เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เคล็ดวิธีปั้นแบรนด์ให้ปังและดังยิ่งกว่าพลุแตก!!
(ตอนแรก)
02 ตุลาคม 2560
2,623
แบรนด์คืออะไร ? ก่อนจะไปเรื่องการปั้นแบรนด์ให้ปังติดตลาด ก็จะขอนำพาทุกท่านมาปรับความรู้ความเข้าใจเรื่อง แบรนด์ก่อนว่าแบรนด์คืออะไร? ทำไมต้องมีแบรนด์? แค่มีชื่อและโลโก้อย่างเดียว ได้หรือไม่? ในยุคสมัยที่หาความยั่งยืนได้ยากในการทำตลาด จะต้องทำอย่างไรให้แบรนด์เราปังและดังราวพลุแตก ซึ่งแบรนด์นี่เองที่จะเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจอยู่ได้ แค่เพียงต้องสร้างแบรนด์ ให้สื่อถึงเอกลักษณ์ที่แสดงถึงตัวตนของแบรนด์ออกมา หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การสร้างแบรนด์ ก็เหมือนกับการสร้างตัวตนในความเป็นตัวเราที่ชัดเจน ชนิดที่แค่เอ่ยชื่อเราไปแล้วเพื่อนๆ หรือคนรอบข้างร้องอ๋อว่าเราเป็นคนอย่างไร มีความสามารถโดดเด่นทางด้านใด หรือ มีอุปนิสัยบุคลิกท่าทางเป็นอย่างไร ดังนั้น การสร้างแบรนด์ ก็คือ การสร้างลักษณะพิเศษ ที่เป็นเอกลักษณ์ให้แก่สินค้าหรือบริการที่เรามีให้เป็นที่จดจำของลูกค้า และเขากลับมาซื้อสินค้าหรือเรียกใช้บริการของเราอีก แบรนด์จึงเป็นมากกว่าชื่อหรือโลโก้ แต่เป็นตัวตนของสินค้าและบริการนั้นๆ ที่แสดงออกมาให้คนอื่นเห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อสื่อให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย และนำมาสู่การเพิ่มมูลค่าในสินค้าและบริการที่เรามีต่อไป
ทิศทางของเศรษฐกิจที่มีผลต่อการสร้างแบรนด์ : ในยุคนี้(พ.ศ.2560 ) อยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่พุ่งและเริ่มซบเซา ผู้คนต่างพากันซื้อแต่สิ่งที่จำเป็นไม่สนองตอบต่ออย่างอื่น แต่ก็ยังมีสินค้าบางตัวหรือบริการบางกลุ่มที่ยังคงไปได้ เช่น สินค้า แนว Personal care ที่โอกาสทางธุรกิจช่วงนี้อยู่ในกลุ่ม Home Meal ซึ่งเป็นคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งที่มีพัฒนามามาจากการทำอาหารทานเองในบ้านมากขึ้น มีอัตราการเติบโตเล็กน้อยและมีหลายกลุ่มย่อยๆ ออกไป กลุ่มของคนพวกนี้จะเป็นแบบ high value produce ที่เรายังสามารถเจาะตลาดได้ แบบ Need Market แม้จะมีหลายคนบอกว่าเจาะคลาดยากแต่ก็เป็นการตลาดที่เหมาะต่อ SMEs มากกว่า Mass Market เพราะในการตั้งราคาสนองตลาดนั้น ตลาดมวลชนเป็นตลาดที่เอาใจยากกว่า คนหนึ่งว่าแพง คนหนึ่งว่าถูก บางคนบอกอร่อยบางคนบอกไม่อร่อย ทำให้ต้องมานั่งคำนึงกันมากเพราะเป็นตลาดที่ใหญ่มาก แม้จะสร้างสีสันได้มากก็ตาม แต่การทำตลาดเราควรจะค่อยๆ ขยายตลาดเฉพาะส่วนก่อน หรือสร้าง Need Market ก่อน เพราะเราผลิตด้วย Idea ของเราเอง ถ้าตลาดโตขึ้นเมื่อไหร่ ค่อยเปลี่ยนเป็น Mass Market การมา mass มากไปก็ไม่ดี เช่น การทำ Farm Stay เลี้ยงผึ้ง ก็ทำ Platform เกี่ยวกับผึ้งออกมา เช่น พักอยู่กับผึ้ง กินแพนเค้กราดน้ำผึ้ง กล้วยราดน้ำผึ้ง ก็จะเป็น Idea เก๋ๆ ออกมา แล้วค่อยไป ร่วมมือ(Cooperation) กับไร่ข้างๆ ในการขยับขยายกิจการออกไป นี่จึงเป็นการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ที่จะค่อยๆ เติบโตต่อไป ไม่ซ้ำรอย ?วิกฤติต้มยำกุ้ง ในปี พ.ศ.2540 ที่ผ่านมา

เรื่องการท่องเที่ยวในชุมชนก็กลายเป็นกระแสโลกไปแล้วในตอนนี้และมีอัตราการเติบโตมากขึ้นเรื่อย เป็นจุดที่ผู้คนรู้จักชุมชนมากกว่าเมืองหลวง เพราะมีนักท่องเที่ยวบางคนเอาไปบอกต่อในกระทู้หรือเว็บบอร์ด เช่น ฝรั่งจะรู้จักเชียงรายหรือน่านก่อน กรุงเทพฯ

Reaction ก็เป็น Trend การตลาดในตอนนี้ด้วยเช่นกัน หลายๆ สิ่งที่มีคนทำขึ้นมา กลายเป็นกระแสใน You tube การทำตลาดในยุคถัดไปจึงมีแนวโน้มว่าจะเป็นการโชว์เอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถานที่หรือสินค้านั้นๆ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงชุมชน และรากฐานเกษตรคือ Trend โลก ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ เช่น เกษตรสร้างสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานที่ท่องเที่ยวสร้างการเกษตร โดยเฉพาะภาคการเกษตรนั้นมีอิทธิพลมาก เพราะเกษตรสามารถสร้าง Produce ได้ ทั้งแบบ High Value, Healthy และ Beauty ด้วย วันนี้มาดูว่าเราเหมาะกับอะไร ใครเป็นลูกค้าของเราแล้วทำแบรนด์ออกมาให้ชัดเจน ก่อนจะไปเจาะกลุ่มตลาดไม่ว่าจะเป็นตลาดแบบบนลงล่างหรือล่างขึ้นบนก็ตาม หากทำตลาดแบบบนลงล่าง ตลาดบนต้องยังคงอยู่ลงมาตลาดล่างก็ต้องดูความ Premium ด้วย การทำตลาดจากบนลงล่างจะสำเร็จได้มากกว่าการทำตลาดจากล่างขึ้นบน ซึ่งบางแบรนด์ เคยอยู่ตลาดล่างจะมาเจาะบน ก็สามารถทำได้ แต่ความสำเร็จมีน้อย หากจะทำตลาดแบบบนลงล่างก็จะง่ายกว่า

อาจารย์ นราธิป อ่ำเที่ยงตรง (www.narathip.com)


การสร้างแบรนด์ : สิ่งสำคัญของการสร้างแบรนด์ คือ รสนิยม คนที่สร้างแบรนด์ได้ต้องมีรสนิยม Logo ต้องเด่นเป็นสง่า แบบเห็นแล้วต้องรู้ทันทีเลยว่าอะไรเป็นอะไร แบรนด์ในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นเรื่องอารมณ์มากขึ้นไม่ใช่ความชัดเจนอย่างเดียว เช่นไปซื้อของ กระเป๋าราคาใบละสองแสน ก็ต้องมีเหตุผลที่ดีพอให้คนอยากควักเงินมาซื้อสินค้าของเรา แบรนด์ที่ดีต้องสื่อถึง Emotion ต้องสะท้อนถึงความภูมิใจที่ได้ถือ ที่ได้กิน ได้ใช้บริการ ต้องมี Function, Reason และ Emotion ด้วย อย่าง Louis หรือ Chanel จะมีเรื่องความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะมาก การออกแบบสินค้าหรือบริการจึงต้องมี Function และ Fashion ด้วย จึงจะเป็นกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ได้

อย่างในการบริหารร้านค้าปลีกการ Stock สินค้า คือ การเอาเงินมากองไว้เฉยๆ หากนับวันเราไม่ทำอะไรค่าของสินค้าก็จะด้อยลง อย่างสินค้าเกษตรยิ่ง Sensitive ด้วย มีการเน่าเสียง่ายซึ่งตรงนี้คือเงินสดของเรา จะทำอย่างไรให้เงินสดเพิ่มขึ้น ดังนั้น การสร้างแบรนด์และการทำตลาดยุคใหม่นี้จะต้องไม่เฉยและเชย ต้องลุกขึ้นมาลุยเต็มที่เพราะนวัตกรรมการเกษตรเปลี่ยนไปมากมาย อย่างมือถือทุกวันนี้ก็ไปผูกกับ Software แล้ว ทุกอย่างบนโลกมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน ดังนั้น แบรนด์จึงไม่ควรอยู่เฉย อย่าคิดว่าเก่งแล้ว ใหญ่แล้ว ไม่ต้องทำอะไรต่อ ไม่ได้เด็ดขาดเพราะกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์คือการกลับมาเพื่อฆ่าแบรนด์ เราต้องมีสัญลักษณ์ มีการจดจำมีการใส่ใจ มีเสียงเพลง เช่น เสียงเรียกที่เป็นเอกลักษณ์ของโทรศัพท์ Nokia ,หรือเสียงเปิดประตู 7-11 ก็เป็นเอกลักษณ์บ่งบอกว่าเป็น 7-11, หรือเสียงเพลงของ ไอศกรีมวอลล์ ก็จะสื่อถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไอศกรีมวอลล์ ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างในการสร้างแบรนด์

แนวทางในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก : ในการสร้างแบรนด์ อาจจะเริ่มต้นจากการหาคำจำกัดความของแบรนด์เราให้ได้ก่อน เช่น แบรนด์ คือ ชื่อเสียง,ประสบการณ์,ความรัก,องค์ความรู้,ความสุขที่ได้ใช้,ความศรัทธา,ความปลอดภัย,ความมีรสนิย,ความหรูหรา,ความมีสไตล์,ความสนุกสนาน,ความไว้ใจ,ครอบครัว,ความประทับใจ,การบริการที่สุดยอด,ความแข็งแรง ทั้งหมดนี้เรียกว่า Personal Brand คือ การสร้างแบรนด์จากความเป็นตัวเรา ซึ่งเราต้องสร้างแบรนด์ให้ได้จากแนวทางเหล่านี้

1. ขยัน หมั่นสร้าง ความแตกต่าง เพื่อให้เกิดความสนใจจากลูกค้า

2. ขยัน หมั่นสร้าง คุณค่า ให้เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่น หรือตวามเชี่ยวชาญ จากลูกค้า

3. ขยัน หมั่นสร้าง จุดสัมผัส เพื่อให้เกิดความจดจำ เช่น เพลง

4. ขยัน หมั่นสร้าง การสื่อสาร ไปยังผู้บริโภค ให้ตรงเป้าหมาย ห้ามหว่านเลือกสื่อ ให้ชัดเจน

5. ขยัน หมั่นสร้าง การร่วมมือ กับงานต่างๆ เช่น สปอนช์อร์ เพื่อให้เห็นบ่อยขึ้น หรือมีรายการส่งเสริมการตลาด หรือ การขายต่างๆ

หากอยากให้องค์กรหรือแบรนด์ของเราเป็นอย่างไร เราต้องเป็นแบบนั้น เช่น แบรนด์คือคุณภาพ สินค้าของเราก็ต้องมีคุณภาพด้วย หากแบรนด์ คือ คำมั่นสัญญาที่สร้างความคาดหวังก็ต้องทำให้ได้ด้วย ไม่ใช่สัญญาแล้วทำไม่ได้

สรุปการวาง Concept ของแบรนด์ คือ หากเรากำหนดได้ว่าแบรนด์เราคืออะไรแล้ว เราต้องส่งมอบสิ่งนั้นให้แก่พวกเขาได้ ภายใต้ความใส่ใจกับการตลาดสมัยใหม่ ดังนี้

1.การสร้างแบรนด์ยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญกับ ช่องทางการหาและซื้อ

2.การสร้างแบรนด์ยุคใหม่ ต้องให้ความสำคัญกับ ช่องทาง Digital

3.การสร้างแบรนด์ยุ8ใหม่ ต้องให้ความสำคัญกับ Value Proposition (คุณค่าที่ส่งมอบ)

4.การสร้างแบรด์ยุคใหม่ ต้องให้ความสำคัญกับ ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม

5.การสร้างแบรนด์ยุคใหม่ ต้องให้ความสำคัญกับ Engagement (การสร้างความผูกพัน)

6.การสร้างแบรนด์ยุคใหม่ ต้องให้ความสำคัญกับ ที่มา หรือ Story ที่แท้จริง (Authenticity)

7. การสร้างแบรนด์ยุคใหม่ ต้องให้ความสำคัญกับ Touch Point

**การสร้างแบรนด์ ต้องใส่ใจ Touch point เช่น ยูนิฟอร์ม สี โลโก้ เช่น นกแอร์ ธ.กสิกร แบรนด์ที่ดีต้องมีองค์ประกอบในเรื่องของ เหตุผล และ อารมณ์ แบรนด์ ดี ต้องมีฟังชั่นและแฟชั่นด้วย เจ้าของต้องเป็นผู้สนับสนุนแบรนด์ตัวเองด้วย และต้องสร้าง relationship อย่ามองลูกค้าเป็นคนอื่น ต้องมองลูกค้าเสมือนผู้ร่วมงานหรือคนในองค์กร เราไม่ได้ให้บริการ เราเป็นผู้รับโอกาส ลูกค้าเป็นผู้ให้การบริการ

การสร้างแบรนด์ ต้องอยู่ภายใต้ Key Word เหล่านี้ และKey Word เหล่านี้ต้องสอดคล้องกัน :

- Service คือ การสร้างความประทับใจให้กับ แบรนด์

- Sale คือ ตัวสร้างการขับเคลื่อน

- Marketing คือ วิธี

- Branding คือ วิถี


จะรู้ได้อย่างไรว่าแบรนด์เราเป็นอย่างไร :

Your brand is what other people say about you when you are not in the room / Jeff Bezos
แบรนด์คือสิ่งที่คนอื่นพูดถึงเรา ในช่วงที่เราไม่อยู่ในห้อง

ประตูสู่ความสำเร็จ บนเส้นทางสายเศรษฐี ไว้ 4 ประการ คือ

1.ให้คนทำเงินให้กับเรา หรือ วางระบบคนได้ โดยการปั้นคนให้ปัง

2. ให้ระบบทำเงิน เช่น สร้างเฟรนไชน์ธุรกิจ เพื่อจะได้เกิดรายได้แบบ Passive Income

3. ให้เงินทำเงิน ด้วยการลงทุนอย่างชาญฉลาด เอาเงินมาต่อเงิน ทำให้มีภูมิคุ้มกันแบบพอเพียง

4. ให้แบรนด์ทำเงินแล้วจะทำให้ธุรกิจอยู่ได้ตลอดกาล


----------

วิธีปั้นแบรนด์ให้ปังและดังยิ่งกว่าพลุแตก!! (ตอนจบ)


เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
สัมมนารักบ้านเกิด."ปั้นแบรนด์สินค้าเกษตรไทย ก้าวไกลสู่สากล" โดย อาจารย์ นราธิป อ่ำเที่ยงตรง (www.narathip.com). 9 กันยายน 2560. SIMA ASEAN THAILAND 2017 ณ IMPACT เมืองทองธานี
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
21-31°C
เชียงใหม่
18-28°C
นครราชสีมา
18-29°C
ชลบุรี
22-31°C
นครศรีธรรมราช
25-28°C
ภูเก็ต
25-27°C
perdsorb
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×