เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
นิธิภัทร์ ทองอ่อน ปฏิวัติสวนทุเรียนด้วยเครื่องทุ่นแรงและการจัดการทรงพุ่ม
17 ตุลาคม 2560
3,689
ใครว่าอาชีพเกษตรกรรมจะไม่มีเงินบำเน็จ-บำนาญเหมือนงานราชการ นิธิภัทร์ ทองอ่อน หรือ โอ๋ เกษตรกร Young Smart Farmer หนุ่มหล่อ วัย 29 ปี จังหวัดระยอง อดีตนิสิตจากรั้วมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี คณะบริหารธุรกิจ เอกการจัดการอุตสาหกรรมนั้นคิดต่างอย่างสุดใจ เพราะอาชีพเกษตรกรรมนั้นทำให้ตนมีกิน สร้างเงิน สร้างงาน สร้างชีวิตให้แก่ครอบครัวมาได้นานหลายทศวรรษ และจะยาวนานสืบเนื่องไปตราบชั่วลูกชั่วหลาน กับอาชีพที่เปรียบเสมือนแหล่งเงินบำนาญที่พ่อแม่สร้างบนผืนดินมรดกที่ตนภูมิใจ
โอ๋ นิธิภัทร์ ทองอ่อน เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2560 จังหวัดระยอง


หลายคนเริ่มมองอาชีพเกษตรเป็นอาชีพหลังเกษียณ แต่แน่ใจหรือว่าการไปเริ่มต้นตอนอายุ 50 - 60 นั้นจะมีเรี่ยวแรงพลิกแพลง หรือทำอะไรได้มากเท่ากับแรงกายในวัยหนุ่มสาว ครั้นจะมาปลูกต้นไม้เอาผลในช่วงนี้ คงไม่ทันกินทันใช้ เพราะต้นไม้กว่าจะเติบโตให้ผลผลิตนั้นต้องใช้ทั้งใจ กาย และ เวลาในการจัดการดูแล หากสุดท้ายแล้วชีวิตนั้นโหยหาธรรมชาติและอาชีพที่สร้างสุขให้ได้อย่างแท้จริง การหันมาเริ่มต้นในอาชีพเกษตรกรรมตั้งแต่ต้นชีวิต น่าจะเป็นคำตอบให้ตัวเองได้ตั้งแต่แรก เพราะการเริ่มต้นเร็วกว่าจะทำให้ประสบความสำเร็จได้ไวกว่า แล้วจะปล่อยให้เวลาผ่าน จนสังขารร่วงโรยอยู่ทำไม ในเมื่อท้ายที่สุดแล้วคนเราก็ต้องกลับมาตายบ้าน มาใช้ชีวิตหลังเกษียณที่บ้านเกิดของตนอยู่ดี!


Young Smart Farmer จังหวัดระยอง และ เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2560



โอ๋ นิธิภัทร์ ทองอ่อน เป็นหนุ่มสาวสมัยใหม่อีกคนหนึ่งที่เดินตามกระแสสังคมและเลือกทำอะไรตามใจต้องการ ด้วยมีชีวิตที่คลุกคลีอยู่กับสวนพ่อแม่มาแต่อ้อนแต่ออก โอ๋จึงมองว่างานสวนเป็นงานที่เหนื่อย ไม่เหมือนการนั่งทำงานในห้องแอร์ จึงไม่เคยมีใจรักในงานเกษตร แต่เมื่อได้ลองใช้ชีวิตในสิ่งที่ตัวเองปรารถนา กลับค้นพบตัวเองในภายหลังว่า จริงๆ แล้ว สวนของพ่อแม่นั้นคือ ความสุขที่ต้องการและสวนคือส่วนหนึ่งของชีวิตตน!!

จากความคิดเริ่มแรกที่ว่า อยากทำอะไรเป็นของตัวเอง เคยมีความคิดอยากเป็นพ่อค้าส่งออกผลไม้ นับตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่กลับมองข้ามสิ่งที่มีอยู่ไป นั่นคือ สวนของพ่อแม่ พอมาถามตัวเองว่า ทำไมไม่กลับมาทำสิ่งที่มีให้ออกมาดี โอ๋จึงได้คำตอบว่า "ต้องกลับมาทำสวน" เมื่อกลับมาทำสวนโอ๋ลืมความคิดเรื่องที่จะสร้างธุรกิจต่างๆ ไปหมดสิ้น เพราะค้นพบความเรียบง่าย สงบสุข ที่ไม่ต้องหรูหรา แต่มีความสุขได้ โดยไม่ต้องใช้เงินซื้อ โอ๋มองว่างานสวนนั้นเป็นอาชีพที่อบอุ่น ได้ทั้งความสุข ตัวเงินและได้ดูแลพ่อแม่ด้วย การทำงานสวนของโอ๋ จึงเต็มไปด้วยใจเกินร้อย ทั้งยังได้ค้นพบชีวิตอันสงบสุข ที่ตื่นเช้ามาได้เจอหน้าพ่อแม่ จิบกาแฟ เดินเข้าไปในสวน ละเลียดละเล็มกับความสุขสงบในชีวิตได้เต็มที่

สวนของพ่อคือความสุขของผม



"ผมเลือกเรียนบริหารธุรกิจ การจัดการอุตสาหกรรม เพราะชอบการบริหารและที่เลือกเรียนคณะนี้เพราะเห็นว่าในโซนชลบุรี ระยอง มีอุตสาหกรรมเยอะ จึงอยากทำงานด้านนี้ ด้วยความที่เป็นคนลุยๆ อยู่แล้วด้วย จึงคิดว่าสาขานี้น่าจะเข้ากับตัวเองดี พอเรียนจบแล้วมาสมัครงานที่อมตะนคร อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับ มหาวิทยาลัย ก็ได้ทำงานตรงกับสายที่เรียนมา ทำอยู่ประมาณ 5 เดือน จึงเริ่มรู้ตัวแล้วว่านี่ไม่ใช่ ด้วยความที่อยู่บ้านเดิม เป็นบ้านสวนผลไม้ผสมผสาน รถราไม่ติด ใช้ชีวิตแบบ Slow life สะดวกสบายกับบรรยากาศบ้านสวน แต่พอมาทำงานผมต้องรีบตื่น รีบไปทำงาน ใช้ชีวิตแข่งกับเวลา แม้ที่พักจะอยู่ห่างจากที่ทำงานเพียง 6 กิโลเมตร และเข้างาน 08.00 - 17.30 หยุด เสาร์-อาทิตย์ แต่ก็ยังต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อเตรียมตัวให้ทันรถรับส่งคนงาน และต้องเผื่อเวลาให้กับการจราจรที่ติดขัดพลุกพล่าน แม้ว่างานนั้นจะดี ตรงตามสายที่เรียนมาและงานไม่หนักมาก เอาจริงๆ ก็ทำงานวันละชั่วโมงเอง แต่ด้วยความที่เบื่อเรื่องรถติดและสังคมเมืองวุ่นวาย เวลาไปไหนมาไหนก็ไม่สะดวก อีกอย่างการทำงานบริษัทนั้นก็ไม่ค่อยมีเวลาให้กับตัวเอง จึงไม่มีความสุข เพราะรู้ว่านี่ไม่ใช่ตัวตนผม จึงได้ถามตัวเองอย่างจริงจังว่า จริงๆ แล้วตัวตนผมคืออะไร ชอบอะไร และสังเกตุตัวเองว่า อยู่ที่ไหนแล้วมีความสุข แบบไม่ต้องปรุงแต่ง จึงพบว่าทุกๆ ครั้งที่ผมรู้สึกเหนื่อย และ ท้อผมจะนึกถึงสวนของพ่อแม่ เมื่อผมกลับไปเข้าสวน ได้อยู่กับต้นไม้ที่พ่อแม่ปลูกไว้ แล้วรู้สึกมีพลังใจ จิตใจสงบ ได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วสิ่งที่ผมผูกพันคือสวนของพ่อแม่ สวนที่ผมคลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก"

เครื่องพ่นยา(แอร์บลาส)



การต้องทนทำอะไรที่ฝืนใจตัวเองนั้นคงไม่มีใครทนทำได้นาน ต่อให้งานนั้นจะสบายหรือเงินดีแค่ไหนก็ตามที เพราะลึกๆ แล้วมนุษย์เราทุกคนย่อมมีความปรารถนาที่จะมีความสุข ซึ่งมาจากส่วนลึกของจิตใจมากกว่าความสุขปลอมๆ ที่เงินสร้างให้ โอ๋จึงตัดสินใจลาออกเพื่อมาบวชให้พ่อแม่หนึ่งพรรษา และกลับมาลุยงานสวนที่พ่อแม่สร้าง ซึ่งการกลับมาทำงานสวนในครั้งนี้ความคิดต่างๆ ของโอ๋ได้เปลี่ยนไป เพราะโอ๋ค้นพบว่า การทำสวนนั้นเหนื่อยจริง หนักจริง แต่ให้ความสุขที่แท้จริงกับโอ๋ได้มากกว่า และนี่คือความสุขของชีวิตที่ต้องการ!!


การเริ่มต้นชีวิตชาวสวนในบ้านเกิด :

"วันแรกที่เข้าสวนก็เริ่มอยากนำความรู้ที่ได้ศึกษาดูงานมาจากสวนหนึ่งที่เขาทำทุเรียน แต่เขามีการตัดแต่งทรงพุ่มทำเหมือนไม้ดัด ทำให้ได้ทรงต้นและความสูงเท่ากันเป๊ะ มีการตัดหญ้าเรียบเตียน มองแล้วสบายตา เป็นระเบียบดี มาประยุกต์ใช้ในสวน เพราะคิดว่าน่าจะนำมาใช้ในสวนของตัวเองได้ จากเดิมสภาพสวนบนพื้นที่ 50 ไร่นั้น จะปลูกต้นไม้แบบผสมผสาน มีทั้งเงาะ มังคุด ลองกอง และ ยางพารา ที่พ่อปลูกไว้มากถึง 7 ไร่ เพราะช่วงนั้นราคาดี ปลูกแบบปนๆ กันไปไม่เป็นระเบียบ จึงปรึกษากับพ่อว่าจะจัดการสวนอย่างไร ซึ่งพ่อก็เห็นชอบด้วย จากนั้นจึงเอายางพาราที่ตอนนั้นอายุ ได้ 7 ปี กำลังกรีดออกก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเมื่อเทียบกับทุเรียนแล้วจะชอบทุเรียนมากกว่า แล้วเอาลองกองที่แซมอยู่ออกด้วย เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้โปร่งโล่งมากขึ้น ถัดมาเป็นการกำจัดขนุนพันธุ์เก่าๆ ที่พ่อปลูกไว้ออกบางส่วน เอาที่ไม่เป็นระเบียบออก จัดระเบียบใหม่ พอเคลียร์พื้นที่เสร็จก็ติดตั้งสปริงเกอร์และระบบน้ำเพิ่มเติมจากเดิม จากที่มีปั้มตัวเดียวจะใช้เวลาในการรดน้ำนานเป็นวัน ก็มาปรับปรุงปั้มเป็น 2 ตัว ใช้วิธีเดินเครื่องพร้อมกัน 2 ตัว แล้ววางท่อเมนใหม่ให้ประสานเชื่อมกัน ทำให้ย่นระยะเวลาในการให้น้ำลง จากเคยใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง ก็เหลือเพียง 5 ชั่วโมง จากนั้นได้หาเครื่องจักรมาใช้ทุ่นแรง เช่น แอร์บลาส(เครื่องพ่นปุ๋ย-ยา),เครื่องตัดหญ้าแบบนั่งตัด เพื่อย่นระยะเวลาในการทำงานและค่าแรงงาน ตามด้วยการจัดแต่งทรงพุ่มทุเรียนให้เตี้ยลง เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ ตลอดจนต่อยอดผลผลิตทุเรียนเพิ่มมูลค่า เช่น การทำทุเรียนก่อนและหลังฤดู การแปรรูปเป็นทุเรียนทอด ทุเรียนกวน รวมถึงมีการทำตลาดออนไลน์และประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปได้ชิมทุเรียนดีมีคุณภาพในนาม สวนทุเรียนลุงแกละ ด้วย"

จัดการสวนด้วยเครื่องทุ่นแรงและการจัดการทรงพุ่ม



การจัดการและการปฏิวัติ : จากวันนั้นที่เดินกลับเข้ามาในสวนพ่อแม่ โอ๋ นิธิภัทร์ ทองอ่อน ได้ทำการปฏิวัติสวนทุเรียน ซึ่งเปรียบเสมือนเงินบำนาญของพ่อแม่และมรดกของตน ตามลำดับขั้น คือ

1.จัดผังแปลงใหม่ ทำเป็นโซน เอาต้นไม้ที่ไร้ระเบียบออก เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการดูแล เพราะแต่ละพืชมีความต้องการไม่เหมือนกัน

2. จัดระบบน้ำใหม่ ทำให้ย่นระยะเวลาในการให้น้ำลง ด้วยการวางระบบน้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. จัดแต่งทรงพุ่มทุเรียนจากเดิมที่พ่อไว้สูงๆ ทำให้จัดการยากเรื่องการพ่นสาร การค้ำการโยง และดูแลไม่ทั่วถึง ทำให้ทุกวันนี้ ต้นทุเรียนทุกต้นมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 7 เมตร จึงง่ายต่อการจัดการดูแล

4. ทำทุเรียนก่อนและหลังฤดู เพื่อเพิ่มมูลค่าจากเดิมที่มีอยู่ให้มีมูลค่ามากขึ้น

5.แปรรูปผลผลิต เพิ่มมูลค่า จากที่ขายผลสดอย่างเดียว ได้ต่อยอดมาเป็นทุเรียนแปรรูป เช่น ทุเรียนทอด ทุเรียนกวน

6.นำเครื่องทุ่นแรงเข้ามาใช้ในงานสวน เช่น เครื่องแอร์บัส(เครื่องพ่นปุ๋ย-ยา),เครื่องตัดหญ้า จึงทำงานได้เร็วขึ้น จากเดิมต้องใช้เวลาลากสายพ่นยานาน 3-4 วันก็เหลือเพียง 1 วัน ด้วยแรงงานคนเพียงคนเดียว จึงสามารถรับมือกับโรคและแมลงได้ทันท่วงที

7. โปรโมทสวนให้คนทั่วไปรู้จักผ่านสื่อมีเดียต่างๆ จนคนทั่วไปรู้จักดีในนาม "สวนทุเรียนลุงแกละ" และเกิดการซื้อขายออนไลน์

8. สามารถสร้างรายได้เข้าสวนได้มากกว่าเดิม เป็นเงินจำนวน 7 หลักต่อปี หรือ มากกว่าต้นทุนที่ใช้ประมาณ 6.5 เท่า

โอ๋ นิธิภัทร์ ทองอ่อน เถ้าแก่น้อยแห่ง "สวนทุเรียนลุงแกละ"
กับความสามารถในการจัดการบริหารงานสวนทุเรียน ให้มีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินจำนวน 7 หลักต่อปี
หรือ มากกว่าต้นทุนที่ใช้ประมาณ 6.5 เท่า



"ตอนนี้ผมอาจจะยังไม่ประสบความสำเร็จด้วยตัวเงินที่มากมาย แต่ประสบความสำเร็จตรงที่สามารถเอาชนะหัวใจตัวเองได้ด้วยการกลับมาทำสวน เลี้ยงดูพ่อแม่ได้ด้วยตัวเอง แม้ตอนทำงานรายได้จะดี งานสบายก็จริง แต่การทำงานบริษัทนั้นเหนื่อยแล้วไม่ได้อะไรเป็นของตัวเอง หากเทียบกับงานสวนที่ทำอยู่ทุกวันนี้ งานสวนเหนื่อยมากกว่างานบริษัทหลายเท่า แต่เหนื่อยแล้วได้อะไรเป็นของตัวเอง ผมทำแล้วมีความสุข ร่างกายอาจจะเหนื่อย แต่ใจไม่เหนื่อยไม่ต้องไปคิดฟุ้งซ่านอะไรมากมาย เมื่อผมอยู่กับต้นไม้แล้วสบายใจ เพราะในสวนนี้โล่ง เขียว สบายใจ สบายตา ไม่เหมือนการทำงานในตึกที่มีแต่ความอึดอัด นี่จึงเป็นความสุขที่ผมได้ทำ ทำแล้วเพลินจนลืมเวลาในการทำงาน กลับเข้าบ้านอีกทีก็สองสามทุ่ม ไม่เหมือนกับการทำงานบริษัทที่ใจเราจะจดจ่ออยู่แต่กับเวลาเลิกงาน และการทำงานสวนในบางวัน ผมคิดว่าเวลานั้นน้อยไปสำหรับผมด้วยซ้ำ !! "


รายได้ดีการันตรีความสำเร็จ : แม้จะมีรายได้สูงถึง 6.5 เท่าของต้นทุนการผลิต หรือ เป็นเลข 7 หลัก ต่อปี แต่โอ๋ นิธิภัทร์ ทองอ่อน กลับมองว่า ตัวเองยังคงเป็นเกษตรกรในลำดับชั้นมัธยม ที่ยังไม่เก่งกล้ามากพอ แค่มีหัวคิดพลิกแพลง เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีมุมมองความคิดเปิดกว้าง ชอบศึกษาเรียนรู้เรื่องเครื่องยนต์กลไกล รวมถึงนวัตกรรมการเกษตรใหม่ๆ จากประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างประเทศญี่ปุ่น จนนำมาซึ่งการนำเครื่องทุ่นแรง เช่น เครื่องพ่นยา แอร์บัส เครื่องตัดหญ้า และ รถกระเช้า เข้ามาช่วยในงานจัดการสวน แม้จะเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต ชนิดที่เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่กล้าเสี่ยง แต่โอ๋กลับมองว่าการลงทุนครั้งนี้เกินคุ้ม เมื่อต้องเทียบทั้งเวลาและค่าจัดการแรงงานภาคการเกษตรที่หายากขึ้นทุกวันแล้ว นี่ล่ะคือคำตอบหรือทางออกของชาวสวน

โอ๋ นิธิภัทร,แม่ สุนันทา(ป้านัน) และ พ่อ สำรวย(ลุงแกละ) ทองอ่อนกับงานถวายผลไม้จาก "สวนทุเรียนลุงแกละ" แด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา



"หลังจากเริ่มทำสวนได้ 1 ปีก็เริ่มจะมองหาเครื่องทุ่นแรงมาช่วย เพราะรู้สึกเหนื่อยมากกับงานสวนที่มีแรงงานหลัก คือ คนในครอบครัว ได้แก่ พ่อ แม่ และ ตัวเอง ประกอบกับอยากให้พ่อแม่ได้พัก จึงคิดหาเครื่องมือมาใช้ทุ่นแรง จึงได้ทำการศึกษาหาข้อมูล และเข้าไปติดตามเรื่องการทำสวนของคนญี่ปุ่นทาง Internet ก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่ๆ ของคนญี่ปุ่นจึงไปหามาใช้บ้าง โชคดีคนข้างบ้านที่รู้จักนำเข้ามาขายอยู่แล้ว จึงนำรถแอร์บัส(เครื่องพ่นยา) กับรถตัดหญ้าแบบนั่งขับ มาใช้ในสวน จากเดิมที่ต้องลากสายพ่นยากัน 3 วัน ด้วยแรงงาน คน 3 คน บนพื้นที่ 50 ไร่ พอเปลี่ยนไปใช้รถก็ย่นเวลาลงเหลือเพียงวันเดียว ทำคนเดียวก็เสร็จ และปลอดภัยต่อตัวผู้ใช้มากกว่าการลากสายพ่นยา เพราะการใช้รถแอร์บัส(รถพ่นยา)นั้นละอองยาจะไม่โดนตัวคนพ่น เวลาพ่นยา ตัวถังที่พ่นยาจะอยู่ด้านหลังคนขับ ส่วนคนขับอยู่ด้านหน้า นอกจากนี้ยังสามารถพ่นยาได้สูงถึง 10 เมตร ทำให้ครอบคลุมและทั่วถึงต้นทุเรียนที่มีการจัดแต่งทรงพุ่มไว้ที่ความสูงเฉลี่ยคือ 7 เมตร เครื่องพ่นยานี้จึงมีแรงดันที่ดีกว่าการลากสายพ่น"


การลงทุนเกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไก : เมื่อเทียบการลงทุนเกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไก อย่างรถแอร์บัส(รถพ่นยา) จะซื้อในราคาคนกันเอง คือ 230,000 บาท(ปี 2558 /ขณะนี้อยู่ที่สามแสนกว่าบาท) ถ้าเป็นรุ่น ท็อป คือ ในส่วนคนขับเป็นห้องแอร์ก็อยู่ที่หลักล้านกว่าบาท รถตัดหญ้านั่งขับราคา 130,000 บาท ใช้งานมานานกว่า 2 ปีแล้วไม่มีปัญหาอะไร ดูแลรักษาง่าย อะไหล่ก็หาง่าย คิดแล้วคุ้มค่า

งานสวนเหนื่อยมากกว่างานบริษัทหลายเท่า แต่เหนื่อยแล้วได้อะไรเป็นของเรา
เราทำแล้วมีความสุข การทำงานสวนในบางวัน ผมคิดว่าเวลานั้นน้อยไปสำหรับผมด้วยซ้ำ



หัวใจในการบริหารคน : โอ๋ เริ่มนำเครื่องทุ่นแรงมาใช้ในการจัดการสวนทุเรียน ด้วยต้นทุนที่มี จึงนำมาสู่การจัดการสวนคุณภาพ เพราะสามารถย่นระยะเวลาการทำงานได้เร็วขึ้น เช่น สามารถควบคุมโรค-แมลงได้ทันเวลา ตลอดจนช่วยลดต้นทุนเรื่องค่าแรงงานลง สืบเนื่องจากสภาพแวดล้อมเป็นเขตอุตสาหกรรม ทำให้แรงงานในพื้นที่ไหลเข้าโรงงานกันมาก เพราะเป็นงานที่สบายกว่างานสวน แรงงานสวนจึงหายาก ถึงแม้จะให้ตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำเท่ากัน แต่โอ๋ได้เพิ่มความต่างให้คนที่มาช่วยทำงาน ด้วยการให้ที่พักอาศัยอยู่กันเป็นครอบครัวภายในสวนแบบไม่ต้องเสียอะไร ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ และ ค่ากินอยู่ ช่วยดูแลให้หมด เพราะใช้หลักการบริหารคนเหมือนการดูแลคนในครอบครัว ไม่มองว่าคนงานคือคนงาน แต่มองว่าคนงานก็เหมือนพี่น้องคนหนึ่ง จึงทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องแรงงาน ที่หามาช่วยงานในสวนเพิ่ม 2 คน

ความสุขของโอ๋ในวันนี้ คือ การได้ดูแลสวนที่เป็นดุจเงินบำนาญของพ่อแม่
และผลิตทุเรียนคุณภาพ ให้คนทั่วไปได้ชิมในนามสวนของพ่อ



บทสรุป/ข้อเสนอแนะ : สำหรับคนที่ไม่ชอบการทำสวน จึงมุ่งทำงานในบริษัท แต่มีพื้นเพเดิมเป็นครอบครัวเกษตรกร ถ้ามีโอกาสก็อยากให้กลับมาทำ มารับอาชีพเกษตรกรต่อจากพ่อแม่ อย่าทิ้งให้พ่อแม่ต้องอยู่บ้านกันเพียง 2 คน แม้รายได้อาจจะไม่สูงแต่สุขภาพชีวิตและสุขภาพจิตนั้นดีกว่าทำงานในห้องสี่เหลี่ยมแน่นอน ซึ่งผมเองก็มองข้ามไม่ได้รักงานสวนอะไร มองไปข้างหน้าอย่างเดียวแต่ไม่ได้มองซ้ายขวาเลยว่าสิ่งที่ผมมีอยู่นั้นมีอะไรบ้าง แต่เมื่อวันหนึ่งที่ผมกลับมาทำสวน ทำให้ผมได้รู้ว่าสิ่งที่มีอยู่นั้น ช่วยกระตุ้นความทรงจำในวัยเด็กของผมให้กลับมาได้หมด ผมโชคดีที่มีต้นทุนชีวิตดี เลยกลับมาปรับปรุงได้ไม่ยาก และแม้ว่าเริ่มแรกของการกลับมาใช้ชีวิตแบบชาวสวนของผม จะมีคำพูดถากถางมาถึงผมว่า...เรียนจบมาตั้งสูง สูงถึงระดับปริญญาตรีเลยนะ ทำไมต้องกลับมาทำสวน? ทำไมไม่ทำงานดี ๆ ใน บริษัท?

"ผมก็ไม่ได้เอาคำพูดเหล่านั้นมาลดทอนคุณค่าและความตั้งใจที่ผมมี ก็ในเมื่อผมเติบโตมาด้วยเงินที่พ่อแม่ได้จากการทำสวน ผมโตมาได้ด้วยเงินเหล่านี้ ผมมีชีวิตทุกวันนี้ด้วยเงินที่ได้จากสวนของพ่อแม่ จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะทิ้งสวนและผมคงทิ้งอาชีพนี้ไปไม่ได้ !!"



ทุเรียนหมอนทอง,พวงมณี,ก้านยาว คุณภาพ จาก "สวนทุเรียนลุงแกละ"
มีพร้อมส่งให้ถึงมือลูกค้าใกล้ -ไกล ทั่วประเทศทุกปี
สนใจติดต่อได้ที่ โอ๋ 06-3251-6563 (เวลา 09.00-18.00 น.)
Facebookpage : "สวนทุเรียนลุงแกละ"
https://www.facebook.com/aoh.nipat/



เกียรติประวัติและผลงาน :

- ปี พ.ศ.2560 รางวัลเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด

- ปี พ.ศ.2559 รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 การประกวด "ขนุน" ในงานเทศกาลถนนผลไม้ อำเภอวังจันทร์

- ปี พ.ศ.2558 รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 การประกวด "ทุเรียนพันธุ์ชะนี" ในงานเทศกาลถนนผลไม้ อำเภอวังจันทร์

- ปี พ.ศ.2558 รางวัลชนะเลิศ การประกวด "ขนุนพันธุ์ทองประเสริฐ" ในงานเทศกาลถนนผลไม้ อำเภอวังจันทร์

- ปี พ.ศ.2556 ได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืช GAP "ทุเรียน" รหัสรับรอง กษ 03-9001-2552-361140591111

- ปี พ.ศ.2551 ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดผลไม้ยักษ์ ชิงแชมป์ประเทศไทย ประเภท "ทุเรียน"

- ปี พ.ศ.2550 ได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืช GAP "ลองกอง" รหัสรับรอง กษ 03-02-3608-0035-128

- ปี พ.ศ.2548 ได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืช GAP "มังคุด" รหัสรับรอง กษ 03-02-3608-0035-126


เปลือยหมดเปลือก!! กับเคล็ดลับการผลิตทุเรียนเนื้อทอง เกรดพรีเมี่ยม จากสวนทุเรียนลุงแกละ

เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์ Web Content Editor @ www.rakbankerd.com


แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
โอ๋ นิธิภัทร์ ทองอ่อน Yong Smart Farmer จังหวัดระยอง และ เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2560
"สวนทุเรียนลุงแกละ" บ้านเลขที่ 117 หมู่ 6 ตำบลวังจันทร์ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง โทร.06-3251-6563
Facebookpage : "สวนทุเรียนลุงแกละ"
Facebookpage : "สวนทุเรียนลุงแกละ"
https://www.facebook.com/aoh.nipat/
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
23-30°C
เชียงใหม่
21-26°C
นครราชสีมา
21-27°C
ชลบุรี
23-29°C
นครศรีธรรมราช
24-29°C
ภูเก็ต
24-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×