เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
หมวด


จุลินทรีย์หน่อกล้วยเป็นชื่อน้ำหมักที่ผู้เขียนคุ้นหูเป็นอย่างมาก และรับรู้มาตลอดว่าวิธีการผลิตนั้นไม่ได้มีอะไรยุ่งยาก แค่มีเพียงหน่อกล้วยขนาดตามตำรา+ กากน้ำตาล หมักปิดฝา ทิ้งไว้ 7 วันก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ แม้จะทำงานตรงนี้มาเป็น 10 ปี ผู้เขียนก็ยังรู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์หน่อกล้วยไม่มากนัก เพราะเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือความสนใจ ต่อเมื่อมีความคิดที่จะกลับไปทำเกษตรอินทรีย์แบบจริงจังบนพื้นที่ดินของแม่ จึงต้องกลับมาทบทวนและเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์หน่อกล้วยกันใหม่ ซึ่งทำให้ผู้เขียนค้นพบว่า มีเกษตรกรไทยนำไปประยุกต์ใช้มากมายหลายสูตรและมีประโยชน์หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้เร่งขนาด/เร่งโต ปรับปรุงดิน จากชั้นดานแข็งมาเป็นดินดีนุ่มนิ่ม กำจัดวัชพืช กำจัดหมัดเห็บ ทำก๊าซใช้ในครัวเรือน ฯลฯ ตลอดจนนำไปใช้รักษาแผลตามร่างกายคนเราได้อีกด้วย ซึ่งความรู้ที่ค้นพบ ณ ตรงนี้ นั้นมีมากเกินกว่าที่ตัวเองรับรู้มาตลอด เพราะดันไปจำกัดความรู้ของตัวเองไว้เพียงแค่กะลาใบแคบๆ จึงเกิดความสงสัยขึ้นมาตามประสาคนช่างคิดว่า "ทำไมต้องเป็นหน่อกล้วยด้วยนะ?" ทำไมไม่ใช้หน่อไม้ หรือ หน่อพืชชนิดอื่นๆ แล้วหน่อกล้วยมีดีอย่างไร? ดังนั้นจึงไม่รอช้า ผู้เขียนรีบทำการค้นคว้าและเรียบเรียงเนื้อหาเกี่ยวกับจุลินทรีย์ และหน่อกล้วย มาพร้อมเสิร์ฟให้นักอ่านที่ Rakbankerd.com ได้ทำความรู้จักเจ้าจุลินทรีย์หน่อกล้วยนี้ในทันที
10 กุมภาพันธ์ 2560
47,678
ในชีวิตประจำวันของคนเราต้องเกี่ยวข้องกับสารพัดน้ำยาทำความสะอาด เช่น สบู่ ผงซักฟอก ยาสระผม น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างรถ ฯลฯ ซึ่งเป็นของใช้จุกจิกประจำวัน ที่รวมๆ กันแล้วก็กลายเป็นเงินในการไปซื้อหาน้ำยาสำเร็จรูปที่แต่งสี แต่งกลิ่นและบรรจุในบรรจุภัณฑ์สวยๆ มาใช้งานเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ถ้าเรารู้หลักการผลิตและนำมาประยุกต์ทำใช้เองในครัวเรือน จะประหยัดเงินที่ต้องซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดตามท้องตลาดลงไปได้สักแค่ไหนในแต่ละเดือน แค่เพียงมีวัสดุ 2-3 อย่าง ตามสูตรที่จะกล่าวถึงในครั้งนี้ ด้วยต้นทุนเพียง 240 บาท แต่สามารถใช้ทำความสะอาดบ้านเรือน ร่างกาย เสื้อผ้า ห้องน้ำ ยันรถราได้ดีเช่นเดียวกับน้ำยาทำความสะอาดที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป และ ทำแค่ครั้งเดียว ก็ใช้ไปได้นานจนลืมควักเงินจ่ายไปได้อีกหลายเดือน ดังนั้น จะชักช้าอยู่ใยมาเรียนรู้วิธีการทำไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ
6 มกราคม 2560
11,604
2-3 ปีให้หลังมานี้ กระแสการปลูกมะกรูดตัดใบระยะชิดเพื่อการค้า มาแรงเป็นอย่างมาก ด้วยเป็นพืชที่มีราคาจูงใจ ตลาดผู้บริโภคกว้าง ขายในประเทศก็ทำราคาได้ดี ส่งออกก็ทำเงินได้งาม จึงไม่แปลกใจที่จะเห็นใครๆ เดินตามทางสายนี้ หรือ แห่กันมาให้ความสนใจพืชชนิดนี้ ที่เมื่อครั้งอดีตแทบจะไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่าพืชสวนครัว ที่ปลูกไว้ตามริมรั้วขอบบ้านที่หลายๆ บ้านนิยมปลูกติดไว้ใช้สอยเพื่อการประกอบอาหาร ต่อเมื่อพื้นที่เมืองขยาย การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป การทำผักสวนครัว เช่น ปลูกมะกรูด มะนาว ขิง ข่า ตะไคร้ โหระพา กะเพราได้ห่างหายไปจากครัวเรือนไทย แต่ความต้องการใช้ยังคงมีเท่าเดิม ใครที่มีพื้นที่มองเห็นลู่ทางก็จะปลูกมะกรูดเอาไว้ตัดใบขายส่งให้แม่ค้า ชนิดที่ว่ามีเท่าไหร่ก็ขายได้หมด ลู่ทางเดินของพืชชนิดนี้จึงเริ่มชัดเจนขึ้น แต่ยังคงไม่กว้างพอที่จะเป็นกระแสให้คนไทยแห่แหน ทำตามแต่อย่างใด จนกระทั่ง รศ.ดร.รวี เสรฐภักดี นักวิจัยจากศูนย์วิจัยและพัฒนาไม้ผลเขตร้อน แห่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้ออกมาเปิดเผยงานวิจัย เรื่องการทำสวนมะกรูดตัดใบระยะชิดที่ตัวเองคร่ำหวอดมานานนับสิบปี พร้อมการันตี ทิศทางการตลาด ความต้องการใช้บริโภคและราคาที่ดีเหลือเชื่อ จนนำมาสู่การเปิดอบรมสอนเรื่อง เทคนิคการผลิตมะนาวนอกฤดูและการผลิตใบมะกรูดเชิงการค้า และมีลูกศิษย์ที่ได้รับการอบรม มาแล้วหลายต่อหลายรุ่น โดยเฉพาะศิษย์เอกรุ่นแรกๆ อย่างคุณ ศิวาวุธ สงวนทรัพย์ เจ้าของ "สวนมะกรูดบ้านคุณปู่" ที่เริ่มต้นจากการอบรมเรียนรู้ แบบคนที่ไม่มีพื้นความรู้เรื่องการเกษตรเลย แต่สามารถผลิตมะกรูดตัดใบจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกแล้วประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ด้วยรายได้หลักล้านต่อปี การปลูกมะกรูดตัดใบระยะชิด จึงกลายเป็นเรื่องฮิตที่นำเสนอกันไปทั่วทุกสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์จนกลายเป็นกระแสที่ต้องศึกษากันอย่างจริงจังว่า ปลูกแล้วรวยจริงหรือ? [1]
16 กันยายน 2559
21,129
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
27-32°C
เชียงใหม่
24-33°C
นครราชสีมา
26-34°C
ชลบุรี
27-30°C
นครศรีธรรมราช
24-32°C
ภูเก็ต
26-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×