เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
รักษาอาการใบด่าง-ใบหงิกมะละกอ ด้วยเกลือแกง
06 กุมภาพันธ์ 2561
60,325
การปลูกมะละกอนั้น เกษตรกรชาวสวนมักจะประสบปัญหาต้นมะละกอเกิดเชื้อรา และมีอาการใบหงิก ใบด่าง โดยเฉพาะมะละกอที่ปลูกในพื้นที่เดิมซ้ำๆ ที่ไม่ได้มีการปลูกพืชอื่นสลับ หรือไม่มีการพักดิน ซึ่งโรคนี้ถ้าระบาดไปทั่วแปลงจะมีผลต่อผลผลิตเป็นอย่างมาก คุณอนันศักดิ์ คำแสนราช เกษตรกรชาวสวนมะละกอบ้านตาเกตุ ตำบลจานใหญ่ อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงแรกที่ปลูกมะละกอก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน จึงลองผิดลองถูกอยู่หลายวิธี จนได้ค้นพบ เทคนิคการป้องกันกำจัด โรคที่เกิดจากเชื้อรา และอาการใบหงิก ใบด่างในมะละกอโดยใช้เกลือ
ซึ่งมีเทคนิคง่ายๆ คือ นำเกลือเม็ด (เกลือสินเธาว์ หรือเกลือที่นำมาบริโภคในครัวเรือนใช้ได้ทุกชนิด) มาโรยรอบๆโคนต้นมะละกอที่เป็นโรค ประมาณต้นละ 50-100 กรัม (แล้วแต่ขนาดของลำต้น) จากนั้นรดน้ำตามทันที จะช่วยแก้ปัญหาเชื้อรา และอาการใบหงิกในมะละกอได้
หลังจากแก้ปัญหาโรคที่เกิดขึ้นกับต้นมะละกอแล้ว ให้บำรุงต้นมะละกอให้สมบูรณ์พร้อมออกดอก ออกผล ด้วยการใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกเดือนละครั้ง และเสริมด้วยน้ำหมักมะละกอสุก สูตรของคุณอนันศักดิ์ต่อ เท่านี้มะละกอก็จะให้ผลผลิตที่งดงามแล้วค่ะ
โดยน้ำหมักชีวภาพ สูตรมะละกอสุก สามารถทำได้ง่ายๆ โดยนำมะละกอสุก 3 ส่วน, กากน้ำตาล 1 ส่วน และ EM 1 ส่วน (ครั้งต่อไปในการทำสามารถน้ำหัวเชื้อน้ำหมักมะละกอมาใช้แทนได้เลย) วิธีทำ ก็ไม่ยุ่งยาก คือให้นำมะละกอสุกผ่าซีก แล้วเอาเมล็ดออกให้หมด ตามอัตราส่วน ใส่ลงในถังหมัก เติม EM กากน้ำตาลลงไปในถังหมัก จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงไปพอท่วมมะละกอ หมักทิ้งไว้ 1-3 เดือน ก็สามารถนำมาใช้ได้ การนำไปใช้ ให้นำน้ำหมักที่หมักครบ 3 เดือนมากรองเอาเฉพาะน้ำ ในอัตราน้ำหมัก 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นให้ทั่ว สามารถฉีดพ่นได้ ตั้งแต่หลังย้ายต้นกล้ามาปลูก (ต้นกล้าอายุ 1 เดือนขึ้นไป) เพื่อบำรุงต้น ฉีดพ่นทุกๆ 7-15 วันติดต่อกันจนเก็บผลผลิต จะช่วยบำรุงให้ต้นมะละกอสมบูรณ์ มะละกอติดลูกดกดี รสชาติหวาน กรอบ



คำอธิบายเพิ่มเติม : โดย มินยดา อนุกานนท์(Web Content Editor)

1. โรคใบด่างมะละกอนั้นเกิดจากเชื้อไวรัส Papaya ringspot virus (PRV) ที่มีแมลง เช่น เพลี้ยอ่อน เป็นพาหะ ซึ่งโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสนี่ถ้าเป็นแล้ว มีแต่ตายกับตายลูกเดียว แก้ไขยาก เพราะมันทำลายลึกลงไปในระดับเซลล์และกระจายไปทั่วต้นผ่านระบบการลำเลียงอาหารและน้ำของพืช(เหมือนโรคคนที่ไปกับเลือดนั่นล่ะค่ะ) ไม่เหมือนโรคพืชที่กิดจากเชื้อราหรือแบคทีเรียที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด เฉพาะส่วน ดังนั้น แนะนำให้กำจัดทิ้ง ขุดรากถอนโคนเอาต้นที่เป็นโรคออกจากแปลงไปเผาทิ้งให้ไกลๆ สวนก่อน เพราะถ้าเกิดมีแมลงไปดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นที่เป็นโรคแล้วไปดูดกินต้นที่ไม่เป็นโรคต่อ แค่ตัวเดียวนี่ก็จบชีวิตมะละกอได้เช่นกัน เนื่องจากโรคนี้จะแสดงอาการของโรคได้เร็วมาก แค่ 15- 30 นาทีพืชก็ออกอาการแล้วค่ะ

2. ไม่ควรปลูกเกิน 2 ปี ยิ่งมะละกออยู่นานยิ่งสะสมโรคเยอะ และไม่ควรปลูกซ้ำพื้นที่เดิม ติดต่อกันหลายฤดูการผลิต เพราะจะเกิดการสะสมเชื้อโรคในดินไว้มากมาย(เรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็นนะคะ)

3.โรคนี้รักษาให้หายยาก และเป็นโรคที่มะละกออ่อนแอ แพ้ทางมาก มิเช่นนั้นคงไม่มีเหตุให้ต้องมาผลิตมะละกอ GMO ที่ต้านทานโรคนี้ได้โดยเฉพาะหรอกค่ะ ทางที่ดีกันไว้ดีกว่าตามแก้ สร้างต้นมะละกอให้แข็งแรงจะได้สู้โรคได้ค่ะ เพราะพืชจะเป็นโรคได้ ต้องมี สภาพแวดล้อม + เชื้อโรค + พืช +เวลา ที่สัมพันกัน เช่น พืชมาอ่อนแอเอาในช่วงที่มีแมลงนำพาเชื้อโรคนี้เข้ามาในแปลง ในขณะที่มีความชื้นในอากาศมาก อากาศไม่ปลอดโปร่ง น้ำค้างเยอะ ฝนตกชุก ฯลฯ ซึ่งเป็นเวลาที่เอื้อให้เชื้อโรคแข็งแรงพอจะเล่นงานพืชได้พอดี (เชื้อโรคมันมีอยู่ทุกที่ค่ะ แค่เรามองไม่เห็นเท่านั้นเอง หากไม่อยากให้พืชเราเป็นโรคพืชเราต้องแข็งแรง/เทียบกับคนเราก็ได้ค่ะ) และทำใจถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว

4. เหตุผลที่เกษตรกรท่านนี้ใช้เกลือแล้วได้ผล ก็เพราะ

1.) การนำเกลือแกงเข้ามาช่วยในการจัดการครั้งนี้ ก็คือ การทำให้เกิดขบวนการ "ออสโมซิส(Osmosis)" ซึ่งเป็นการไหลผ่านของสารละลายจากที่ที่มีความเข้มข้นต่ำไปหาที่ที่มีความเข้มข้นมาก)" ขึ้นบริเวณรอบๆ รากพืช หากเราใส่เกลือแกงลงในดินรอบรากพืช ดินบริเวณนั้นจะมีความเค็ม(ที่เข้มข้นกว่าความเค็มที่มีอยู่ในราก) ความเค็มหรือสารละลายที่มีอยู่ในรากที่น้อยกว่าในรากก็จะไหลออกมาที่ดิน (ง่ายๆก็คือน้ำในรากพืชมีความเค็มน้อยจะไหลออกมาหาน้ำในดินที่มีความเค็มมาก) จึงทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในระบบลำเลียงท่อน้ำท่ออาหารพืช ไหลออกมาด้วย (เหมือนการถ่ายเลือดของผู้ป่วยลูคีเมียนั่นล่ะค่ะ) เลยทำให้เชื้อโรคในต้นพืชเจือจางลงแต่ไม่ได้หายไป ...ดังนั้น

2.) เราต้องอาศัยจังหวะนี้บำรุงต้นมะละกอของเราให้แข็งแรง สู้เชื้อโรคได้ ด้วยการอัดปุ๋ยเข้าไป เพราะมะละกอนั้นเป็นพืชที่มีการตอบสนองต่อปุ๋ยดีมาก ที่นี้ เมื่อพืชเราแข็งแรง ต่อให้มีเชื้อโรคแฝงอยู่ในต้นก็จะสามารถสู้กับโรคนั้นได้ เหมือนเฉกเช่นคนเรานั่นเอง

5. กำจัดแมลงพาหะของโรค หากไม่ถนัดใช้สารเคมี เรามีสูตรน้ำหมักสมุนไพรมาแนะนำให้ไว้ดังนี้

- สูตรที่ 1

- สูตรที่ 2

- สูตรที่ 3

- สูตรที่ 4

6. ป้องกันการเกิดโรคด้วยวิธีอื่น

- วิธีที่ 1

- วิธีที่ 2

- วิธีที่ 3
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
อนันศักดิ์ คำแสนราช เกษตรกรชาวสวนมะละกอบ้านตาเกตุ จังหวัดศรีสะเกษ
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×