แน่น จากนั้นถ่ายน้ำออกให้หมด แล้วตั้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ แล้วใช้ผ้าคลุมทิ้งไว้ 2 คืน จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมด (รำละเอียด - ยิปซัม - ปูนขาวเปลือกหอย - ยูเรีย) ที่เตรียมไว้มาคลุกเคล้ากับขี้ฝ้ายให้เข้ากัน เสร็จแล้วอัดให้แน่น ตั้งเป็นกองสามเหลี่ยม ความสูงประมาณ 50-70 เซนติเมตร ความกว้างไม่จำกัด คลุมด้วยพลาสติกแล้วหมักทิ้งไว้อีก 2 คืน ระหว่างที่รอหมักฝ้าย ไปเตรียมโรงเรือนให้พร้อม ด้วยการปูฟางแห้ง กดให้แน่นพอประมาณ และรดน้ำทุก 1 ชั่วโมง ตลอด 2 วัน ก่อนนำฝ้ายที่หมักไว้เทบนฟางที่ปู เกลี่ยให้ทั่วและเสมอกัน ปิดโรงเรือนให้มิดชิดอย่าให้แสงเข้าทิ้งไว้ 1 คืน แล้วอบด้วยไอน้ำอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง พักโรงเรือนอีก 1 วัน ต่อมาเปิดโรงเรือนเพื่อระบายอากาศ 1 ชั่วโมง ก่อนจะโรยเชื้อเห็ดฟาง หลังจากนั้นดูแลตามปกติ และหลังจากโรยเชื้อประมาณ 7- 12 วัน เห็ดจะโตพอที่จะสามารถเก็บผลผลิตได้
24 ธันวาคม 2561
475
อยากจะลองทำปุ๋ยหมัก หรือ น้ำหมักธรรมชาติไว้ใช้เอง แต่อยากจะรู้ว่า ควรจะหมักจากอะไร แล้วทำให้เราได้ธาตุอาหารอะไรไปบำรุงต้นพืชบ้าง รักบ้านเกิดดอทคอมมาฝาก เลือกสรรตามที่ต้องการแล้วไปหมักกันเล๊ย N ไนโตรเจน กระถิน แหนแดง ใบทองหลาง ก้ามปู มูลสัตว์ P ฟอสฟอรัส กระถิน ผักบุ้งจีน บัวบก ลูกยอ สาหร่ายทะเล K โพแทสเซียม กระเจี๊ยบ ผักโขม ฟักทอง แตง ผงโกโก้ ทานตะวันอ่อน Zn สังกะสี ใบตำลึง ฟักทอง ไชเท้า มันแกว น้ำต้มหอยนางรม Ca แคลเซียม กระถิน กระเจี๊ยบ เปลือกไข่ ผักกระเฉด มะระ Mg แมกนีเซียม แหนแดง ลูกยอ ต้นกก ผักตบชวา S กำมะถัน กระเทียม หอมใหญ่ หอมแดง สะตอ ผักชี Fe เหล็ก กระถิน พริก ใบฟักทองแก่ น้ำต้มปลาหมึก B โบรอน ผักบุ้ง ตำลึง เสาวรส พืชเถาว์ Si ซิลิกอน แกลบดำ แกลบดิบ หินภูเขาไฟ Cu ทองแดง เห็ดฟาง ต้นหรือใบข่า วัชพืช Mn แมงกานีส ลูกตำลึงสุก มะเขือเทศสุก
29 ตุลาคม 2561
937
หัวปลี สมุนไพรที่แม่ลูกอ่อนทุกคนรู้จักดี นอกจากจะช่วยบำรุงน้ำนมแม่ได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว หลังจากตัดหัวปลีออกมาแล้ว น้ำยางจากหัวปีกล้วยยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้ เนื่องจากมีสารที่เรียกว่า แทนนิน (tannin) ที่จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้เป็นอย่างดี ซึ่งหลังจากที่รองได้น้ำยางมาเรียบร้อยแล้ว ให้นำมาผสมกับเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ในอัตราส่วน 1:1 แล้วหมักทิ้งไว้ 1 คืน หลังจากหมักเรียบร้อยแล้ว ให้นำน้ำหมักยางหัวปลี 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 5 ลิตร แล้วนำไปฉีดพ่นกับต้นพืช ที่มีปัญหาการระบาดของโรคราดำ ราขาว ไม่ว่าจะเป็น ราดำมะม่วง ราขาวฝรั่ง ราขาวเงาะ รวมถึงราทุกชนิด ฉีดพ่นทุก ๆ 5-7 วัน จะช่วยลดความรุนแรงได้ ที่สำคัญยังสามารถกำจัดเพลี้ยชนิดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
22 ตุลาคม 2561
1,138
สัตว์เลี้ยงประเภทสัตว์ปีกอย่าง ไก่ เป็ด นก มักพบว่ามีโรคระบาดเกิดขึ้นเป็นประจำ จะเห็นได้จากข่าวการสูญเสียที่เกษตรกรจำเป็นต้องฆ่าเป็ด ไก่ นก ที่ป่วยด้วยโรคไข้หวัดนก H5N1 กันยกเล้า ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคนี้ในสัตว์ปีก เพราะเป็นโรคที่สามารถติดต่อไปยังมนุษย์ได้ การทำลายทิ้งจึงเป็นวิธีรับมือที่จะช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดได้ดีที่สุด นอกจากโรคนี้แล้ว ยังจะมีโรคอหิวาต์,โรคนิวคัสเซิล,โรคฝีดาษ,โรคกล่องเสียงอักเสบ,โรคมาเร็กซ์ ฯลฯ ที่คอยสร้างความเจ็บป่วยให้สัตว์ปีกล้มตายได้อีกมากมาย "การเสริมภูมิคุ้มกันให้สัตว์เลี้ยง" จึงเป็นวิธีที่เกษตรกรควรนำมาใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อเป็นการป้องกันไว้ดีกว่าแก้ เริ่มด้วยการเตรียมส่วนผสมทั้งหมด แล้วสับหัวขมิ้นชันและไพลให้ละเอียดก่อนนำไปผสมกับปลายข้าว รำข้าวและน้ำเปล่าตามสูตร ระหว่างผสมต้องค่อยๆ เติมน้ำลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันไปเรื่อยๆ จนกว่าส่วนผสมทุกอย่างจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อผสมเสร็จแล้วต้องให้ส่วนผสมนั้นมีความหนืดอยู่บ้าง กำแล้วเป็นก้อนไม่เละเหลวจึงจะดี จึงจะนำไปให้สัตว์ปีกกินเพียงมื้อเดียวในช่วงเย็น ทุก 10-15 วัน จะทำให้สัตว์ที่เลี้ยงไว้ไม่ค่อยเป็นโรค เป็ด-ไก่โตดี ไม่มีพยาธิ ลดอัตราการตายจากโรคลงได้ ทั้งยังจะได้คุณภาพเนื้อดีกว่าการเลี้ยงด้วยอาหารปกติอีกด้วย หมายเหตุ : - สูตรนี้ให้เป็ด-ไก่กินได้ประมาณ 200 ตัว ถ้ามีน้อยหรือมากกว่านี้ให้ปรับลดเอาตามสัดส่วน
9 ตุลาคม 2561
933
คนเมือง พื้นที่น้อย รักสุขภาพ อยากจะปลูกผักไว้รับประทานเอง ทำได้ไม่ยากนะคะ เพียงแค่เลือกวัสดุปลูกที่เหมาะกับพื้นที่ที่อยู่อาศัย อย่างเช่น กระถาง ขวดพลาสติกขนาดใหญ่ ยางรถยนต์ ตะกร้า เข่ง และวัสดุเหลือใช้อื่น ๆ ที่สามารถใส่ดินปลูกได้ เลือกวางในจุดให้แสงแดดส่องถึงและมีอากาศถ่ายเท ที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของต้นพืช และหมั่นรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย(อินทรีย์) และใส่ใจ เราก็จะได้ผักสด ๆ ปลอดสารพิษไว้รับประทานเองที่บ้านแล้วหละคะ และผักสวนครัวที่ทีมงานรักบ้านเกิดดอทคอมนำมาแนะนำวันนี้ ก็ประกอบไปด้วย ผักชี ต้นหอม พริก กะเพรา ผักบุ้ง และแตงกวา นะคะ แล้วผักแต่ละชนิดปลูกยังไง ดูแลแบบไหน ไปดูกันเลย... "ผักชี" เริ่มด้วยการนำดินปลูกมาตากให้แห้ง จากนั้นเอาไปผสมกับปุ๋ยคอกที่เตรียมไว้ แล้วนำเมล็ดพันธุ์ผักชีมาบดเบา ๆ ให้แตกออกเป็น 2 ส่วน แช่น้ำไว้ 3 ชั่วโมง นำมาผึ่งลมอีกครั้ง ก่อนคลุกเมล็ดพันธุ์กับทรายและขี้เถ้า แล้วปลูกลงในกระถาง คลุมหน้าดินด้วยฟาง ตามด้วยรดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะเกินไป หลังจากนั้นก็รดน้ำตามปกติ ใช้เวลาประมาณเดือนกว่า ๆ ก็เก็บรับประทานได้แล้วหละคะ "ต้นหอม" ให้นำเปลือกถั่วลิสงบดมาผสมกับดินร่วน นำดินใส่ในกระถางปลูก แล้วนำต้นหอมมาตัดตั้งแต่รากขึ้นไปยังลำต้นประมาณ 1.5-2 นิ้ว ให้เหลือท่อนเล็ก ๆ ก่อนปักชำลงในกระถางที่เตรียมไว้รดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น หลังจากใบงอกแข็งแรงแล้ว ให้เปลี่ยนมารดน้ำเพียงวันละ 1 ครั้งก็พอ ประมาณ 1 เดือนก็เก็บไปปรุงอาหารได้แล้วหละคะ "พริก" เริ่มจากนำเมล็ดพริกไปแช่น้ำไว้ 1 วัน ผึ่งให้ ระหว่างรอเมล็ดพริกแห้งก็ไปผสมดินร่วน ทราย และปุ๋ยหมักเพื่อเทลงในกระถางเพาะกล้า จากนั้นหย่อนเมล็ดพริกลงไปปลูกในดิน ดูแลรดน้ำให้ต้นโตสูงประมาณ 6 นิ้ว คัดเลือกเอาต้นกล้าที่แข็งแรงที่สุดไปปลูกในกระถางที่มีดินร่วนปนทรายและปุ๋ยหมัก รดน้ำเช้า ? เย็น และตั้งให้โดนแดด พริกจะออกดอกและให้ผลผลิตประมาณ 2-3 เดือน "กะเพราะ" ใครที่ชอบกินผัดกะเพราเป็นชีวิตจิตใจ ปลูกไว้กินเองก็เก๋ไม่เบานะคะ และถ้ายังมีต้นกะเพราเหลืออยู่ในครัว อย่าเพิ่งทิ้งนะคะ ให้นำก้านมาลิดใบออกจนหมด และตัดฐานก้านออกเพียงเล็กน้อย จากนั้นนำไปปักลงในกระถางที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอก รดน้ำเช้า-เย็นให้ชุ่มแต่อย่าแฉะ และตั้งให้โดนแดด รอจนต้นโต แตกใบ ก็เก็บผัดต่อได้เลยค่ะ "ผักบุ้ง" ปลูกในดินร่วนผสมปุ๋ยคอก แล้วรากจะงอกออกมาภายใน 2-3 วัน จากนั้นควรดูแลเรื่องความชื้นของดินเป็นพิเศษ เพราะผักบุ้งเป็นพืชที่ชอบความชื้นมาก อย่าปล่อยให้ขาดน้ำเด็ดขาด มิเช่นนั้นต้นจะตายได้ รออีกแค่ 1 เดือน ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตมากินได้เลย "แตงกวา" ใช้ดินร่วนผสมปุ๋ยคอก ในอัตราส่วนที่เท่า ๆ กัน ในกระถางปลูก จากนั้นนำเมล็ดที่สมบูรณ์ลงไปปลูกในกระถาง ประมาณ 4-5 เมล็ด เมื่อต้นเริ่มโตเพียง 5-7 เซนติเมตร ให้เลือกปลูกต้นที่สมบูรณ์แข็งแรงเก็บไว้แล้วถอนต้นที่ไม่สมบูรณ์ทิ้งไป หาไม้หลักมาปักให้ต้นเลื้อย รดน้ำที่โคนต้นให้ชุ่ม นำมาตากแดดวันละ 6 ชั่วโมง และใส่ปุ๋ยบำรุงดิน ประมาณ 40 วันก็สามารถเก็บผลผลิตได้ และจะเก็บได้เรื่อย ๆ อีกประมาณ 1 เดือน
2 ตุลาคม 2561
611
สมุนไพร ที่กินกันมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ ผลผลิตที่ได้จากต้นกล้วย พืชสารพัดประโยชน์ ที่ใช้ได้ตั้งแต่ ลำต้น ก้าน ใบ ผล รวมไปถึงดอก อย่าง "ปลีกล้วย" ที่ถือเป็นสมุนไพรเพิ่มน้ำนม ให้กับคุณแม่ให้นมบุตร ได้เป็นอย่างดี ปลีกล้วยนิยมนำมาประกอบอาหาร ได้ทั้งแกง ผักเคียง รวมไปถึงทอดมัน แต่สรรพคุณของปลีกล้วยนั้นมีมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งในเรื่องของ การช่วยให้หน้าอกเต่งตึง สมบูรณ์ ไม่หย่อนยาน ช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วย ช่วยบำรุงฟันให้แข็งแรง และช่วยให้ฟันขาวสะอาด รักษาโรคกระเพราะ และแก้ร้อนใน ช่วยบำรุงผิวพรรณให้นวลเนียน ดูมีน้ำมีนวล หัวปลีดีต่อผู้ป่วยโลหิตจาง และยังช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ช่วยบำรุงลำไส้ ช่วยแก้อาการปวดท้อง ยางจากหัวปลียังใช้รักษาแผลสด หรือทาบริเวณที่แมลงกัดต่อยได้ หัวปลีนั้นเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ช่วยบำรุงธาตุ บำรุงเลือด เพิ่มความเปล่งปลั่ง ดูมีเลือดฝาด หัวปลีช่วยรักษาแผลในปากให้หายเร็วขึ้น ช่วยแก้ร้อนใน แผลปากเปื่อย ช่วยเพิ่มธาตุเหล็กในร่างกาย แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ จากสรรพคุณที่มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ปัจจุบันนี้ "ปลีกล้วย" เป็นที่ต้องการอย่างมากในต่างประเทศ และมีราคาสูงถึง กิโลกรัมละ 1000 บาทเลยทีเดียว รู้แบบนี้แล้ว อาหารบนโต๊ะมื้อต่อไป ควรจะมีเมนูจาก "หัวปลี" ก็จะดีต่อใจ และดีต่อสุขภาพไม่น้อยเลยหละคะ
18 กันยายน 2561
906
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×