เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
"บ้านสวน ปู่ - ย่า" โฮมสเตย์กลางสวนเงียบสงบ
จะพักผ่อน ทำกิจกรรมหรือท่องเที่ยวก็ครบจบในที่เดียว
(เที่ยวกันทั้งปี ก็ไม่มีชาร์ตเพิ่ม)
27 ธันวาคม 2560
574
"บ้านสวน ปู่ - ย่า โฮมสเตย์" โฮมสเตย์เล็กๆ แสนอบอุ่น ในราคาที่มนุษย์ธรรมดาเข้าถึงได้ไม่ยาก เกิดจากคนตัวเล็กแต่ใจป๋า นามว่า ไววิทย์ พงษ์สุข หรือ หมี นายทหารผู้ช่วยนักบินวัย 41 ปี ผู้ไม่เคยมีใจรักการเกษตรและอยู่กับอคติเกี่ยวกับอาชีพนี้มาครึ่งชีวิต มีเพียงความคิดจะขายที่ดินมรดกของพ่อแม่กิน เพราะคิดว่าทำเกษตรไปก็ไม่มีวันรวย แต่วันหนึ่งชีวิตและความคิดกลับพลิกเปลี่ยนไป แค่เพียงเพราะคลิปวีดีโอคลิปหนึ่งที่ได้ดูบนยูทูบ...
เกษตรกร เป็นอาชีพที่ผมหนีมาตลอดชีวิต
แต่วันนี้ผมกลับมาเป็นเกษตรกรด้วยความเต็มใจ
อย่าอายที่จะบอกใครว่าเราเป็น "เกษตรกร"
ไววิทย์ พงษ์สุข(หมี)


"วันหนึ่งลูกชายทำการบ้านเกี่ยวกับการเกษตร ผมก็นั่งเป็นเพื่อนลูกชายช่วยหาข้อมูลและนอนดูยูทูบไปกับลูกชาย แล้วเห็นคลิปวิดีโอ เรื่อง "เกษตรทฤษฎีใหม่" ของนายหลวงเด้งขึ้นมาเป็นวีดีโอแนะนำ ก็เปิดเข้าไปดูจนจบ พอดูจบมานึกถามตัวเองว่า เราเหมือนลูกชายที่ได้นั่งฟังพ่อมาสอนเกี่ยวกับการใช้ชีวิต ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ให้ไว้ใน "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" พอมี ดร.สุเมธ มาแปลพระราชดำรัสในหลวงให้ฟังอีกที ยิ่งเข้าใจง่ายขึ้น ทำให้รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ประมาณตัวเองถูก ก็นึกถึงภาพตอนที่ตามไปช่วยพ่อทำสวนขึ้นมาได้ชัดเจนว่า พ่อสอนอะไรเราไว้ตั้งมากมายด้วยการกระทำไม่ใช่คำพูด เพราะพ่อเป็นคนไม่ชอบพูดแต่ชอบทำให้ดู เท่านั้นล่ะรู้สึกตัวขึ้นมาเลยว่า....นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ เรามาประกาศขายที่มรดกที่พ่อสร้างไว้เพื่อหวังสบาย ตัวเราตอนนี้มันเหมือนคนขี้ขลาด เลยปลุกหลานขึ้นมาในตอนนั้น ซึ่งเป็นเวลาห้าทุ่มกว่าๆ แล้วก็ชวนกันไปปลดป้ายประกาศขายที่ออก เพราะความรู้สึกบอกว่า "จะเป็นแบบนี้ไม่ได้ล่ะ...รอไม่ได้ล่ะ" จึงรีบขับรถไปช่วยกันถอดป้ายออกในคืนนั้นเลย...

หมี ไววิทย์ พงษ์สุขผู้สานต่ออุดมการณ์งานสวนของพ่อ
ให้ออกมาในแบบที่ตัวเองชอบ จนมาลงตัวที่ บ้านสวน ปู่ - ย่า โฮมสเตย์


"เศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาที่พระองค์ท่านพระราชทานในลักษณะเป็นธรรมมะหรือปรัชญานั้นมีหลักใหญ่ๆ อยู่ไม่กี่ประการ ผมคิดว่านำมาใช้ได้หมดเลย แม้กระทั่งการดำรงชีวิตประจำวันของเรา สามคำหลักๆ เลยที่ให้ยึดไว้ คือ ความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุมกันที่ดีในตัว หมายความว่า อย่าทำอะไรเกินตัว ก่อนอื่นต้องรู้จักตัวเราเสียก่อน ต้องประเมินตัวเองเสียก่อน ก่อนที่จะประมาณตัวเองได้ต้องเห็นว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ระดับไหน แล้วต่อจากนั้นเมื่อรู้จักตัวเองแล้วก็ใช้เหตุใช้ผล ใช้สติปัญญา อย่าใช้อารมณ์ และ อย่าลืมคำสุดท้ายด้วย พรุ่งนี้อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่รู้ ฉะนั้นต้องมีภูมิคุ้มกัน อันนี้เขาเรียกการบริหารความเสี่ยงนั่นเอง" ความจริงพระองค์ท่านสอนได้ทันสมัยมากนะ ใช้ได้กับยุคนี้ พระองค์ท่านยังสอนด้วยว่าจะทำอะไรต้องมีความรู้ ความรอบรู้ ความรอบครอบด้วย เพราะโลกเปลี่ยนทุกวัน สุดท้ายต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่ถอยหลังหากแต่เป็นการเผชิญโลกและอยู่กับโลกนี้อย่างมั่นคง อย่างสมดุลย์และยั่งยืนได้ ใจความหนึ่งใน Clip VDO เปลี่ยนชีวิต ที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้กล่าวไว้ (link vdo : https://youtu.be/8jjZ4qnfwtk)

สวนของพ่อ - ต้นไม้ของพ่อ - ไก่พันธุ์ที่พ่อชอบ
ภายใต้การดูแลของลูกที่หนีอาชีพเกษตรกรมาทั้งชีวิต!!


กว่าจะมาเป็น "บ้านสวน ปู่ - ย่า โฮมสเตย์" :"ที่บ้านพ่อทำการเกษตร ทำสวนทุเรียน ผสมมังคุดไว้ 30 กว่าไร่ สมัยก่อนนั้นโลกแคบ ตลาดจำกัด เกษตรกรมักถูกกดขี่จากพ่อค้าคนกลาง ลูกเกษตรกรที่ต้องมานั่งจดตาชั่งกิโลเวลาเขาชั่งผลผลิตขายอย่างผม จะเห็นจนชินตาว่าพ่อเราถูกเอาเปรียบเรื่องราคา ไม่มีโอกาสได้ต่อรอง หรือไม่มีทางเลือกมากนัก อย่างเช่น ถ้าตกลงราคากันไว้ที่ 50 บาทต่อกิโลกรัม แล้ววันนั้นตัดทุเรียนลงมาสามตัน จะมีกิโลกรัมละ 50 บาทตามที่คุยกันไว้แค่เพียง 700 กิโลกรัม ที่เหลือพ่อค้าจะบอกว่าทุเรียนมันมีตำหนิ อย่างนั้นอย่างนี้ สารพัด ข้ออ้าง ซึ่งเป็นคำพูดเพื่อจะตัดราคามากกว่า พ่อค้าก็จะบอกว่า "ลุงเอาไปแค่กิโลละยี่สิบบาทแล้วกันนะ" ปัญหาก็จะตกอยู่ที่เกษตรกรแล้วว่า จะเอาผลผลิตที่เหลือกองอยู่ 2 ตันกว่านี้ไปไว้ที่ไหน ถ้าไม่ขายไปก็จะเสียหาย ทีนี้พอเขาให้เท่าไหร่ก็ต้องจำใจเอา ก็เลยบอกกับตัวเองทุกครั้งที่จดตาชั่งกิโลว่า หมดพ่อเมื่อไหร่จะไม่เป็นเกษตรกรแน่นอนจะขายที่ทิ้ง เพราะใจไม่มาทางนี้!!"

"บ้านสวน ปู่-ย่า โฮมสเตย์"
ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของสวนผลไม้ บนพื้นที่ส่วนตัว ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน
ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง บริการผู้พักอาศัยดุจญาติมิตรในครอบครัว
ทั้งยังไม่ชาร์ตราคาเพิ่มเติมไม่ว่าจะมาพักช่วงไหนของปี


หมี ไววิทย์ พงษ์สุข ในวัย 10 ขวบจำภาพนี้จนติดตา จึงมีคติกับอาชีพเกษตกรมาตลอดว่า ทำไปก็จนไม่มีวันร่ำรวยขึ้นมาได้ ทุกๆ ปีที่เก็บเกี่ยวผลผลิตจะเป็นแบบนี้ตลอด หมีจึงตีตัวห่างออกมาจากงานสวนของพ่อนับตั้งแต่เรียนจบ เพราะต้องไปรับราชการทหาร ซึ่งงานทหารที่ทำอยู่ก็ไม่ได้เกิดจากใจรัก เนื่องด้วยช่วงนั้นยังหาตัวเองไม่เจอ ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าอยากเป็นอะไรหรือต้องการอะไร แต่ด้วยความที่ญาติทางฝั่งพ่อทำงานราชการกันหลายคน ด้วยความคิดที่ว่าจะไม่เป็นเกษตรกรอยากหนีไปให้ไกลจากอาชีพนี้ จึงกลายเป็นว่าเรียนอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องมาเป็นเกษตรกร จนจับผลัดจับผลูมาเป็นทหาร ปัจจุบันรับราชการทหาร เป็นผู้ช่วยนักบิน สังกัดฝูงบิน 103 กองบิน 1 กองการบินทหารเรือ สนามบินอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง แม้จะไม่ได้ชอบอาชีพนี้แบบสุดโต่ง แต่สิ่งที่ได้จากอาชีพทหาร คือ ระเบียบวินัยที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของนิสัยในปัจจุบัน

โฮมสเตย์ในสวนที่มีความเก๋ไก๋ไม่เหมือนใครในแบบนายทหาร
มีทั้งมุมพักผ่อน มุมสวนผลไม้ มุมถ่ายรูปและมุมเล่นกิจกรรมมากมายภายในพื้นที่แห่งนี้


ย้อนไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว.... พ่อหมีป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ต้องไปรักษาตัวอยู่ที่ศิริราช ทำให้ลูกคนเดียวอย่างหมี ต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงระหว่าง กรุงเทพฯ - ระยองตลอด ซึ่งในวันที่พ่อเรียกหมีเข้าไปสั่งเสีย พ่อดูออกว่าหมีไม่ได้ชอบการเกษตรเลย พ่อจึงบอกว่า...

"ถ้าทำสวนแปลง 17 ไร่นี้ต่อไม่ไหว ก็ขายไปนะลูก...
แล้วเอาเงินที่ขายได้ไปใช้ดูแลแม่ให้สุขสบายทั้งชีวิต"


นั่นคือคำสั่งเสียสุดท้ายของพ่อ ที่บอกหมีไว้ต่อหน้าแม่และลูกชายหมี "ตอนได้ยินทีแรกรู้สึกดีใจมากเพราะเรารู้ว่าเราไม่ทำสวนต่อแน่นอนอยู่แล้ว พอพ่ออนุญาติให้ขายได้ จึงไม่รู้สึกผิดที่จะขาย จบงานศพพ่อเรียบร้อย ก็ติดป้ายขายเลยแปลงนี้ (ทำ Home Stay อยู่ในปัจจุบัน)ตอนนั้นประกาศขายไร่ละ 600,000 บาท พื้นที่ทั้งหมด 17 ไร่ก็จะได้ประมาณ 10,000,000 บาทแล้ว ก็ติดประกาศขายอยู่ 5 เดือน เหมือนจะขายได้ มีนายทุนหลายคนติดต่อมา จนถึงขั้นนัดวางเงินมัดจำทำสัญญาซื้อขาย แต่พอถึงวันนัดหมายจริงๆ กลับติดธุระต้องบินไปภาคใต้ แล้วติดสภาพอากาศไม่ดีจึงบินกลับมาไม่ได้ พอสภาพอากาศดี บินกลับมาได้ก็กลายเป็นว่า นายทุนบินไปต่างประเทศ จึงมีแต่เหตุให้คลาดกับนายทุนอยู่ร่ำไป"

หมี ไววิทย์ พงษ์สุข กับภรรยาสาวสวย บี วรรณภาพร พงษ์สุข
พร้อมเปิดสวนต้อนรับผู้มาเยือนทุกท่านด้วยบริการแสนอบอุ่นใจ


หลังคืนที่ตัดสินใจปลดป้ายประกาศขายออก หมีเดินกลับเข้ามาในสวนใหม่ในเช้าวันถัดมา ด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่ต่างไปจากตอนที่อยากจะขาย ที่มองต้นไม้ด้วยความรู้สึกเป็นภาพเบลอๆ มองแต่ว่าเมื่อไหร่จะมีคนมาซื้อ เมื่อไหร่จะมีคนเอาเงินมาให้ จะได้นอนกอดเงิน เสาร์ - อาทิตย์ ไม่ต้องทำอะไร ได้นอนดูทีวี เปิดแอร์ ไปเที่ยวสบาย ๆ ก็กลายเป็น "ภาพความรู้สึกที่ชัดเจนขึ้นมาว่า ต้นไม้ต้นนี้พ่อทำอะไรกับเรา พ่อสอนอะไรกับเรามา มองเห็นเรื่องราวระหว่างเรากับพ่ออยู่ในต้นไม้แต่ละต้นนั้น ในวันที่เดินกลับเข้ามาด้วยภาพที่ชัดเจนขึ้นในใจจากต้นไม้ที่พ่อปลูก ก็หาคำตอบให้ตัวเองได้แล้วว่า จะกลับไปขอขมาพ่อ บอกพ่อว่ารู้แล้วว่าพ่ออยากบอกอะไรผม ผมขอโทษ ตั้งแต่วันนั้นมาก็เปลี่ยนตัวเองใหม่ จากคนที่ไม่ชอบเกษตร กลายเป็นคนที่พร้อมจะสู้จะลุยตามพ่อไป ตั้งแต่ภาพในใจชัดเจนว่า เราจะกลับมาเป็นเกษตรกร สานต่องานสวนจากที่พ่อทำในสไตล์เรา ก็จะออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้า เพื่อมาเข้าสวนก่อนไปทำงาน และรีบขับรถฝ่าการจราจรมาบนถนนเป็นระยะทางกว่า 70 กิโลเมตรทุกเย็นหลังเลิกงาน เพื่อจะได้รีบมาเข้าสวน และตั้งหน้าตั้งตารอนับวันให้ถึงวันหยุดเร็วๆ จะได้รีบมาทำสวน ความรู้สึกในตอนนี้คือทำอะไรก็มีความสุขสนุกไปหมด"

กิจกรรม "แอดเวนเจอร์" แสนสนุกภายใน "บ้านสวน ปู่ - ย่า โฮมสเตย์"


นับจากตัดสินใจได้ว่าจะกลับมาสานต่องานสวนของพ่อก็ค่อยๆ ฟื้นฟูสวน ตัดต้นมังคุดที่ปลูกแซมทุเรียนไว้ออก ทำให้ต้นทุเรียนเติบโตดีขึ้น เนื่องจากทุเรียนจะเป็นต้นไม้สุภาพบุรุษที่สุดในบรรดาผลไม้ ที่จะกินปุ๋ยทีหลังพืชอื่น(แย่งอาหารไม่เก่ง) จึงเติบโตไม่ค่อยดีไม่ค่อยแข็งแรง ในช่วงที่กลับมาทำสวนปีแรกๆ นั้นมีต้นไม้ตายไปมาก เนื่องจากช่วงพ่อป่วยไม่มีคนมาดูแล หมีแค่กลับมารดน้ำให้ในวันที่ได้กลับมาสวน หากวันไหนไม่กลับมาก็จะไม่ได้รดน้ำ ต้นไม้จึงล้มตายไปหลายต้นและสวนมีสภาพโทรม ปีแรกที่ได้ผลผลิตมา เริ่มขายออนไลน์กับแฟน ขายเป็นผลสด บริการส่งถึงที่ พบว่า ผลตอบรับดี แต่กลายเป็นว่าหมีรับแรงกดดันจากการ Comment ของลูกค้าได้น้อย เมื่อลูกค้าแกะทุเรียนได้ไม่ถูกที่ไม่ถูกเวลา ทุเรียนนั้นก็กลายเป็นของเสียไปในทันที เพราะลูกค้าไม่มีประสบการณ์ในการดูทุเรียน ไม่เหมือนเดินไปตลาด ที่แค่ชี้นิ้วสั่งพ่อค้าแม่ค้า แล้วจะได้ทานเนื้อทุเรียนอย่างที่ต้องการ จึงเปลี่ยนมาคิดว่าจะทำต่อดีหรือไม่ เมื่อตลาดไม่อยู่ในสวน ตลาดต้องฝากไว้กับคนอื่น อยากให้กลายเป็นธุรกิจครบวงจร ให้ตลาดอยู่ในสวน ทำอย่างไรให้คนกินทุเรียนเป็นคนเดินมาหาถึงที่ไม่ใช่เอาทุเรียนไปส่งให้พวกเขาทานถึงที่

บ้านหมอนทองและบ้านพวงมณีพักอาศัยได้ 2 - 3 คนต่อหลัง ค่าบริการ คืนละ 1,000 บาท


"เลยมาคิดว่าปีหนึ่งมีผลผลิตแค่เดือน พฤษภาคม - มิถุนายน แต่รายจ่ายเรามี 12 เดือน เราอยู่ไม่ได้แน่แบบนี้ ถ้าเรายังทำอยู่อย่างนี้อาชีพเกษตรกรก็จะหมดไปจากประเทศไทยสักวันหนึ่ง จึงทำเป็น "บ้านสวน ปู่ - ย่า โฮมสเตย์ขึ้นมา พร้อมกับการบริการที่อบอุ่นเหมือนญาติ ประมาณว่ามีญาติมาเยี่ยมหา พักผ่อนทำกิจกรรมอยู่ในสวน แล้วเราผู้เป็นเจ้าบ้านกำลังทำขนมอยู่หลังบ้านไว้เลี้ยงญาติ แบบมาเชื่อมความสัมพันธ์กัน ไม่ใช่มาเดินกินผลไม้เสร็จแล้วก็กลับ เราอยากได้มากกว่านั้นอยากให้รู้สึกว่ามาบ้านญาติตัวเอง ที่อาจจะไม่ค่อยสะดวกสบายเหมือนโรงแรมห้าดาว แต่ก็อบอุ่นใจ ขาดเหลืออะไรก็บอกกันได้ พร้อมกับจัดทำฐานกิจกรรมไว้รองรับการเล่นกระชับความสัมพันธ์ภายในสวนตามมุมต่างๆ เน้นแนวแอดเวนเจอร์ ใส่ความเป็นทหารลงไปจนกลายเป็นเอกลักษณ์แบบของตนขึ้นในพื้นที่ของ บ้านสวน ปู่ - ย่า โฮมสเตย์ แห่งนี้ "

ตู้มังคุดและตู้มะยงชิด(ตู้คอนเทนเนอร์)พักอาศัยได้ 6 - 8 คน
ค่าบริการคืนละ 2,000 บาท(หากมาไม่เต็มที่พัก สามารถเจรจาต่อรองราคาขอส่วนลดกันได้)


ซึ่งมีพิกัดที่ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 94/1 หมู่ 6 ตำบลชากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 21190 โทร.08-5844-5646 และ 09-8562-9695 (24 ชั่วโมง/ติดต่อห้องพักล่วงหน้าก่อนเข้าพัก) อยู่ในโซนท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดระยอง หลายแห่ง ใช้เวลาขับรถจากที่พักไปไม่เกิน 15 - 20 นาที ก็ถึงที่เที่ยวสำคัญ เพราะอยู่ห่างจาก

- ท่าเรือไปเกาะเสม็ด 12 กม.

- ตลาดบ้านเพ 12 กม.

- หาดแหลมแม่พิมพ์ 20 กม.

- อนุเสาวรีย์ สุนทรภู่ 23 กม.

------ ^ ^ ------

อัตราค่าบริการห้องพัก :

- บ้านหมอนทองและบ้านพวงมณี พักอาศัยได้ 2 - 3 คนต่อหลัง ค่าบริการ คืนละ 1,000 บาท

- บ้านเสาวรส พักอาศัยได้ 2 - 3 คนต่อหลัง ค่าบริการ คืนละ 700 บาท

- ตู้มังคุดและตู้มะยงชิด(ตู้คอนเทนเนอร์) พักอาศัยได้ 6 - 8 คน ค่าบริการคืนละ 2,000 บาท(หากมาไม่เต็มที่พัก สามารถเจรจาต่อรองราคาขอส่วนลดกันได้)

** อัตราค่าบริการทุกห้องรวมอาหารเช้า 1 มื้อ

------ ^ ^ ------

อัตราค่าบริการงานกิจกรรม :

- กิจกรรม "One Day Trip" (รับได้ 50 คน) รวมอาหารกลางวัน 1 มื้อ,เบรคเช้าและบ่าย(ไม่รวมเครื่องดื่ม) และ ค่าวิทยากรนำกิจกรรมทั้งหมด เพียง 390. บาท ต่อคน

- กิจกรรม "One Day Trip" (รับได้ 50 คน) รวมอาหาร 3 มื้อ,เบรคเช้าและบ่าย(ไม่รวมเครื่องดื่ม) และ ค่าวิทยากรนำกิจกรรมทั้งหมด เพียง 700 - 800. บาท ต่อคน

- ช่วงฤดูกาลผลไม้ (เมษายน-มิถุนายน) ของทุกปี มีทุเรียน - เงาะ - มังคุด คุณภาพดี จำหน่าย **สามารถเข้ามาชม ชิม ช็อป และ เล่นกิจกรรมตามฐานกิจกรรมต่างๆ ในสวนได้ฟรี!

พื้นที่โฮมสเตย์ตั้งอยู่ช่วงรอยต่อของอำเภอแกลงกับอำเภอเมือง จังหวัดระยอง หากเดินทางมาจากตัวอำเภอเมืองระยองจะอยู่กิโลเมตรที่ 250 ถ้ามาจากอำเภอแกลง จะอยู่ก่อนถึงสี่แยกกระเฉด 3 กิโลเมตร หรือ ปักหมุด เปิด GPS มาที่ "บ้านสวน ปู่ - ย่า โฮมสเตย์" จ.ระยอง จะสะดวกกว่า


สำหรับ"บ้านสวน ปู่-ย่า โฮมสเตย์" นี้เพิ่งเริ่มลงมือร่างภาพและประกอบขึ้นมาเป็นจิ๊กซอว์แห่งความฝัน บนชีวิตจริงได้เพียง 1 ปี 3 เดือน เริ่มมาตั้งแต่ปลายๆ ปี พ.ศ.2558 ท่ามกลาง "คนที่จ้องจะเฝ้าดูความล้มเหลวของหมี" "ญาติพี่น้องนี่ล่ะสำคัญ เพราะเขาจะมองว่าเราไม่มีใจรักการเกษตร คงไปไม่รอด สักวันก็ต้องขายมรดกพ่อกิน อย่างที่ผมคิดจะลองทำมาแล้วตั้งแต่แรก ... แต่ยิ่งมีคนจ้องจะซ้ำเติมผม ผมยิ่งมีแรงผลักดันและมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จขึ้นมาได้อีกมาก แม้โซนที่ผมอยู่นี้จะมีอุปสรรคทั้งคำดูถูกจากคนภายในครอบครัว และจากปัจจัยภายนอก อย่างเช่นพื้นที่นี้เป็นรอยต่อระหว่างอำเภอแกลงกับอำเภอเมืองระยอง จึงกลายเป็นพื้นที่ที่เหมือนชายแดน เป็นรอยต่อที่ไม่มีใครอยากเข้ามาอุ้มรับ ทำให้ไม่มีทั้งไฟฟ้าและระบบน้ำประปาใช้ ผมจำต้องดำเนินเรื่องขอไฟฟ้า วางระบบน้ำประปาด้วยตัวเองทั้งหมด ถึงแม้จะทำให้หมดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสาธารณูปโภคพื้นฐานไปมาก ผมก็จำต้องทำ เพราะผมขายวิถีบ้านนอกที่ไม่หักดิบถึงขั้นต้องให้ผู้มาพักอาศัย ต้องมาตักน้ำโอ่งอาบน้ำหรือจุดเทียนให้แสงสว่างยามค่ำคืน ที่นี่เป็นโฮมสเตย์แบบบ้าน - บ้านก็จริง แต่ก็มีเครื่องอำนวยความสะดวกพื้นฐานไว้ให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น แอร์ น้ำอุน ทีวี ตู้เย็น Wi-Fi ส่วนข้าวของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นผู้เข้าพักต้องเตรียมมาให้พร้อม เพราะหาร้านสะดวกซื้อได้ค่อนข้างยากในพื้นที่นี้"

งานที่ลงมือทำมาอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้ จะเป็นเสมือนคำประกาศชัยชนะให้ผู้คนที่จ้องถากถางหมีได้รับรู้ว่า ลูกเกษตรกรที่ไม่เคยมีใจรักการเกษตรมาตั้งแต่เด็กคนนี้ วันนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว... เพราะทุกหยาดเหงื่อที่หมีทุ่มเทลงไปบนผืนดินที่เป็นสวนของพ่อนั้นกลายเป็น ความรักจากใจของลูกเกษตรกร ผู้มีสายเลือดเกษตรกร ที่ภูมิใจในอาชีพเกษตรกร จนสามารถบอกใครต่อใครได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า "ผมคือเกษตรกร".

เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์ Web Content Editor @ www.rakbankerd.com


   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 22 มกราคม พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
23-31°C
เชียงใหม่
15-28°C
นครราชสีมา
21-32°C
ชลบุรี
24-31°C
นครศรีธรรมราช
22-28°C
ภูเก็ต
24-29°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×